ขอเสนอตักเตือน หรือ แบน tanawat30 ครับ

เริ่มโดย kinkow, 27 กรกฎาคม 2010, 00:51:46

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

gamara3

ผมคนธรรมดาครับ
หิวก็กิน ง่วงก็นอน :P
[direct=http://stellaultimate.com]stellaultimate[/direct]
[direct=http://lekded.blogspot.com/]เลขเด็ด[/direct]
[direct=http://www.ebook.astoremarket.com/]ebook android app[/direct]

ก้ามปู

อ้างถึงจาก: KonRaiNamJai ใน 27 กรกฎาคม 2010, 01:18:41
อรหันต์
.ไม่มีการป้องกันครับเพราะไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว..อยู่ในสภาวะ หมดสิ้นจากกิเลส

ท้ามีคนกล่าวว่าแสดงว่าเป็นกรรมเก่าต้องปล่อยไป

ผมก็ตามอ่านกระทู้ของท่านนี่อยู่ เห็นมีอะไรกระทบท่านก็ต้องออกมาพูดเพื่อ?

อันนี่ผมพิมพ์ไม่ทันกระทู้เก่าโดนล็อกไปก่อนเอามาใส่ที่นี่เลยละกัน
จะเล่าอะไรเล็กน้อยเป็นธรรมรอบดึกนะครับ

....สมัยผมบวช มีโยมที่นั่งรอรถอยู่ศาลาเดียวกัน..เค้าบอกว่ามาวัดป่าแล้วกลัวจนนอนไม่หลับ..
(นอนกุฏิคนเดียววันป่าจะแยกกุฏิรูปละหลัง เล็กๆแล้วห่างกันอย่างน้อย200-300เมตรไม่มีไฟฟ้าจุดเทียนเอานะครับมีไฟฉายให้เวลาเดินทาง..อันนี่โยมเค้าอยากบวชเลยไห้ไปลองอยู่ก่อนนะครับ)
ผมก็ถามว่าเพราะอะไร..เค้าบอกว่าได้ยินเสียงลมเสียงดังกระทบห้องทีเค้านอนเค้ากลัว.
..
.ผมก็บอกว่ามันก็อาจเป็นแค่ลมพัดอะไรมากระทบ.เรามองไม่เห็นทำไมต้องไปใส่ใจ ก่อนจะนอนเราก็ดูรอบๆนองก่อนว่าอะไรเป็นเช่นไรอยู่ตรงไหนท้ามันมีอะไรมากระทบมันก็จะเกิดเสียง..
..กำลังพูดให้โยมคนนั้นเค้าคลายกลังวล แต่ก็มีพระรุ่นพี่อีกรูปพูดแย้งมาว่า...ตอนนี่ท่านกำลังทำอบัตติ.นะท่าน  :o..อ่ะ..เราก็นึกว่าเราผิดข้อไหน อ๋อ สิกยาวัตร..เรื่องการแสดงธรรมต่อพูดที่นั่งในระดับเดียวกัน.
..(ตอนนั้นผมแค่คิดว่าพูดไห้กำลังใจเฉยๆทำไมมันเป็นถึงกับเรื่องแสดงธรรมเลยรึ)
..ผมก็มาคิดว่าเป็นพระนี่ จะช่วยเหลือใครต้องรอไห้มันอยู่ในรูปของกฏที่ถูกต้องเหอรครับถึงจะทำได้
..ผมเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับกระรูปหนึ่งที่เค้าช่วยพยุงผู้หญิงที่เป็นลม...สิ่งทีเกิดคืออะไร...มีคนด่าพระคนนั้นไปจับต้องผู้หญิง.....พระผิด?
..(พระจับผู้หญิงจริงๆก็ไม่ผิดครับมันมีระบุบใว้ด้วยว่า ท้าจับด้วยความกำหนัด นั้นละครับถึงผิด)
...ความคิดผมในตอนนั้นก็เป็นเช่นนี่ ผมคิดว่า เราไม่ได้ใส่ใจหรอกที่พระอีกรูปบอกว่าเราอาบัติ...เลยไปถามพระรุ่พี่อีกคนในเรื่องนี่..ผมบอกว่าผมไมไ่ด้สนใจอ่าครับแต่อากถามว่าแบบนี่ควรทำอย่างไร
..
.เ.ค้าบอกมาว่า ไหนบอกไม่ใส่ใจ แล้วถามทำไม...
..เอ่อ..ผมไม่ได้ใส่ใจครับแค่อยากถามไปท้ามีโอกาศหน้าผมควรทำอย่างไร...เค้าก็พูดมาเหมือนเดิมว่า..
.."ท้าไม่ใส่ใจแล้วจะสนทำไมกันเรื่องทีเกิดขึ้น"..
..
..แล้วเค้าก็เล่าตัวอย่าเรื่องของพระนิกายเซนไห้ฟัง...
.มีพระหนุ่มสองรูปกำลังเดินถุถุดงค์.ผ่านป่าเล็กๆตรงนั้นมีสพานเล็กๆที่ใว้ข้ามแต่น้ำมันท่วมมาหน่อยๆ..มีหญิงสาวที่แต่งตัวในชุดทียาวกำลังจะข้ามแต่ไม่อยากไห้เปียก..
พระรูปหนุ่มที่เห็นเลยเข้าไปแบกหญิงสาวข้ามสะพาน..พระอีกรุปไม่พูดอะไร..จากนั้นก็เดินไปต่อจนเจออีกสะพาน..พระที่ไม่ได้เข้าไปช่วยหญิงสาวก็พูดขึ้นว่า..
เมื่อกี่ที่ท่านทำมันดูไม่สมควรเลยนะ....
พระที่ได้ช่วยหญิงสาวก็พูดขึ้นว่า...ท่านยังไม่วางผู้หญิงคนนั้นลงอีกหรือเราได้ว่างผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ข้ามสะพานมาแล้วนะ..

เข้าใจกันหรือป่้าวครับ...สิ่งทีเรียกว่าการปล่อยวาง..
ยาวไปนิดขอโทษด้วยนะครับ ไม่ได้อยากขุดกระทู้แต่อยากเสริมเรื่องการปล่อยวางครับ

พิมพ์ใน Xp มาวางใน  Vista ภาษาเพี้ยนหมด - - ปรกติก็พิมพ์ผิดอยู่บ่อยๆอยู่ละขอโทษเรื่องภาษาด้วยนะครับ

ผมชอบอันนี้อ่ะ

จะไปยึดติอะไรมากมาย เคาจะบรรลุรึไม่มันก็เรื่องของเค้า

เคยมีในพุทธประวัติ หรือว่าพระไตรปิฎกมั้ยว่าพระพุทธเจ้าโกรธที่คนไม่เชื่อว่าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้า
เคยมีมั้ยที่พระองค์บอกว่าใครไม่เชื่อพระองค์จะบาป

จะนับถือศาสนาพุทธต้องนับถือด้วยปัญญาครับ ไม่ใช่นับถือด้วยศรัทธา ถ้ายังไม่เข้าใจอีกก็ต้องศึกษาจากพระไรปิฎกให้เยอะๆครับ


พยายามละกิเลศให้มากครับ
รัก โลภ โกรธ หลง

อย่าไปยึดติดกับมัน ใครจะบรรลุจริงไม่จริงก็ปล่อยเค้าไป ถึงจะแปลก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นจริงไม่ได้ โลกเราพัฒนาเพราะความเชื่อแปลกๆนี้ทั้งนั้นแหละครับ

ไมเชื่อไปดูประวัตินกวิทยาศาสตร์ และนักปรัญญาดูครับ ว่าเค้าโดนหาว่าบ้า โดนประการมากี่คนแล้ว  :P
ตอนนี้ผมไม่ค่อยว่างตอบอะไรใครนะครับ เพราะไม่ได้เข้าบอร์ดเลย

เก๋าลัดคุง

พระพุทธเจ้าที่สร้างบารมีใช้เวลาบำเพ็ญบารมี หลาย อสงไขย ยังต้องตั้งจิต อีก ไม่ใช่ 10 ปี จา  :P
[direct=https://www.mescript.com/]Pc Game Download [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]Pc Game Download [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]Pc Game Download [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]Computer Programming and Knowledge make By MeScript.com.com [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]รับพัฒนาเว็บไซต์ + รับจดโดเมน + Hosting ราคาถูก [/direct]

zern

อ้างถึงจาก: mayonnaise13 ใน 27 กรกฎาคม 2010, 07:14:09
แบนค่ะ  >:(

























หมายถึงนม นะ  :-[
อ้างถึงกินแบบนี้เมื่อไหร่จะผอมเนี่ย T-T
แบนด้วย อ้วนด้วย ช่างเป็นคนที่น่าสงสารอะไรเช่นนี้  :wanwan004:

(โบกแท็กซี่ชิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว) :wanwan026:
สูงสุด ที่สุดก็คืนสู่สามัญ

ThongJsn

สงสัยนอกจาก คาเฟ แล้วจะต้องมีห้องธรรมะอีกห้องแล้วล่ะครับ

ผมว่าถอยออกมามองกว้างๆ มันไม่ต่างจาก เหลืองแดงหรอกมั้ง มันแล้วแต่ว่าใครจะมีอุดมการณ์ฝั่งไหน
พูดกัน 100 กระทู้ก็ไม่จบหรอก อยากให้จบคือ ทุกท่านถอยออกมา งดการโต้วาทีกัน และมาคิดให้มากๆ ว่าที่นี่คืออะไรและมีไว้ทำไม
และใครที่พยายามสรรหาเรื่องนอกประเด็นเข้ามาในที่นี้ โดยที่ยึดมั่นในอุดนคติของตัวเองเอามาพูดก็จงตระหนักให้มากว่าน่าจะมีโอกาสสูงที่พี่น้องในนี้จะต่อต้านท่าน

เก๋าลัดคุง

เรื่องพุทธศาสนาไม่ควรนิงเฉย ดูอินเดีย พุทธศาสนา หาไม่ได้แล้วครับ
[direct=https://www.mescript.com/]Pc Game Download [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]Pc Game Download [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]Pc Game Download [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]Computer Programming and Knowledge make By MeScript.com.com [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]รับพัฒนาเว็บไซต์ + รับจดโดเมน + Hosting ราคาถูก [/direct]

kazama

อ้างถึงจาก: tanawat30 ใน 27 กรกฎาคม 2010, 08:56:11
อ้างถึงจาก: kazama ใน 27 กรกฎาคม 2010, 08:39:55
ถ้าคุณ tanawat ตอบดี ๆ อ้าิงอิงธรรมะบ้าง  คงไม่มีใครว่าอะไรหรอก

แต่อ้างธรรมะแบบยกตัวข่มท่าน  ในนี้คงมีคุณ tanawat อยู่คนเดียว
ปกติในสังคมทั่วไปก็หาคนแบบนี้ได้ยากอยู่แล้ว  ไม่มีใครชม  ก็ชมตัวเอง
ยกยอปอปั้นตัวเอง   แถมชอบดูถูกคนอื่น  อ้างว่าตัวเองบรรลุแล้ว

การมีบุคคลนี้อยู่  ทำให้ธรรมะเสื่อมเปล่า
ยิ่งอ้างว่าบรรลุ  ยิ่งทำให้คนทั่วไปเห็นว่า  บรรลุแล้วนิสัยแบบนี้น่ะเหรอ
ผมสงสัยอยู่ว่าทำไมเขาไม่แปลกใจตัวเองบ้าง
พระพุทธเจ้า หรือพระที่บรรลุแล้ว  มีแต่คนนับถือศรัทธา
ตัวเขาเองมีแต่คนไม่ชอบ
บรรลุแล้วแทนที่จะพูดจาให้เข้าใจได้ง่าย  อธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดี
กลับเก่งแต่แถเอาเรื่องต่าง ๆ มายกหางตัวเอง

เหมือนกับมองว่าตัวเองเป็นธรรมะ  คนอื่น ๆ เป็นอธรรมไปซะหมด

นั่นมันเป็นความรู้สึกของคนทั่วไป  แล้วเขาใช้คำว่าอวดอ้างก็ถูกของเขา  ผมก็ยอมรับ  เพราะเขาไม่ได้เป็นอย่างที่ผมเป็น

แล้วที่ผมอ้าง  ผมไม่ได้อ้างลอย ๆ  อ้างแล้วผมบอกด้วยว่าผมได้มาอย่างไร  ต้องทำอะไรมาบ้าง  นั่นหมายความว่าถ้าใครอยาก

รู้ว่าเป็นอย่างที่ผมว่าจริงมั้ย  ต้องไปพิสูจน์ว่าจริงมั้ย  ผมมีวิธีปฏิบัติ  วิธีประเมินผลจากการปฏิบัติชัดเจนอยู่แล้ว  ไม่ได้เขียน

อะไรขึ้นมาลอย ๆ  หรือนั่งเทียนมาเขียน  ส่วนคนจะชอบหรือไม่ชอบนั้นผมคงห้ามไม่ได้  แต่ถ้าเป็นผม  ไม่ว่าใครบอกว่าเขาเป็นอะไร

ผมจะยอมรับในสิ่งที่เขาบอก  ด้วยเหตุที่ว่าผมไม่ได้เป็นแบบเขา  ส่วนการยกตนข่มท่านนั้นสิ่งที่เห็นมันต้องกลับกัน  คือผมเปิดประเด็๋น

แล้วยกตนขึ้นมา  แต่นี่คนอื่นยกประเด็นขึ้นมา  ร้อนมาถึงผมต้องมาชี้แจง  ถ้าไม่มีใครขุดอะไรขึ้นมาผมจะออกมามั้ย  ผมบอกแล้วว่า

ผมตอบชี้แจงก็เสียเวลาผม  ถ้าผมยกตนจริง  อย่างน้อยผมต้องตั้งกระทู้ขึ้นมาบรรยายสรรพคุณของตนเอง  แต่นี่ทั้งในอดีตและปัจจุบัน

กระทู้แบบนี้ผมไม่เคยตั้งโดยตรง  แต่ถ้าตอบในกระทู้  บางทีตอบไปแล้วมัดมัดตนเองให้ต้องตอบออกมา  มันเหมือนกับผมบรรยาย

วิธีประเมินผลจากการปฏิบัติ  อธิบายไปแล้วชั้นนั้นทำอย่างนั้นได้อย่างนั้น  ชั้นนี้ทำอย่างนี้ได้แบบนี้  แล้วมีคนถามว่าผมเอามาจากไหน

แล้วผมก็ตอบว่าเอามาจากประสบการณ์  มัดมัดตัวผมจนดิ้นไม่หลุดให้ผมต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงอยู่แล้ว  ถ้าผมไม่ยอมรับ

ผมก็ทุกข์  คนที่เวลาจะตอบคนอื่นแล้วมัวแต่นึกว่าจะตอบยังไงดี  ส่วนหนึ่งมาจากการที่ตนเองไม่ยอมรับในสิ่งที่ตนเป็น  จึงกลัว

ว่าตอบไปแล้วคนอื่นจะมองตนเองอย่างไร  แต่ผมไม่กลัวความจริง  คนที่ไม่กลัวความจริงจึงเป็นแบบนี้แหล่ะ  เป็นมากหรือน้อยเท่า

นั้น  ผมอาจจะหนักหน่อยตรงที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในทางศาสนา  แต่คนอื่นก็เป็นมิใช่รึ  เช่น  ถ้าคุณไปขโมยเงินนาย ก.  มาคุณต้อง

หาทางอย่างไรก็ได้ที่ไม่ให้นาย ก.  รู้  จริงมั้ย

แล้วไม่แปลกใจบ้างรึ  ทำไมคนถึงต่อว่า  แทนที่จะชื่นชม  - -'
คนจะดีไม่ดีอย่างไร  สังคมตัดสินใจ  ไม่ใช่ตัวเองมาตัดสิน

ข้อความก็มีแต่พูดถึงตัวเอง  อะไรก็ตัวเอง  ยึดถือแต่ตัวเอง
แบบนี้บรรลุแล้วจริงหรือ
ผมว่าคนบรรลุแล้วนี่  จะพูดถึงคิดถึงตัวเองน้อยมาก
แต่จะพูดถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่  ความเป็นไปในจักรวาลมากกว่าพูดถึงตัวเอง

ในเมื่อยึดติดกับอัตตา  คนอื่นก็เห็นแต่คุณมีแต่อัตตา
ไม่รู้เลยเหรอว่า  คนบรรลุแล้วเนี่ยมันไม่มีอัตตา  มีแต่อนัตตา
[direct=http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,335195.0.html]**** link ****[/direct]


[direct=http://wordthai.com]wordpress[/direct]  [direct=http://codex.wordthai.com]คู่มือเวิร์ดเพรส[/direct][direct=http://thaika.com]Thaika[/direct] [direct=http://blog.wordthai.com]รักคนอ่าน[/direct]

korn_nan

ธรรมที่กั้นไม่ให้บรรลุความดี 10 อย่าง (กระจกส่องตน)

สังโยชน์ คือ กิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์, ธรรมที่มัดสัตว์ไว้กับทุกข์ หรือกิเลสเครื่องร้อยรัดจิตใจให้จมในวัฏฏะ มี 10 อย่าง
สังโยชน์หรือสัญโยชน์ 10 เป็นความยึดมั่นถือมั่นที่นักปฏิบัติธรรมจะต้องละให้หมดสิ้น เป็นข้อกำหนดที่นักปฏิบัติธรรมพึงรู้ได้ด้วยตนเองว่า การละกิเลสของตนไปถึงขั้นไหนแล้ว

คือ

ก. โอรัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องต่ำ 5 ได้แก่
1. สักกายทิฏฐิ - มีความเห็นว่าร่างกายนี้เป็นของเรา มีความยึดมั่นถือมั่นในระดับหนึ่ง /// ละในความเห็นเป็นตัวตนของสังขารร่างกาย (ขันธ์5)
2. วิจิกิจฉา - มีความสงสัยในคุณของพระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ /// ละในความลังเลสงสัยที่มีต่อพระรัตนตรัย
3. สีลัพพตปรามาส - ความถือมั่นศีลพรต โดยสักว่าทำตามๆ กันไปอย่างงมงาย เห็นว่าจะบริสุทธิ์หลุดพ้นได้เพียงด้วยศีลและวัตร หรือนำศีลและพรตไปใช้เพื่อเหตุผลอื่น ไม่ใช่เพื่อเป็นปัจจัยแก่การสิ้นกิเลส เช่นการถือศีลเพื่อเอาไว้ข่มไว้ด่าคนอื่น การถือศีลเพราะอยากได้ลาภสักการะเป็นต้น ซึ่งรวมถึงการหมดความเชื่อถือในพิธีกรรมที่งมงายด้วย /// ละในการยึดมั่นในศีลโดยขาดการพิจารณาเหตุและผลของศีล
4. กามราคะ - มีความติดใจในกามคุณ /// ละความพอใจในการเสพกามรส
5. ปฏิฆะ - มีความกระทบกระทั่งในใจ /// ละความขุ่นเคืองใจ,ละความขัดข้องใจ

ข. อุทธัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องสูง 5 ได้แก่
6. รูปราคะ - มีความติดใจในวัตถุหรือรูปฌาน /// ละความพอใจในรูปและนิมิตต่างๆ
7. อรูปราคะ - มีความติดใจในอรูปฌานหรือความพอใจในนามธรรมทั้งหลาย /// ละความพอใจในลักษณะ(นาม)และความคิดคำนึงต่างๆ
8. มานะ - มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนหรือคุณสมบัติของตน /// ละการถือเปรียบเทียบความดีของตนกับผู้อื่น
9. อุทธัจจะ - มีความฟุ้งซ่าน /// ละความฟุ้งซ่านในธรรมเบื้องสูงที่ตนเองรู้
10. อวิชชา - มีความไม่รู้จริง /// ละทั้งความไม่รู้(อวิชชา)และความรู้ในปรมัตถ์ธรรม,ไม่ยินดียินร้าย

การละในสิ่งทั้งสิบข้อนี้ ท่านเรียก"สังโยชน์สิบ"เป็นข้อตรวจทานจิตของนักปฏิบัติธรรมเอง เมื่อละได้หมด...จิตก็เบิกบานอยู่ทุกขณะเวลา,สงบ,สันโดษ,สมถะ,เป็นผู้รู้แจ้งในโลกทั้งปวง...ไม่ติดกับของโลก...ไม่หลงโลกท่านกล่าวว่าเป็นผู้ดับทุกข์ได้ในที่สุด

พระโสดาบัน ละสังโยชน์ 3 ข้อต้นได้คือ หมดสักกายทิฏฐิ,วิจิกิจฉาและสีลัพพตปรามาส
พระสกทาคามี ทำสังโยชน์ข้อ 4 และ 5 คือ กามราคะและปฏิฆะ ให้เบาบางลงด้วย
พระอนาคามี ละสังโยชน์ 5 ข้อต้นได้หมด
พระอรหันต์ ละสังโยชน์ทั้ง 10 ข้อ

////////////////////////////////////////////////////////////

สีลัพพตปรามาส (บาลี: สีลพฺพตปรามาส) เป็นศัพท์ในพระไตรปิฎกเถรวาท หมายความถึงความยึดมั่นถือมั่นอยู่ในสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือศีลพรตภายนอกพระพุทธศาสนา หรือความยึดมั่นถือมั่นในการบำเพ็ญเพียงกายและวาจาตามหลักธรรมพระพุทธศาสนา (ศีล) ของตนว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐ ซึ่งเป็นเหตุให้ละเลยการปฏิบัติทางด้านจิตใจหรือการใช้ปัญญาเพื่อหลุดพ้น

สีลัพพตปรามาสจัดเป็นความเห็นผิดหรือมิจฉาทิฏฐิอย่างหนึ่ง จัดเข้าในกลุ่มสัญโยชน์ขั้นต้นที่พระอริยบุคคลระดับโสดาบันจะละความยึดมั่นเช่นนี้ได้

สีลัพพตปรามาสในพระไตรปิฎก ปรากฏทั้งในคัมภีร์สุตตันตปิฎกและอภิธรรมปิฎก โดยความหมายหลักของคำว่าศีลและพรตในศัพท์นี้ หมายถึงการปฏิบัติตามความเชื่อนอกพระพุทธศาสนา เช่น ความเชื่อในอำนาจบันดาลของสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือพระผู้เป็นเจ้า, ความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ที่เชื่อว่าการบำเพ็ญทุกกรกิริยาจะสามารถทำให้ผู้บำเพ็ญหลุดพ้นจากความทุกข์หรือหลุดพ้นจากอำนาจของกิเลสได้ หรือความเชื่อของลัทธิตันตระที่เชื่อว่าการมั่วสุมอยู่ในกามารมณ์จะสามารถทำให้หลุดพ้นจากทุกข์ได้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ความเชื่อในทางพระพุทธศาสนาก็อาจถือว่าเป็นศีลพรตในสีลัพพตปรามาสได้ กล่าวคือความยึดมั่นถือมั่นว่าการบำเพ็ญศีลในทางพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ของตนว่าเป็นสิ่งประเสริฐจนละเลยการปฏิบัติทางด้านจิตใจ และความเชื่ออย่างยึดมั่นถือมั่นว่าการบำเพ็ญเพียงแต่ศีลในพระพุทธศาสนาตามที่ตนยึดถือเพียงอย่างเดียวจะช่วยให้เป็นผู้บริสุทธิ์ได้ เช่น ความเชื่อว่าการถือศีลจะช่วยให้คนบริสุทธิ์ ซึ่งรวมไปถึงความเชื่อในการทานเจ หรือการปิดวาจา หรือความเชื่อในอำนาจอิทธิฤทธิ์บันดาลของพระพุทธรูปหรือพระสงฆ์เป็นต้น

โดยสรุป สีลัพพตปรามาส คือความเชื่ออย่างเห็นผิดในอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายนอกตัว, ความยึดมั่นในความดีเพียงขั้นศีลของตน และความเชื่อว่าการบำเพ็ญทางกายวาจาเท่านั้นที่จะสามารถทำให้คนบริสุทธิ์จากกิเลสหรือหลุดพ้นได้ ความเห็นเหล่านี้ถูกจัดเป็นความเห็นที่ผิดพลาดในทางพระพุทธศาสนาเพราะเนื่องด้วยพระพุทธศาสนาเน้นเรื่องภายในจิตใจคือการหลุดพ้นด้วยปัญญาภายในเป็นสำคัญ นอกจากนี้พระพุทธเจ้าตรัสหลักสีลัพพตปรามาสไว้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ปฏิบัติหลงผิดจากแนวทางหลักในพระพุทธศาสนา กล่าวคือไม่ให้มัวแต่หลงยึดมั่นแค่เพียงความบริสุทธิ์ของศีลที่มีเฉพาะด้านกายและวาจา โดยละเลยความบริสุทธิ์ด้านจิตใจไป ซึ่งความยึดมั่นถือมั่นเช่นนี้จัดเป็นอัสมิมานะซึ่งจัดเป็นกิเลสชนิดหนึ่ง

////////////////////////////////////////////////////////////

neungzzz

ถึงแม้จะดูหงุดหงิดไปหน่อย แต่ก็ไม่ร้ายแรงถึงขนาดต้องแบนนะผมว่า แล้วก็ไม่มีคำหยาบด้วย ดีกว่าเทพเกรียนบางคน ด่าพ่อล่อแม่คนอื่น คนนั้นมันน่าโดนกว่าเยอะ  :wanwan004:

เก๋าลัดคุง

อ้างถึงจาก: neungzzz ใน 27 กรกฎาคม 2010, 09:14:24
ถึงแม้จะดูหงุดหงิดไปหน่อย แต่ก็ไม่ร้ายแรงถึงขนาดต้องแบนนะผมว่า แล้วก็ไม่มีคำหยาบด้วย ดีกว่าเทพเกรียนบางคน ด่าพ่อล่อแม่คนอื่น คนนั้นมันน่าโดนกว่าเยอะ  :wanwan004:

เห็นด้วยครับ ไม่ถึงต้องแบนครับ คุยกันยาวครับ ชี้แจงธรรมะทีถูกต้อง
[direct=https://www.mescript.com/]Pc Game Download [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]Pc Game Download [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]Pc Game Download [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]Computer Programming and Knowledge make By MeScript.com.com [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]รับพัฒนาเว็บไซต์ + รับจดโดเมน + Hosting ราคาถูก [/direct]

tanawat30

อ้างถึงจาก: เก๋าลัดคุง ใน 27 กรกฎาคม 2010, 09:01:23
พระอรหันต์
   1. ไกลจากกิเลส
   2. กำจัดกิเลสได้หมดสิ้น
   3. เป็นผู้หมดสังสารวัฏ คือ การเวียนว่ายตายเกิด
   4. เป็นผู้ควรแก่การบูชาพิเศษของเทพและมนุษย์ทั้งหลาย
   5. ไม่มีที่ลับในการทำบาป ไม่มีความชั่วเสียหายที่จะต้องปิดบัง


ผู้เป็น พระอรหันต์ จะไม่อวดอ้าง

ผู้มีอิทธิลลิตจิต ในด้านลบ มักจะมาอวดอ้าง

ที่คุณว่ามามันถูกหมดเลยครับ  ผมยอมรับ  แต่อันที่ว่าอวดอ้าง  นี่เพราะผมดพิ้นไม่หลุด  เพราะเวลาที่ผมอธิบายผลจากการปฏิบัติ

แล้วผมบอกว่าผมรุ้ของผมมาเอง  แล้วอะไรที่ไม่เป็นคือมันก็ไม่รู้  1.  ถ้าผมไม่บอกว่าผมได้มันมาอย่างไรจะไม่มีใครรู้  2.  ถ้าผม

บอกโดยที่ผมไม่บอกว่าผมบำเพ็ญเพียรถึงขั้นไหน  สิ่งที่ผมบอกไปทั้งหมดจะค้านกับสิ่งที่ผมบอกว่าผมเอามาจากประสบการณ์ทันที

3.  ถ้าผมเลือกเปิดเผยให้ทุกคนได้รู้เลยว่าวิธีปฏิบัติที่ผมรู้มานั้นเป็นอย่างไร  ผมกับผมเปิดเผยสภานะของตนอยู่แล้ว  ถึงแม้ผมจะใช้

คำว่าให้ไปพิจารณาดุว่าสิ่งที่ผมบอกจริงมั้ย  ยังไงก็ไม่รอดเพราะคำว่าได้มาจากประสบการณ์มันค้ำคออยู่

ส่วนประเด็นอื่น  ผมได้มาหมดทุกข้อแล้ว

โดยเฉพาะหมดจากสังสารวัฏ  อันนี้พิสุจน์ได้แล้ว  คนเราที่เกิดมาร่วมกันเป็นเพราะเกิดมาสร้างกรรมร่วมกัน  เมื่อกรรมระหว่างเรากับเขาหมดในชาติปัจจุบัน

เรากับเขาก็จะถูกแยกออกจากกัน  ในสมัยเด็กผมมีเพื่อนมากมาย  มีญาติพี่น้อง  พอผมปฏิบัติธรรม  ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงถูกเหตุปัจจัยอื่น ๆ  ที่ไม่เกี่ยวกับ

ความขัดแย้งความเห็นในทางธรรม  พ่อไปอยุ่สุราษฎร์ไม่เคยกลับมาอีก  อาคนอื่นที่เคยอยุ่ใกล้ชิดพูดคุยต่างแยกย้ายกันไป  เหมือนแทบไม่มีความสัมพันธ์อะไร

กันเลย  ทั้ง ๆ  ที่ผมไม่เคยทำให้ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเหล่านั้นผิดใจ  หรือแม้แต่ไปแนะนำธรรมะให้ใครเลย  เมื่อหมดห่วงก็พิสูจน์ผลเบื้องต้นของการหลุดพ้นสังสารวัฏ

ข้ออื่นผมรู้ตัวผมดี  แล้วผมหลอกตัวเองไม่ได้
บรรยายวิธีทำสมาธิล้วน ๆ  จ้า [direct=http://www.dhumma.net]ทำสมาธิกันโลด[/direct]

hack-z

*จับเสือมือเปล่า

[direct=http://greedmobile.com/c/mobile]ราคามือถือ[/direct] | [direct=http://2foods.blogspot.com]อาหารไทย[/direct]  | [direct=http://greedmobile.com/]GreedMobile[/direct] | [direct=http://www.greedplay.com/]ข่าวเกมออนไลน์y[/direct]

HotelBestBuy

#232
อยากเรียนท่านว่า..

ยิ่งท่านตอบ ความน่าเชื่อถือในตัวท่านก็ลดลงเรื่อยๆครับ

- ตั้งแต่อ่านมา มีใครเชื่อบ้างว่าท่านเป็นเทพ หรือเชื่อเรื่องที่ท่านยกมาทั้งหลายว่าใช้พลังเทพไปรักษาคนได้บ้างครับ

ลองมองย้อนไปอีกเคส (ขออภัยทีพาดพิง) ท่านจำได้ไหม คนที่ยกตนเป็นเทพ แต่เหตุผลประกอบนั้นไม่ได้ make sense ในเรื่องวิธีปฎิบัติ เคสนั้นจบอย่างไรครับ
ส่วนเคสท่านนั้นมันจะยิ่งกว่าเสียอีก เพราะท่านไม่ยอมลง มีทิฐิมานะตอบมันแบบเฉบ้าง
ยกคำสอนที่ไม่เกี่ยวมาตอบบ้าง หากเจอคำตอบจี้ใจ

ท่านจะเปลี่ยนเรื่องโดยมุกว่า " เรานี้ไม่มีทุกข์ "  (ใครสนเหรอครับ)
ไม่พิสูจน์ตัวเองบ้าง หลังเสือมีไว้ลงนะครับ ไม่อยากทุกข์อย่าขี่นาน

ถ้าท่านตอบเพื่ออนาคตอ้างอิง ท่านก็เหมือนดิสเครดิตตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆเผื่อไว้สำหรับอนาคตนั่นแหล่ะ เพราะคนในอนาคตมาอ่าน
มันก็ไม่ต่างจากปัจจุบันหรอกครับ แต่เขาจะมีเคสของท่านให้อ่านเยอะขึ้น เนื่องจากท่านทำตัวท่านเอง
ยิ่งคนอ่านเยอะ ยิ่งเพิ่มจำนวนความไม่น่าเชื่อถือให้ตัวท่านนั่นแหล่ะขอรับ






ความเป็นเทพ ไม่ได้มาจาก การที่เราคิดว่าเราเป็น ไม่ได้มาจากเราพิมพ์ว่าเราเป็นครับ
ยิ่งพิมพ์ แต่พิสูจน์ไม่ได้ ยิ่งแสดงถึงคนพิมพ์ว่ากำลังหลงขนาดไหน
[direct=http://www.plazacomplex.com/AffiliateRegister.asp?refid=6270]สมัคร Affiliate ขายสินค้าไทย[/direct]
[direct=http://thailand.bookingglobe.com/]จองโรงแรม[/direct]
[direct=hhttp://techkanews.anythingilike.net]ข่าว android [/direct]
[direct=http://www.thailandinvestorclub.com]ลงทุน หุ้น ธุรกิจ[/direct]
[direct=http://www.tswipe.com]คีย์บอร์ด android[/direct]

kkusd


DJ_Vayo

อ้างถึงจาก: mayonnaise13 ใน 27 กรกฎาคม 2010, 08:41:43

หรอคะ :wanwan044:

เป็นเรา เราไม่สนใจหรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไงหรอ หรือพูดยังไงหรอกนะคะ

เราจะทำตัวให้ดีที่สุด ไม่แคร์ ค่ะ ไม่แคร์  :wanwan002:

" ดีชั่วอยู่ที่ตัวทํา สูงต่ําอยู่ที่ทําตัว "

ไม่แคร์สื่อ  :wanwan004:

เก๋าลัดคุง

ท่านนั่งสมาธิไหมครับ ถ้านั่งสมาธิช่วยเล่าความรู้หน่อยครับ  :wanwan017:
[direct=https://www.mescript.com/]Pc Game Download [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]Pc Game Download [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]Pc Game Download [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]Computer Programming and Knowledge make By MeScript.com.com [/direct]
[direct=https://www.mescript.com/]รับพัฒนาเว็บไซต์ + รับจดโดเมน + Hosting ราคาถูก [/direct]

tanawat30

อ้างถึงจาก: kkusd ใน 27 กรกฎาคม 2010, 08:44:11
อย่าว่าผมนะ "พอถึง rep ของ tanawat30 ทีไรผมอ่านไม่เคยจบซักที"

ไปอ่านอันอื่นหรือไม่ก็ปิดออก

ผมไม่สนอยู่แล้ว  ใครจะอ่านหรือไม่อ่าน  ของผม  อ่านจบหรือไม่จบ  ผมไม่เอามานั่งให้เป็นทุกข์อยู่แล้ว

ผมรู้แต่ว่าอะไรที่ผมจัดการได้ผมจัดการ  ได้แก่ก่รคิด  การกระทำของตนเอง  ต้องไม่ทำใหคนอื่นเดือดร้อนด้วยความตั้งใจของตน

อะไรที่ผมไปจัดการได้  เช่นความคิดของคนอื่น  การกระทำของคนอื่น  ผมก็ปล่อยไป  ขืนมาพยายามทำให้เขาฟังหรือสันใจ  ผม

ก็ทุกข์ใจไปเปล่า ๆ  เช่นกัน  แล้วนี่คือเหตุที่ผมไม่เป็นทุกข์เลย  เพราะผมไม่เคยคิดแม้แต่น้อยว่า  "ที่พิมพ์ไปใครจะอ่านบ้างว้า  อ่านแล้วรู้

สึกอย่างไร"  เพราะมัวแต่จัดการให้คนอื่นเป็นไปอย่างใจตน  พอดีตนเครียดพอดี  ทำอย่างไรก็ทำไม่ได้  หรือแม้แต่ทำให้ตนเป็นอย่างใจคน

อืนผมก็ไม่อาจทำได้เช่นกัน  ทำแบบนี้นาย ก.  ชอบ  ทำแบบเดียวกันนี้นาย ข.  ไม่ชอบ  แต่ถ้าทำตามเท็จแล้วคนส่วนใหญ่ชอบ  ทำตามจริงแล้วคน

เกลียด  ผมเลือกทำตามจริงให้คนส่วนใหญ่เกลียดดีกว่าทำความเท็จเพื่อให้คนส่วนใหญ่ชอบ  แล้วเอาตัวรอดไปวัน ๆ
บรรยายวิธีทำสมาธิล้วน ๆ  จ้า [direct=http://www.dhumma.net]ทำสมาธิกันโลด[/direct]

DJ_Vayo

อ้างถึงจาก: tanawat30 ใน 27 กรกฎาคม 2010, 09:23:25
อ้างถึงจาก: เก๋าลัดคุง ใน 27 กรกฎาคม 2010, 09:01:23
พระอรหันต์
   1. ไกลจากกิเลส
   2. กำจัดกิเลสได้หมดสิ้น
   3. เป็นผู้หมดสังสารวัฏ คือ การเวียนว่ายตายเกิด
   4. เป็นผู้ควรแก่การบูชาพิเศษของเทพและมนุษย์ทั้งหลาย
   5. ไม่มีที่ลับในการทำบาป ไม่มีความชั่วเสียหายที่จะต้องปิดบัง


ผู้เป็น พระอรหันต์ จะไม่อวดอ้าง

ผู้มีอิทธิลลิตจิต ในด้านลบ มักจะมาอวดอ้าง

ที่คุณว่ามามันถูกหมดเลยครับ  ผมยอมรับ  แต่อันที่ว่าอวดอ้าง  นี่เพราะผมดพิ้นไม่หลุด  เพราะเวลาที่ผมอธิบายผลจากการปฏิบัติ

แล้วผมบอกว่าผมรุ้ของผมมาเอง  แล้วอะไรที่ไม่เป็นคือมันก็ไม่รู้  1.  ถ้าผมไม่บอกว่าผมได้มันมาอย่างไรจะไม่มีใครรู้  2.  ถ้าผม

บอกโดยที่ผมไม่บอกว่าผมบำเพ็ญเพียรถึงขั้นไหน  สิ่งที่ผมบอกไปทั้งหมดจะค้านกับสิ่งที่ผมบอกว่าผมเอามาจากประสบการณ์ทันที

3.  ถ้าผมเลือกเปิดเผยให้ทุกคนได้รู้เลยว่าวิธีปฏิบัติที่ผมรู้มานั้นเป็นอย่างไร  ผมกับผมเปิดเผยสภานะของตนอยู่แล้ว  ถึงแม้ผมจะใช้

คำว่าให้ไปพิจารณาดุว่าสิ่งที่ผมบอกจริงมั้ย  ยังไงก็ไม่รอดเพราะคำว่าได้มาจากประสบการณ์มันค้ำคออยู่

ส่วนประเด็นอื่น  ผมได้มาหมดทุกข้อแล้ว

โดยเฉพาะหมดจากสังสารวัฏ  อันนี้พิสุจน์ได้แล้ว  คนเราที่เกิดมาร่วมกันเป็นเพราะเกิดมาสร้างกรรมร่วมกัน  เมื่อกรรมระหว่างเรากับเขาหมดในชาติปัจจุบัน

เรากับเขาก็จะถูกแยกออกจากกัน  ในสมัยเด็กผมมีเพื่อนมากมาย  มีญาติพี่น้อง  พอผมปฏิบัติธรรม  ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงถูกเหตุปัจจัยอื่น ๆ  ที่ไม่เกี่ยวกับ

ความขัดแย้งความเห็นในทางธรรม  พ่อไปอยุ่สุราษฎร์ไม่เคยกลับมาอีก  อาคนอื่นที่เคยอยุ่ใกล้ชิดพูดคุยต่างแยกย้ายกันไป  เหมือนแทบไม่มีความสัมพันธ์อะไร

กันเลย  ทั้ง ๆ  ที่ผมไม่เคยทำให้ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเหล่านั้นผิดใจ  หรือแม้แต่ไปแนะนำธรรมะให้ใครเลย  เมื่อหมดห่วงก็พิสูจน์ผลเบื้องต้นของการหลุดพ้นสังสารวัฏ

ข้ออื่นผมรู้ตัวผมดี  แล้วผมหลอกตัวเองไม่ได้

เอ่อ การหลุดพ้นจากสังสารวัฎที่ผมได้ทราบมาจากครูบาอาจารย์ รู้สึกว่าไม่ใช่ว่าทุกคนหนีออกห่างหมดโดยไม่มีใครคบนะครับ
อันนี้จะเข้าใจผิดรึเปล่าครับ สำหรับประเด็นนี้

ด้วยความเคารพครับ  :wanwan017:

marketting

แค่บอกเค้าก็พอแล้ว อย่างไปแบนเลย   :wanwan008:
รับเขียนบทความคุณภาพ Click ดูก่อนที่นี่ คิว 5-7 วันจองก่อนได้
SEO-Hosting 200 IP อยากมี Network ส่วนตัวดัน Keyword ที่นี่


- รับทำ Adwords T.082-1695526 Line : thaiception
- งาน 3D ออกแบบนำเสนอ เช่น โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ที่ท่องเที่ยว ฯลฯ

soonbiz

ผมว่าเค้ามาผิดที่ผิดทางแล้วคับ คือ ถ้าจะพูดเรื่องธรรมมะก็ควรไปพูดที่อื่น

ไม่ใช่มาพูดใน thaiseo จุดประสงค์หลักคืออะไร

พูดใน adsl thailand  จุดประสงค์หลักคืออะไร

ธรรมะรึเปล่า อยากพูดธรรมะ ยาวๆก็ไปบอรด์ธรรมมะซิคับ

แล้วก็ไม่ควรนำ สิ่งต่างๆรอบตัวที่เกิดขึ้นมาโยงกะธรรมมะซ่ะหมด จะบรรลุนิพพานอะไร ของคุณก็ไปบรรลุกับคนที่มีแนวโน้มเรื่องเดียวกะคุณ

ไม่ใช่โดนปลดจากmod แล้ว พูดเกี่ยวกะธรรมมะ ซ่ะยาวเลย

[direct=https://www.hatyaid.com/แบบบ้านชั้นเดียว/รับเขียนแปลนบ้านหาดใหญ]รับเขียนแปลนบ้านหาดใหญ่[/direct]
[direct=https://www.hatyaid.com]เขียนแบบบ้าน หาดใหญ่[/direct]
[direct=https://www.hatyaid.com]ออกแบบบ้าน หาดใหญ่[/direct]
[direct=https://www.hatyaiplan.com]ออกแบบบ้าน สงขลา[/direct]