พอดีผมไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับการตลาดมา เลยจะมาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้รู้ไว้ ตามคำกล่าวที่ว่า "รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม"
1. ต้องเป็นที่ 1 เท่านั้น = เพราะไม่มีใครจดจำอะไรที่เป็นที่ 2 คุณสามารถบอกได้ว่าเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลกคือเทือกเขาอะไร แต่คุณบอกได้ไหมว่าเทือกเขาอะไรสูงเป็นอันดับที่สองของโลก? คนที่ค้นพบทวีปอเมริกาคนแรกคือใคร? คนที่พบทวีปอเมริกาคนที่สองคือใคร? จงจำไว้ว่า การตลาด ไม่ได้แข่งกันที่สินค้าใครมีความสามารถอะไร แต่แข่งกันที่สินค้าของคุณมีภาพลักษณ์แบบไหน หลายๆ คนเข้าใจผิดว่า การแข่งขันทางการตลาด คือการนำเสนอว่า สินค้าของใครโคตรจะเจ๋งกว่ากัน แต่คุณคิดผิด
2. หาจุดยืนของสินค้าของคุณ เพื่อเข้าไปจับจองในใจของลูกค้าให้ได้เป็นคนแรก เช่น ไลปอนเอฟ จะเน้นความปลอดภัย ไร้สารตกค้าง ส่วนซันไลต์ จะเน้นขจัดคราบมันให้หมดไป อีเกียเน้นสินค้าราคาถูกและลูกค้าต้องประกอบเอง เป็นต้น
3. การตั้งชื่อ ถ้าเป็นหน้าใหม่ในตลาด อย่าใข้ชื่อย่อ และใช้ชื่อให้สื่อความหมายกับสิ่งที่จะทำ และอย่าใช้ชื่อเดียวกัน ในสินค้าหมวดอื่นๆ เพราะถ้าสินค้าตัวใหม่ที่คุณสร้างขึ้นมามันไม่ดัง มันจะพลอยลากสินค้าอันเก่าๆ ลงไปด้วย ดังนั้น ต้องใช้ชื่อเดียว กับสินค้าเดียว ตัวอย่างเช่น ถ้าพูดคำว่า แม็กกี้ ก็จะนึกถึงซอสอย่างเดียว ถ้าเกิดวันดีคืนดี แม็กกี้เกิดทำชีสขึ้นมา โดยใช้ชื่อแม็กกี้เหมือนกัน จะทำให้ลูกค้าสับสนได้ ทำนองเดียวกับ Google ที่ไม่ใช้คำว่า Google Video, Google Mail นั่นแหละครับ
4. ถ้าเป็นที่ 1 ในหมวดนั้นๆ ไม่ได้ หรือว่ามีสินค้าอื่น ที่ครองใจลูกค้าอยู่แล้ว ให้สร้างหมวดหมู่ใหม่ขึ้นมาเลยครับ ตัวอย่างเช่น ซันไลต์ นำ้ยาล้างจานที่เน้นขจัดคราบมัน เราก็อาจจะสร้างสินค้าใหม่ ที่เน้นว่าดีต่อมือของท่าน หรืออะไรทำนองนี้ก็ได้
มีแค่นี้แหละครับ เผื่อจะได้เอาไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันบ้าง พอดีผมเขียนสดๆ ไม่ได้สละสลวยอะไร หวังว่าทุกคนอ่านแล้วจะเข้าใจนะครับ ขอให้ร่ำรวยครับ
เดี๋ยวถ้ามีโอกาส จะมาเล่าเรื่องวิธีการเล่าเรื่องของสินค้าให้ฟังครับ
