-=# เว็บเราควรจะ validate HTML จาก w3c ให้ผ่าน เพื่อ SE friendly นะ ขอบอก

เริ่มโดย Dr.K, 08 มกราคม 2008, 12:19:04

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

Dr.K

อ้างถึงจาก: kingmaster ใน 09 มกราคม 2008, 00:22:53
เอ่อ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ นะครับ ที่จะไม่ให้มี error เลย

ขนาดเว็บพี่กูเองยังมี 40 กว่า error เลยครับ

http://validator.w3.org/check?uri=http%3A%2F%2Fwww.google.com&charset=%28detect+automatically%29&doctype=Inline&group=0

:P

แต่ผมเคยเห็นนะที่ไม่มี error เลย

http://en.wikipedia.org/wiki/Main_Page

::)
คำตอบของ wiki อยู่ที่ SERPs ของมัน (มั้ง)
[direct=https://www.thaihealth.net/blog/seo_doctor/]seo blog[/direct]|[direct=https://netplushost.com]netplushost[/direct]
[direct=https://pattayawebmarketing.com/pattaya-seo]pattaya seo[/direct]
[direct=https://dochost.net]seo hosting[/direct]

Dr.K

อ้างถึงจาก: hurahura ใน 08 มกราคม 2008, 23:58:24
ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าทำแล้วได้อะไร มันไม่ได้ช่วยให้คนเข้าเว็บเยอะขึ้นนี่ เรื่องอันดับ search ก็ยิ่งไม่น่าเกี่ยว

อาจทำแล้วรู้สึกดีกว่าเว็บเราผ่าน ถูกต้องตามกฎเป๊ะๆ เท่านั้น

คือถ้าทำแล้ว โค้ดเขียนน้อยลง สะดวกขึ้นก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เจอ attribute บางอย่าง ของมันใช้ได้มาตั้งนาน อยู่ดีๆจะให้ใช้ไม่ได้ซะงั้น ดูแล้วมันต้องเขียนโค้ดเยอะขึ้น ทำไปแล้วจะคุ้มกับความลำบากหรือเปล่าเนี่ย
เปลี่ยน table เป็น div กะ css แล้วเรียกจาก link สิครับ คุ้มแน่ ขนาดcodeลดมากกว่าครึ่งเลยครับ อขงผมเอง ทำแล้ว ชอบใจมาก เหลือ 44 k เอง จาก 100กว่า k
และ img ใส่ alt นี่ GG bot วิ่งตามได้ครับ แล้วไปเก็บไว้ใน img.google.com ให้คนค้นเว็บเราเจอจากการค้นหารูปภาพอีกตะหาก ส่วนถ้าโค๊ดยาวขึ้นนี่ไม่แน่ใจ แต่ระเบียบจัดเลย
[direct=https://www.thaihealth.net/blog/seo_doctor/]seo blog[/direct]|[direct=https://netplushost.com]netplushost[/direct]
[direct=https://pattayawebmarketing.com/pattaya-seo]pattaya seo[/direct]
[direct=https://dochost.net]seo hosting[/direct]

worlddirectory

อ้างถึงจาก: dochost ใน 08 มกราคม 2008, 12:19:04
:P แต่ขอบอก ของผมแก้มา 3 วันแล้วยังไม่ผ่านเลย ;D
เหตุผล GG มีอิทธิพลจาก w3c มากมาย เว็บที่แข่งใน globalwarming awareness2007 ถ้า validate ไม่ผ่าน ตกไปอยู่ท้ายๆเลย
ลองเอาเว็บคุณไป validate ที่
http://validator.w3.org
โดยเฉพาะเว็บที่ทำมาจากสคริปต์ล้าหลัง (แบบผม phpnuke) แถมติด ajax จาวาเพียบ
จะต้องปรับแต่งอีกมาก และเป็นพื้นฐานของ SERPs ที่ดีในอนาคต
ยิ่ง validate แบบ strict DTD หรือ xhtml ก้อไม่ต้องห่วง อนาคตสดใส
งมกะมันจนปวดหัวหนึบๆ
div div style style table table อ้วกๆ :-X
มิน่า หลายๆคนเมิน CMS อื่นเล่นแค่ wordpress ก้อพอ (มัน validate ผ่านง่ายๆเลย)

แล้วท่านจะไป งม แก้มันทำไมละ ท่าน เสียเวลาเปล่า เอาเวลาไปหา bl ไม่ดีกว่าเหรอท่าน

อันนี้นะ แต่ก่อนผมเคยทำให้ บ. ที่ผมเคยทำงาน(ตอนนี้ลาออกแล้ว) ผมคิดว่าเจ้านายที่ส่งผมทำนะ มัน ง่าว มาก 555+

จริงๆ ถ้าเป้นเว็บ html ล้วนๆ นะ แค่เขียนโครงสร้าง html ให้ถูกต้อง ก็ผ่านฉุย แต่ถ้าเป็น php นะ แก้ให้ตาย ก็ ยากท่าน

ทำตัวเองให้เป็นที่ยอมรับของสังคม


sealinda

อ้างถึงจาก: dochost ใน 09 มกราคม 2008, 00:47:07

และ img ใส่ alt นี่ GG bot วิ่งตามได้ครับ แล้วไปเก็บไว้ใน img.google.com ให้คนค้นเว็บเราเจอจากการค้นหารูปภาพอีกตะหาก ส่วนถ้าโค๊ดยาวขึ้นนี่ไม่แน่ใจ แต่ระเบียบจัดเลย

ปกติเอก้อใส่ alt เพื่อหวังตรงนี้แหละค่ะ

แต่ว่าเพิ่งรู้ว่าเป็นกฎของ w3c เลย  ???

เข้มงวดเจงๆ (error แดงเถือก ขอบอก  :D)

อ้างถึงจาก: dochost ใน 09 มกราคม 2008, 00:17:11


ผมถึงบอกว่า sanook นี่ยอมเลย เอาเนื้อหาอะไรมาสุมๆรวมกันเยอะๆให้ผ่านได้นี่ เจ๋ง เป็นแบบอย่างที่ดี พอสู้กะเว็บมาสเตอร์เมืองนอกได้


ในนี้มีคน verify twg จนผ่านหมดทุกเว็บด้วย อิอิ  :D :D เก่ง+ ขยันจิง ๆ
ขออุบ ไม่บอกว่าใคร รอเจ้าตัวออกมายอมรับเอง  ;D ;D
[direct=http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,95911.msg1197898.html#msg1197898]รับบริจาคของขวัญ สำหรับงานวันเด็ก (ส.ที่ 9 ม.ค. 53 ที่บ้านราชวิถี)[/direct] |[direct=http://www.sealinda.com/]ขายส่งเีครื่องสำอางแบรนด์เนม[/direct] | [direct=http://www.girliza.com/]เทคนิคการแต่งหน้า&บำรุงผิว[/direct]|[direct=http://bookmark.girliza.com]บุ๊คมาร์คแซ่บๆ[/direct]

hurahura

อ้างถึงเปลี่ยน table เป็น div กะ css แล้วเรียกจาก link สิครับ คุ้มแน่ ขนาดcodeลดมากกว่าครึ่งเลยครับ อขงผมเอง ทำแล้ว ชอบใจมาก เหลือ 44 k เอง จาก 100กว่า k

ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่า ขนาดไฟล์ที่ต้องเปิดมันก็เท่าเดิมไม่ใช่เหรอครับ เพราะทุกครั้งเวลาเรียกไฟล์ มันก็ต้องไป ดึงพวก .css กับ .js ขึ้นมาอ่านอยู่ดี ดังนั้นเอาลงไฟล์เดียวกันหรือแยกไฟล์ เวลาเรียกใช้ก็น่าจะไม่ทำให้โหลดเร็วขึ้น

และการที่ลดความสามารถของ table หรือ tag อื่นลงเพื่อให้ใช้ css  เข้ามาผสมหรือเข้ามาแทน ดูมันเป็นหนทางที่ไม่ดีเลย เพราะงานบางอย่างมันแทนกันไม่ได้ ตัว tag html เดิมมันก็มี attribute ของมันที่สามารถใช้ได้ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องไปกำหนดให้มันใช้ไม่ได้



อ้างถึงและ img ใส่ alt นี่ GG bot วิ่งตามได้ครับ แล้วไปเก็บไว้ใน img.google.com ให้คนค้นเว็บเราเจอจากการค้นหารูปภาพอีกตะหาก ส่วนถ้าโค๊ดยาวขึ้นนี่ไม่แน่ใจ แต่ระเบียบจัดเลย

ส่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องของ seo ไม่น่าเกี่ยวกับประเด็นนี้ เพราะถ้าเราอยากให้ google เก็บ ไม่ว่ามันจะถูกหรือผิดกฎ w3c เราก็จะใส่อยู่แล้ว

แต่รูปที่เราไม่ต้องการให้มีชื่อมันก็ควรจะไม่ต้องใส่ก็ได้ เพราะเราใส่เราก็ใส่เป็น alt="" อยู่ดี แล้วจะใส่ไปทำไมให้โค้ดมันเพิ่ม ตัว w3c มันไม่ฉลาดพอที่จะรู้เหรอว่าถ้าเขาไม่ใส่ แปลว่าเขาต้องการให้เป็นค่าว่าง

เรื่อง iframe ไม่ได้นี่อีก เท่ากับไปลดประสิทธิภาพการทงานของเว็บ ทั้งที่การทำมันควรจะไปเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่า และไม่รู้ว่ามีอะไรมาทดแทนหรือเปล่า 


Dr.K

อ้างถึงจาก: hurahura ใน 09 มกราคม 2008, 01:30:44
อ้างถึงเปลี่ยน table เป็น div กะ css แล้วเรียกจาก link สิครับ คุ้มแน่ ขนาดcodeลดมากกว่าครึ่งเลยครับ อขงผมเอง ทำแล้ว ชอบใจมาก เหลือ 44 k เอง จาก 100กว่า k

ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่า ขนาดไฟล์ที่ต้องเปิดมันก็เท่าเดิมไม่ใช่เหรอครับ เพราะทุกครั้งเวลาเรียกไฟล์ มันก็ต้องไป ดึงพวก .css กับ .js ขึ้นมาอ่านอยู่ดี ดังนั้นเอาลงไฟล์เดียวกันหรือแยกไฟล์ เวลาเรียกใช้ก็น่าจะไม่ทำให้โหลดเร็วขึ้น

และการที่ลดความสามารถของ table หรือ tag อื่นลงเพื่อให้ใช้ css  เข้ามาผสมหรือเข้ามาแทน ดูมันเป็นหนทางที่ไม่ดีเลย เพราะงานบางอย่างมันแทนกันไม่ได้ ตัว tag html เดิมมันก็มี attribute ของมันที่สามารถใช้ได้ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องไปกำหนดให้มันใช้ไม่ได้



อ้างถึงและ img ใส่ alt นี่ GG bot วิ่งตามได้ครับ แล้วไปเก็บไว้ใน img.google.com ให้คนค้นเว็บเราเจอจากการค้นหารูปภาพอีกตะหาก ส่วนถ้าโค๊ดยาวขึ้นนี่ไม่แน่ใจ แต่ระเบียบจัดเลย

ส่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องของ seo ไม่น่าเกี่ยวกับประเด็นนี้ เพราะถ้าเราอยากให้ google เก็บ ไม่ว่ามันจะถูกหรือผิดกฎ w3c เราก็จะใส่อยู่แล้ว

แต่รูปที่เราไม่ต้องการให้มีชื่อมันก็ควรจะไม่ต้องใส่ก็ได้ เพราะเราใส่เราก็ใส่เป็น alt="" อยู่ดี แล้วจะใส่ไปทำไมให้โค้ดมันเพิ่ม ตัว w3c มันไม่ฉลาดพอที่จะรู้เหรอว่าถ้าเขาไม่ใส่ แปลว่าเขาต้องการให้เป็นค่าว่าง

เรื่อง iframe ไม่ได้นี่อีก เท่ากับไปลดประสิทธิภาพการทงานของเว็บ ทั้งที่การทำมันควรจะไปเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่า และไม่รู้ว่ามีอะไรมาทดแทนหรือเปล่า 


อ้อ ตอนนี้ประเด็นของผมอยู่ที่ SE appeal ไม่ใช่ Human appeal อิอิ
1.ที่ใส่css ไม่ได้มีหวังผลต่อโหลดช้าไม่ช้าครับ แต่มีผลต่อการเก็บ index จาก search engine จากตัว robot เอง ถ้า code ยาวมาก มีปัญหาครับ ต้องไปดูเวลา search บน GG มีตัวเลขขนาดหน้าเว็บที่เป็น txt ที่ robot เก็บไว้ ซึ่งจะไม่เก็บ css และ js ไว้
2.iframe มีปัญหามากต่อ crawlability ของ robot ครับ สูสีกับ js (ตอนนี้ยังเป็นแบบนั้นหรือเปล่ายังสงสัย)
3.robot อ่านรูปไม่เป็นครับ อ่านได้แต่ alt ที่กำกับไว้ ถ้าไม่ต้องการ ก็เขียน alt="" ได้ครับ เรื่องอ่านรูปไม่เป็นนี่ ที่เคยประสบมาคือ มีคนจ่ายตังซื้อแบนเนอร์ที่เว็บหนึ่ง เมื่ออดีต ผ่านไปเป็นเดือน ๆ ไปตรวจสอบที่ gg webmaster tool ก็ไม่มี backlink เลยไปตรวจสอบ พบว่า เอาแบนเนอร์ไปวาง ใส่ลิงค์ แต่ไม่มี alt ครับ เลยแนะให้ใส่ alt ไม่กี่วัน ก็ตรวจสอบที่ webmaster tool เจอครับ
เรื่องของ robot นี่ มีคนแนะนำว่า อยากรู้ว่ามันอ่านเว็บอย่างไง ให้ลองเล่นโปรแกรม บน unix ที่เรียกว่า lynx เป็น text based browser เวลาเจอลิงค์ มันจะเขียนเป็น [link] เวลาเจอรูปที่ไม่มี alt มันจะเขียนเป็น [img] ไม่ระบุลิงค์
เรื่องของสามปีที่แล้ว ตอนนี้น่าจะพัฒนาไปมากแล้ว
4.stylesheet พัฒนาจนถึงขั้น xsl ใช้แสดงผลบน browser อื่นๆ หรือ content บน mobile และทดแทนความสามารถ เท่าที่ตารางเดิมจะทำได้ แต่อย่างว่าครับ กว่าจะใช้ได้คล่องต้องเรียนรู้อีกมาก ขนาดผมเองยังใช้ตารางมาผสมเลยเพราะด้วยความง่ายและยืดหยุ่นครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ดีและเป็น concept อย่างที่ผมบอกคือ
css = การแสดงผล
text data = ข้อมูล
js = ฟังก์ชั่น
ถ้าไม่ปนกัน ก็จะง่ายต่อผู้มาพัฒนาต่อครับ ว่าจะปรับแก้ตรงไหน ที่โปรแกรมเมอร์รุ่นต่อๆมาปวดหัวเพราะโดนรุ่นก่อนยำไว้เละเลยครับ
บางท่านเล่นเอา css ไปฝังไว้กลางๆเว็บ js ซ้อน js conflict อื้อซ่า มี template สองอัน ตารางซ้อนตารางมั่วไปหมด ฯลฯ
เหมือนปัจจุบันที่การเขียนโปรแกรม ใช้ object ว่า อะไรจะใช้แสดงผล อะไรใช้เป็นดาต้า และอะไรคือ ฟังก์ชั่น

แต่ก้อยังมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับ w3c อีกแยะครับ ผมว่า ของพวกนี้มันแล้วแต่ authority
[direct=https://www.thaihealth.net/blog/seo_doctor/]seo blog[/direct]|[direct=https://netplushost.com]netplushost[/direct]
[direct=https://pattayawebmarketing.com/pattaya-seo]pattaya seo[/direct]
[direct=https://dochost.net]seo hosting[/direct]

pugkung

คิดเล่น ๆ นะครับ ไม่ขำ ก็ขอโทษด้วย

ผมว่าทาง W3C ไปจ้าง GG ให้ออกมา สร้างกระแสเกี่ยวกับ CSS หรืออะไรพวกที่มาแทน table หรือปล่าวครับ เพราะว่าทางยักษ์ใหญ่อย่าง พี่ บิลล์ (Micro Soft) ก็ยังไม่สนใจและ ละเลยเป็นอย่างมากกับการสร้าง IE ที่จะให้มีมาตรฐานของ W3C เพราะพี่แกมองว่า ในอนาคต Hardware มีแต่จะยิ่งพัฒนาสูงขึ้น สูงกว่า Soft ware ด้วย ยังไง ๆ ก็ รันโค้ดได้รวดเร็วอยู่แล้ว พี่แกก็เลยเน้นมาที่ความ สะดวกสบาย ของผู้ใช้มากกว่า

ทีนี้ เกียวอะไรกะ W3C
  W3C คือผู้ออก กฎ แล้ว MS ไม่ทำตามกฎ แล้ว W3C ทำอะไร MS ไม่ได้ ก็เลย หมั่นไส้ เลยไปว่าจ้างผู้ที่มีอำนาจพอ ๆ กันให้ออกมาช่วยหน่อย ประมาณนี้ 5 5 5

ไม่ขำก็ขอโทษเน้อ

ปล.ผมว่าทำตาม W3c บ้างก็ดีนะครับ เพื่อคนที่ไม่สามารถดูเว็บได้ด้วยตา ( แต่ทำไมคนเขียนโปรแกรมไม่เขียนให้ข้าม table ไปซะก็สิ้นเรื่อง ไม่ก็ให้ webmaster ใส่ comment ตรง table ที่เอาไว้ ดีไซน์  :P )

ก็องโต้

จะบอกว่าพี่บิลต์ ไม่สนใจเลยก็คงไม่ค่อยถูกนักนะครับ ลองดูข่าวนี้ละกัน

http://www.news.com/8301-10784_3-9836106-7.html

gootum

This Page Is Valid XHTML 1.0 Strict!
Result:      Passed validation
Address:           http://blog.gootum.com/
Doctype:       XHTML 1.0 Strict

ทำอะไรที่มันตาม w3c แล้ว SERPs มันจะดีตามมาครับ  ;D

Moha

น่ารักดอทคอม : ถึกๆ ต่อไป กับ เว็บ 1.x หรือ เว็บทำมือวันละ หน้าสองหน้า manual html เพียวๆ + เทคนิคเดิมๆ

เว็บใครๆ ก็รัก
- แนะนำ => [direct=http://directory.narak.com]Directory[/direct] : [direct=http://jobs.narak.com]หางาน[/direct] : [direct=http://games.narak.com]เกมส์[/direct] : [direct=http://lotto.narak.com]หวย[/direct]
- [direct=http://pha.narak.com]pha.narak.com[/direct] : PHA => People Living With HIV / AIDS : เว็บไซค์สังคมของผู้ป่วย HIV
ใครมี twitter คุยกันขำๆ กับ ผมได้นะ => @iammoha หรือจะ facebook ก็ @paspon

gootum

อ้างถึงจาก: Moha ใน 09 มกราคม 2008, 11:13:50
อุ๊ย !!! ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย ตกข่าว


พึ่งจะรู้วันนี้เหมือนกันครับ  ;D

ball6847

ผมเองก้ฃ็ไม่ได้ใช้ div กะ css ล้วนเหมือนกัน เพิ่งจะมาเปลี่ยนความคิดตอนหลัง (เพราะยังไม่เซียน css)

ผมจะใช้ table เฉพาะ layout รอบนอกอ่ะคับ แบบว่าแค่นึก layout คร่าวๆ ว่าจะมีกี่ คอลั่ม กี่แถว ก็พอ ก็จะใช้ ตารางเดียวทำให้มันเป็นโครงร่างออกมา ส่วนอื่นที่เหลือก็จะใช้ div ทั้งหมด ขนาดไฟล์แทบไม่ต่างกัน

เหตุผลที่ต้องมาใช้วิธีนี้คือ เพราะ div จะมีปัญหากับภาษาไทย ถ้าใน div ไหนที่มีประโยคยาวๆ แบบไม่เว้นวรรคเลย จะทำให้มันไปเกย div ด้านข้างที่ตั้ง float เอาไว้ ถ้าเป็น IE div ด้านข้างก็ตกลงไปเลย (ทุเรสมากมาย) ถ้าเป็น FF ตัวหนังสือก็จะหายไปแล้วโดน div ด้านข้างบัง (ทุเรศพอๆกัน)

ถ้าเกิดเปลี่ยนมาใช้ table เพื่อสร้าง layout เวลามีประโยคยาวๆที่ไม่ได้เว้นวรรค จะทำให้ตารางมันยาวขึ้นเอง และจะไม่เกย หรือทำให้อีก คอลั่มตกไป ผมว่ามันควบคุมได้ง่ายกว่าเยอะ

แต่ั้ทั้งนี้ทั้งนั้น แค่ CSS อาจจะทำได้ก็ได้มั้ง เพราะผมไม่ได้รู้ทุก css ซะด้วยสิ
We use Ubuntu.

[direct=http://ng-seo.sourcelab.xyz/]AngularJS SEO Experimental[/direct]

pang

อ้างถึงจาก: pugkung ใน 09 มกราคม 2008, 10:30:00
คิดเล่น ๆ นะครับ ไม่ขำ ก็ขอโทษด้วย

ผมว่าทาง W3C ไปจ้าง GG ให้ออกมา สร้างกระแสเกี่ยวกับ CSS หรืออะไรพวกที่มาแทน table หรือปล่าวครับ เพราะว่าทางยักษ์ใหญ่อย่าง พี่ บิลล์ (Micro Soft) ก็ยังไม่สนใจและ ละเลยเป็นอย่างมากกับการสร้าง IE ที่จะให้มีมาตรฐานของ W3C เพราะพี่แกมองว่า ในอนาคต Hardware มีแต่จะยิ่งพัฒนาสูงขึ้น สูงกว่า Soft ware ด้วย ยังไง ๆ ก็ รันโค้ดได้รวดเร็วอยู่แล้ว พี่แกก็เลยเน้นมาที่ความ สะดวกสบาย ของผู้ใช้มากกว่า

ทีนี้ เกียวอะไรกะ W3C
  W3C คือผู้ออก กฎ แล้ว MS ไม่ทำตามกฎ แล้ว W3C ทำอะไร MS ไม่ได้ ก็เลย หมั่นไส้ เลยไปว่าจ้างผู้ที่มีอำนาจพอ ๆ กันให้ออกมาช่วยหน่อย ประมาณนี้ 5 5 5

ไม่ขำก็ขอโทษเน้อ

ปล.ผมว่าทำตาม W3c บ้างก็ดีนะครับ เพื่อคนที่ไม่สามารถดูเว็บได้ด้วยตา ( แต่ทำไมคนเขียนโปรแกรมไม่เขียนให้ข้าม table ไปซะก็สิ้นเรื่อง ไม่ก็ให้ webmaster ใส่ comment ตรง table ที่เอาไว้ ดีไซน์  :P )


มาดูกันขำขำ ครับ
จริงๆ แล้วการเขียนหน้าเว็บแต่ละหน้าให้ Validate ผ่านนั้น ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย บางคนเขียนมายังไงก็ถูก ทั้งๆ ที่เขียนแบบ XHTML 1.0 Strict ด้วย แต่อีกแบบคือเขียน XHTML 1.1 แต่ด้วยข้อจำกัดของ User Agent บางตัว ทำให้ไม่สามารถใช้ XHTML 1.1 ได้ (คนที่คุณก็รู้ว่าคือใคร เอิ้ก)
แต่หลังจากเดือนมีนาคม ศกนี้ เป็นต้นไป ชีวิตจะมีทางเลือกเพิ่มมากมากยิ่งขึ้น เมื่อเรามี IE8 มาให้ได้ลองเล่นกัน ถึงแม้ว่ามันจะอาจเป็นแค่ Beta แต่เป็น Beta ที่ได้มาตรฐานผู้ให้บริการ หลับตานึกว่า IE8 จะแสดงผลหน้าเว็บยังไง ก็ลองเอา Opera 9.5 เข้าเว็บดูครับ

หลักการเขียน XHTML ให้ผ่านขั้นแรก
1. ต้องเข้าใจก่อนว่า XHTML ไม่ใช่ HTML และทั้ง XHTML + HTML ทำงานตาม DTD ในแต่ละหน้าที่กำหนด ถ้าเราเขียนเว็บแบบไม่มี DTD เรียกว่า เคิร์กโหมด Google ก็จะส่ง Robot ประเภท เคิร์กโหมด มาเก็บหน้าเว็บเราเหมือนกัน แต่ถ้าเขียนแบบมี DTD ต้องดูว่า DTD เป็นแบบไหน ภาษาอะไร html หรือ xhtml และ User Agents จะไล่อ่านหน้าเว็บเราตาม DTD ที่เรากำหนดไว้
2. XHTML 1.0 Transitional ถูกปรับเปลี่ยนไม่มาก เพื่อให้เหล่าคนทำงานปรับตามกันได้ง่าย แค่เพิ่มคุณลักษณะบางประการ ของ xml เข้ามา แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปทั้งหมดคือ วิสัยทัศน์ การมองโครงสร้างเอกสาร
3. XHTML 1.0 Strict ขยับข้อกำหนดขึ้นมาอีกนิด เปลี่ยนแปลง Element หลายตัว เพิ่มความหมายให้ พร้อมที่จะทำให้เข้ากันได้กับ Semantic Web ในอนาคต และเพื่อให้คนทำงานเจาะจงการใช้งานมากยิ่งขึ้น เขียนผิด ก็ยังแสดงผล แต่ไม่เป็นผลดีต่อหน้าเว็บและการเก็บข้อมูล
4. XHTML 1.1 อันนี้ Served แบบ XML การเรนเดอร์หน้าเว็บเป็นแบบ application-x/xhtml ไม่ใช่ text/html สิ่งที่ต้องรองรับคือ ทั้ง User Agent และ Server อย่างเช่น Apache ต้องเปิดให้รองรับด้วย แล้วที่สำคัญอีกอย่าง โปรแกรมที่เราใช้เขียน XHTML 1.1 ตอน Save เอกสาร ต้องถูก Saved เป็น application-x/xhtml ไม่ใช่ text/html
อีกอย่าง สำหรับ XHTML 1.1 โครงสร้างข้อมูลหลักของ XHTML ถูกขยับปรับความหมาย เพื่อที่จะข้ามไปสู่ XHTML 2.0
5. XHTML 2.0 โครงสร้าง Module ถูกปรับเปลี่ยนไปกว่าครึ่ง จาก ที่เคยเป็น Structural Module เช่น <html>, <body> ถูกจับไปเป็น Document Module และ Element ตระกูล Block Element ถูกขยับมาเป็น Structural Module แทน เช่น <div>

ทีมงานพัฒนาของ W3C ส่วนใหญ่มาจาก Microsoft, Google, Opera, Nokia, HP และเหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับวิศกรรมคอมพิวเตอร์

มองการพัฒนางานของ W3C ในมุมการเมือง ผลประโยชน์สูงสุดของงานใดๆ จะตกอยู่กับบริษัทที่รับผิดชอบชิ้นส่วนงานนั้นเป็นหลัก
ที่ทำให้ผมคิดเช่นนั้น เพราะว่า ของบางอย่างที่ทีมพัฒนาจากบางที่มาทำ จะสามารถใช้งานได้ก่อนใครอื่นเสมอ
เช่น Firefox ซึ่งมีคนเข้าไปรับผิดชอบเรื่อง CSS Module ที่เกี่ยวกับการแสดงผลเป็น Column ก็จะเอาชิ้นส่วนออกมาใช้ก่อน หรือ Opera ที่มุ่งมั่นกับ CSS3 Selector ต่างๆ ที่เป็น CSS3 สามารถนำมาใช้ได้แล้ว รวมทั้ง Element <nl> ของ xhtml 2.0 ด้วย
ส่วน Microsoft ก็โน่นเลย Position Grid Advanced Layout ของ CSS คงเห็น IE8 ใช้งาน Module นี้ได้ก่อนใครอื่น

เก้าอี้พัฒนางานของ W3C ในส่วนต่างๆ คงถูกรุมทึ้งไม่แพ้กับนักการเมืองแย่งเก้าอี้ บ้านเรา เพราะถ้าได้เข้าไปเป็นคนกำหนด มาตรฐานการพัฒนาและอนาคตด้วยแล้ว มีหรือจะไม่ทำให้เอื้อต่อผลประโยชน์ ของบริษัท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ไม่ได้เกินงามอารายยย เอิ้ก

เขียน XHTML ยังไง ก็เขียนผ่านครับ ถ้ารักกันจริง
แต่ เขียนยังไงให้มันเป็นไปตาม WCAG นั่นสิ
Section 508 รอคุณอยู่

Dr.K

อ้างถึงจาก: ก็องโต้ ใน 09 มกราคม 2008, 10:58:09
จะบอกว่าพี่บิลต์ ไม่สนใจเลยก็คงไม่ค่อยถูกนักนะครับ ลองดูข่าวนี้ละกัน

http://www.news.com/8301-10784_3-9836106-7.html

อ่านไปเจอเว็บที่กำหนด standard ที่หินคือ
http://www.webstandards.org/action/acid2/
น่าสนใจอ่านต่อ

ขอบคุณเซียน css ตัวจริง pang ครับ ว่างๆสอนผมด้วย
โง่มากมายเรื่องการทำให้สแตนดาร์ดเนี่ย
ผมพูดจริงนะ กะว่าจะ redesign ใหม่หมดเลย
ของเดิมมันมั่วมาก แก้มาสามปีแล้ว

[direct=https://www.thaihealth.net/blog/seo_doctor/]seo blog[/direct]|[direct=https://netplushost.com]netplushost[/direct]
[direct=https://pattayawebmarketing.com/pattaya-seo]pattaya seo[/direct]
[direct=https://dochost.net]seo hosting[/direct]

spiceday


แอร๊ยยยๆๆๆ


moonoi


pugkung

อ้างถึงจาก: moonoi ใน 09 มกราคม 2008, 13:29:16
MS ไม่ยอมสนใจ จนโดน Firefox ตีตลาดไปแล้วครับ ;D
ครับ โดนแบ่งพื้นที่ทางการตลาดมากขึ้น แต่ ก็ยังเป็นอันดับต้น ๆ อยู่สำหรับคนใช้เว็บ

และเว็บเกมส์บางที ก็ยังต้องอาศัย ie เพื่อที่จะเข้าเกมส์ และถ้าทาง ie8 นี้เป็น มาตรฐานจริง ๆ ผมว่า FF ดับ แน่ ๆ

hurahura

อ้างถึงจาก: moonoi ใน 09 มกราคม 2008, 13:29:16
MS ไม่ยอมสนใจ จนโดน Firefox ตีตลาดไปแล้วครับ ;D

ผมไม่รู้ว่าคนแถวนี้ชอบ FF กันหรือเปล่า แต่เดาว่าน่าจะชอบกันมาก ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นหลายคนคงไม่ชอบที่ผมจะพูด

แต่ผมก็อยากจะบอกความจริงว่า FF ยังหากจาก MS มากพอควรเลยครับ มากพอที่เว็บมาสเตอร์หลายๆเว็บยอมที่จะตัดผู้ใช้กลุ่มนี้ออกไป เพราะ FF มีปัญหาและมีข้อจำกัดมากกว่า IE ผู้ใช้ที่ไม่ชำนาญมักมีปัญหาต้องใช้เวลาอย่างมากเพื่อเขียนเว็บให้ทำงานได้ดีใน FF ด้วย โดยเฉพาะกับเว็บระดับกลาง เพราะเว็บขนาดใหญ่เขามีทีมงานทำเรื่องพวกนี้ได้อยู่แล้ว ส่วนเว็บขนาดเล็กก็ไม่ไม่ค่อยมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจึงไม่เห็นความต่างเท่าไหร่ ความต่างนั้น ถ้าใช้ css จะเริ่มเห็นชัด และจะชัดยิ่งขึ้นเมื่อใช้ AJAX

ซึ่งเว็บขนาดกลางก็มีอยู่เป็นจำนวนมากซะด้วย เมื่อเว็บระดับกลางเหล่านั้นยอมแพ้ต่อการต้องเสียเวลามาทำเว็บให้ไม่มีปัญหาใน FF  ดังนั้นเราจึงมักได้เห็นประโยคฮิดว่า "Best View with IE" จะมีซักกี่เว็บที่เขียนว่า "Best View with FF" สิ่งเหล่านี้น่าจะยืนยันได้ว่า อย่างไร IE ก็ตอบสนองผู้ใช้ได้ดีกว่า ในแง่ของผู้เข้าชมเว็บ คุณสามารถมี IE โดยไม่มี FF ได้ แต่ไม่สามารถมี FF โดยไม่มี IE ได้ เพราะบางเว็บจะใช้งานไม่ได้

แม้ว่าใครจะชอบ FF แต่คงไม่มีใครกล้าเถียงความจริงที่ว่า "ผู้ทำเว็บมักต้องใช้ FF เป็นหลักตอนทำ เพราะเว็บที่ดูได้ด้วย FF มันจะดูได้ด้วย IE ด้วย แต่เว็บที่ดูได้ด้วย IE อาจมีปัญหากับ FF "

มันต่างกันตั้งแต่แนวคิดแล้ว

IE ออกแบบโดยยึดผู้ใช้เป็นหลัก ออกแบบตามการใช้งานของผู้ใช้
FF ออกแบบโดยยึดมาตรฐานเป็นหลัก ให้ผู้ใช้ต้องใช้งานตามมาตรฐานที่กำหนด

แค่แนวคิดก็ผิดแล้ว เราจะเลือกอะไรระหว่างต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อใช้โปรแกรม หรือเลือกใช้โปรแกรมที่ตอบสนองการใช้งานของเรา เวลา FF ทำงานไม่ได้ มักจะโทษว่าเป็นความผิดของผู้ใช้ ดันเขียนไม่ได้มาตรฐานเอง แต่ IE กลับสามารถแสดงผลได้ดี ไม่ว่าผู้เขียนจะเขียนแบบไหน

ความแตกต่างตรงนี้ไม่มีวันหายตราบใดที่ยังยึดแนวคิดเดิม เพราะถ้ามองในมุมของผู้ใช้ทั้วไปแล้ว เขาไม่ได้ชื่นชมในมาตรฐานของ FFหรอก แต่เขาจะบอกว่า FF บอกว่า FF โง่ว่า IE  FF ไม่มีความสามารถในการตีความว่าผู้ใช้ต้องการอะไร ได้แต่ตำตามกฎที่ตั้งไว้

เท่าที่สังเกตคนที่ชอบ FF มักจะมีด้วยกัน 2 เหตุผล
1. ขอแรกดูไม่ค่อยเป็นเหตุผลแต่เป็นข้อใหญ่สุด คือชอบตรงรงที่มันไม่ใช้ของ Microsoft ถึงแม้คุณภาพมันจะแย่กว่าในหลายๆด้าน แต่เมื่อได้อคติที่คนจำนวนมากมีต่อ MS ทำให้ FF มีคนชอบ (แน่นอนว่าหลายคนจะไม่ยอมรับประเด็นนี้ แต่มันคือความจริง)

2. ชอบเพราะมันสามารทำงานที่ไม่ปกติได้ดี
FF แปลกตรงที่ มักจะทำในสิ่งที่ควรทำได้ ไม่ได้ แต่มักจะทำในสิ่งที่ไม่ควรทำได้ ได้
การแสดงผล การใช้งานคำสั่งต่างๆ ที่มันควรจะทำได้ แต่กลับทำไม่ได้ หรือทำไม่ได้ดี ด้วยเหตุผลว่ามันไม่ตรงตามมาตรฐาน แต่ FF กลับมี plug in มากมาย ไว้ใช้ทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำได้ เว็บบางเว็บมีการป้องกัน user ไว้ เพื่อให้ผู้ใช้ ใช้งานตามวัตถุประสงค์ของผู้ทำเว็บ แต่ FF กลับมีฟังชั้นที่ฝ่าฝืนกฎเกณเหล่านั้น ดังนั้นผู้ใช้ FF จึงมักเป็นผู้ใช้งานที่ไม่ปกติมากกว่า



ปล. พิมพ์มาตั้งยาว ดูเหมือนไม่เกี่ยวกับกระทู้ แต่จริงๆเกี่ยวนะ ที่อยากจะบอกคือ  w3c พยายามทำให้ทุกคนต้องทำตามกฎของเขา ซึ่งผมบอกได้เลยว่าไม่มีทางทำได้ ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังคงเลือกใช้สิ่งที่ตอบสนองตนเองมากกว่าที่จะทำให้ตนเองให้ตอบสนองมาตฐาน


Dr.K

[direct=https://www.thaihealth.net/blog/seo_doctor/]seo blog[/direct]|[direct=https://netplushost.com]netplushost[/direct]
[direct=https://pattayawebmarketing.com/pattaya-seo]pattaya seo[/direct]
[direct=https://dochost.net]seo hosting[/direct]