ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ThaiSEOBoard.comความรู้ทั่วไปE-commerceทบทวนความรู้ และ สร้างกำลังใจ E-Commerce ตลาดในประเทศ
หน้า: [1] 2 3 ... 15   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ทบทวนความรู้ และ สร้างกำลังใจ E-Commerce ตลาดในประเทศ  (อ่าน 60895 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
EAK099
คนรักเสียว
*

พลังน้ำใจ: 135
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 138



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 01:59:13 »

มีคนเมล์มาถามผมบ่อย ๆ เกี่ยวกับสิ่งผมที่เคย Post ไว้ ทั้งที่ thaiseo และ thaisem
วันนี้เลยลองรวบรวม และ สรุปรวบยอดมาอีกที ให้อ่านกันเล่น ๆ (เหมือนเหล้าเก่า ในกระทู้ใหม่)
สำหรับ คำถามแนว ๆ "E-Commerce"

แผนที่คิดไว้ ว่าจะทำอะไรกับ E-Commerce, Online-Marketing

สินค้า (มีหรือยัง)
คู่แข่งหล่ะ
ลูกค้าเป็นใคร
แล้วลูกค้าอยู่ตรงไหน ลูกค้าทำอะไร
ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลของเวปคุณได้อย่างไร มาจากไหน
เวลาที่กลุ่มลูกค้าของคุณเข้าเวปหล่ะ ตอนกี่โมง
ลูกค้าเข้าเวปแล้ว เชื่อถือข้อมูลในเวปได้หรือไม่
ทำไมลูกค้า ถึงสอบถามถึงสินค้าตัวนี้ มากกว่าสินค้าตัวอื่น ๆ

ทำอย่างไรให้ลูกค้าเปิดเวปแล้ว หยิบโทรศัพท์โทรกลับมาหาคุณในทันที
แล้วต่อไป ก็ปิดการขายผ่านโทรศัพท์ไปเลย ถ้าทำได้นะ!

ทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมา ประกอบด้วยส่วนสำคัญหลาย ๆ ส่วน

1. ตัวเวปไซด์ คุณคิดว่า ดูดีแค่ไหน

2. ทำเลที่ตั้งของเวปไซด์ คงจะหมายถึง การที่ลูกค้าหาเจอได้ง่าย จากการค้นหา และ ถูกที่ ถูกเวลา

3. ความน่าเชื่อถือ

ลองพิจารณาทั้ง 3 ข้อ  (บางคน "งง" ทำไมเรามีบางข้อ หรือ มีไม่ครบทุกข้อ)
รวมกัน ออกมาเป็น เวปสวย ดูดี น่าเชื่อถือ ค้นหาเจอได้ง่าย

เมื่อแยกออกมาอีก
สิ่งแรกเลย ที่ลูกค้าจะเจอกับเราก็คือ
ลูกค้าค้นหาเจอ website เราได้ง่าย -> ทำยังไงหล่ะ ?

ก็การตลาด ทุกรูปแบบ เท่าที่เราจะนึกออก (คงต้องใช้เงินบ้างหล่ะครับ) ซื้อ Backlink, ทำ Adwords
และ ฯลฯ ลองอ่านดูแถว ๆ นี้ มากมาย สุดแสนจะบรรยายายได้หมด

เปรียบเทียบก็เหมือนกับการโฆษณาทีวี
สินค้าทุกอย่าง ที่โฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ ก็จะติดตาผู้ชม และ ติดหูผู้ฟัง
ถ้า website เราติดอันดับดี ๆ นั่นก็หมายถึง มีโอกาสที่จะผ่านตา กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

แต่ ๆ ๆ ๆ   ถ้าเกิดผ่านตากลุ่มที่ไม่ใช่ลูกค้าเป้าหมายหล่ะ
มันเหมือนกับเอา รถเบนซ์ไปขาย ชาวนาต่างจังหวัดที่อยากได้รถกะบะ
แน่นอน เค้าอยากซื้อรถ แต่ เค้าจะเอาไปขนสินค้าเกษตร คงไม่ต้องการเบ้นซ์
และคงผ่อนรถเบ้นซ์ไม่ไหว ถ้าเราจะโฆษณาให้ได้ผล เราก็ต้องรู้ก่อนว่า กลุ่มลูกค้าเรา
เค้ารับสื่อแบบไหน เช่น เค้าเล่นเน็ตหรือเปล่า เค้าชอบค้นหาผ่าน Google หรือเปล่า
หรือเค้าชอบเข้า website แนวไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า (แนว xxx ไม่เกี่ยวนะครับ)
หรือ เค้าชอบนิตยสารแบบไหน ถ้าเราไม่รู้ แล้วเราโฆษณาผิดสื่อ อาจจะไม่ตรงกลุ่ม
ตรงนี้ ต้นทุนการโฆษณาจะสูง และ ทำกำไรได้ยาก

แต่เราจะรู้ได้ยังไงหล่ะ ว่าที่เรากำลังโฆษณานั้น มันไปถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แท้จริง
อันนี้ ต้องทดลอง อาจจะตั้งงบประมาณไว้สักส่วนหนึ่ง เพื่อทดสอบ แนวความคิด
และใช้เวลาสักพัก เพื่อเก็บสถิติ

ตัวแปรสำคัญอีกประการ ที่จะบอกได้ว่า คุณจะประสบความสำเร็จไหม ที่มองข้ามไม่ได้เลย
คือ ฤดูกาล หรือ SEASON สินค้าที่คุณกำลังขาย มันขายดีช่วงไหน เราก็โหมทำการตลาด
ในช่วงนั้น ดีกว่าไปโหมผิดช่วง หมดงบ แต่ไม่ใช่ระยะเวลาที่ลูกค้าต้องการซื้อ

ถ้าเราจับจังหวะได้ดี เราก็จะไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากกับการลงทุนที่ผิดเวลา เพียง
หยุดคิดสักนิด แล้วใช้ประสบการณ์ที่ผ่าน ๆ มาตอบคำถามข้อนี้ หรือ ถามจากผู้รู้ (คนที่เคยขาย)
แต่ ๆ ๆๆ ๆ  มันไม่แน่เสมอไป บางที อาจจะมีบางช่วง หรือ บางฤดูกาล ที่อาจจะมีความต้องการ
แต่ลูกค้ากลับหาคนขายไม่เจอ ถ้าเราสามารถอุดช่องว่างตรงนี้ได้ด้วย โอกาสรอดและทำกำไร
ก็จะมีเพิ่มมากขึ้นเยอะเลยครับ

ตัวแปรสำคัญอีกตัวคือ คู่แข่ง สินค้าไหนก็ตามที่คู่แข่งเยอะ โดยเฉพาะตลาด Online-Marketing
ผมจะไม่สนเลย แต่ ๆ ๆๆ  ถ้าคู่แข่งเยอะ แต่สินค้าของเราสร้างความแตกต่างในตลาดได้
หมายความว่า สินค้าของเรา ไม่เหมือนใคร และ มีความโดดเด่นอย่างชัดเจน

เช่น ในโรงอาหารโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีร้านขายข้าว 10 ร้าน แต่กลับมีร้านขายน้ำแค่ ร้านเดียว
แบบนี้ ผมขายน้ำดีกว่า แล้วถ้ามีใครสักคนพยายามจะเปิดร้านขายน้ำแข่ง ผมจะไม่ยอมให้เปิดเด็ดขาด
ผมอาจจะลงทุนเพิ่ม เปิดเอง เช่น ผมเปิดร้านขายน้ำในโรงเรียนแห่งนี้เพิ่ม อีก 2 แห่ง
ไม่ว่าจะอย่างไร นักเรียนโรงเรียนนี้ ก็ต้องซื้อน้ำกินจากผมอยู่ดี ในขณะที่ร้านขายข้าว กลับต้องแข่งกัน
แย่งลูกค้า แต่ผมก็ขายน้ำของผมต่อไปแบบสบาย ๆ เนียน ๆ นิ่ม ๆ

ดังนั้น ที่ผมพึ่งเล่ามา จะเป็นการบอกนัย ๆ ว่า ถ้าสินค้าของคุณเหมือน ๆ กับของคนอื่น ๆ ที่ขายกัน
เกลื่อนกลาดอยู่บนเน็ต ผมไม่แนะนำครับ แต่ถ้าสินค้าของคุณ โดดเด่น และ ไม่มีใครเหมือน และตลาด
กำลังต้องการ และ คุณมีสินค้าในมือ คุณลงทุนเลยครับ โอกาสมาถึงแล้ว

เคยเป็นไหมครับ เวลาที่อยากจะซื้ออะไรสักอย่าง เข้า Google แล้วพิมพ์ค้นหาสินค้านั้น
แต่ก็ไม่เจอ ร้านค้า ที่ขายสินค้าตรงกับที่อยากได้สักที <--- นี่แหละครับ คนที่จะซื้อสินค้าเรา
คนเหล่านี้ เมื่อเจอข้อมูลสินค้าที่ต้องการ พร้อมที่จะหยิบโทรศัพท์โทรสอบถามข้อมูล
เพิ่มเติมในทันที และ เตรียมทำกำไรได้เลย แล้วในตอนที่เค้ามีความต้องการ Website
ของคุณไปแอบอยู่หน้าหลัง ๆ ของ Google หรือเปล่าหล่ะ !!!!

ในกรณีเดียวกัน คุณ Search ผ่าน Google เพื่อหาสินค้าสักอย่าง ที่กำลังอยากซื้อ
แต่เจอ ร้านค้า Online ของคู่แข่งเพียบเลย แบบนี้ การที่จะเป็นเจ้าตลาดค่อนข้างยาก และ ต้องใช้
งบประมาณด้านการตลาดค่อนข้างสูง เพื่อจะต่อกร กับคู่แข่งจำนวนมหาศาล
ถ้าคุณอยากขายได้ใน Keywords นี้ คุณต้อง เจ๋ง และ ดีจริง

ถามว่าทำได้ไหม คู่แข่งเยอะ ๆ แต่เราเป็นเบอร์หนึ่งของ Keywords ทำเงินนี้ ผมก็คงบอกว่า "ได้"
ถ้าคุณ เก่ง และ เหนือกว่า คนอื่น ๆ ในตลาด ในทุก ๆ ด้าน และ ทุก ๆ องค์ประกอบ
ไม่ใช่แค่ สินค้าดีกว่า ราคาถูกกว่า แบรด์น่าเชื่อถือ บริการหลังการขายที่แสนประทับใจ และ อันดับ
ใน Searh engine ที่ดีกว่า แต่คุณต้องทำทั้งหมดนี้ให้ได้ กับแผนการตลาดที่ เจาะลึกกว่า

ลองมองหลาย ๆ มุมกับสินค้าที่ขาย บางทีสินค้านี้ อาจจะมีคนบางกลุ่ม ที่ไม่คิดว่าจะเป็นลูกค้า
แต่ต้องการซื้อสินค้านี้อยู่ก็ได้ หรือ เราสามารถนำสินค้าที่มีในมือ มาทำให้เป็นสินค้าสินค้าที่
สำเร็จรูป มากกว่าการเป็นวัตถุดิบได้หรือไม่ หมายถึง การเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้า

สินค้าชิ้นเดียวกันกับคู่แข่ง แต่ถ้าคุณใส่ IDEA เข้าไป อาจจะดูแตกต่าง โดดเด่น สะดุดตา สะดุดใจ
และ คุณก็จะสร้างชื่อเสียงไปเรื่อย ๆ จนคุณโดน Copy แต่ คุณจะต้องไม่หยดที่จะพัฒนาต่อ
ก็ใส่ IDEA ใหม่ ๆ เข้าไปในสินค้าอีก  ที่ผมบอก มันเหมือนกับ รูปแบบการตลาดทั่่ว ๆ ไป

คุณลองมองดูสิ ปัจจุบัน มาม่า ไวไว ยำยำ มีทั้งหมดกี่รส
นม มี่กี่รสชาติ
ผงซักฟอก มีกี่สูตร
อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน มีอะไรใหม่ ๆ ออกมาบ้าง
ยาสีฟัน, สบู่ มีหลายแบบ ทั้ง ๆ ที่ทั้งหมด ใช้เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน

ยิ่งเราไม่หยุด และ พัฒนา ก็จะยิ่งสร้างสรรค์ ความแตกต่างระหว่างเรากับคู่แข่ง
และเป็นที่จดจำของลูกค้า การที่เรามีจุดเด่นที่ IDEA ราคาอาจจะ เป็นปัจจัย รองลงมา
ที่ลูกค้าจะใช้ในการตัดสินใจซื้อ

การออกแบบเวปไซด์ก็สำคัญมาก ๆ ถ้ากลุ่มลูกค้าของคุณเป็นผู้ใหญ่ หรือ คนวัยทำงาน
คุณไม่ต้องการอะไรที่ หวือหวา หรือ โฉบเฉี่ยว แต่ที่คุณต้องทำคือ เวปไซด์ที่ใช้งานได้ง่าย
ตัวหนังสือตัวใหญ่ ๆ หน่อย อ่านง่าย ๆ ไม่ต้อง คลิกหลายครั้ง เพื่อหาข้อมูลสินค้า ที่ต้องการ
สรุปข้อมูลให้ค้นหาได้ง่าย แบ่งแยกให้ชัดเจน ไร้ซึ่งความซับซ้อนใด ๆ ทั้งสิ้น
ทั้งหมด ผมสรุปออกมาให้ได้ดังนี้ "เรียบ หรู ดูดี และ ใช้งานง่าย" ไปลองดูได้เลย
หลาย ๆ เวปไซด์ที่ประสบความสำเร็จ "เรียบ หรู ดีดูี และ ใช้งานง่าย" ทั้งนั้นครับ

ยากไหม กว่าจะทำให้ได้ "เรียบ หรู ดูดี ใช้งานง่าย" ถ้าไปถามนักออกแบบ เวปไซด์มือใหม่
อาจจะทำให้คนเหล่านั้น "งง" อยู่พักใหญ่ เพราะ มือใหม่ อาจจะเข้าใจยาก นักออกแบบ
ที่เราต้องการในตอนนี้ ต้องเป็นคนที่ เข้าใจชีวิตมาพอประมาณ รู้ว่า ผู้ใช้ต้องการอะไร

การออกแบบเวปไซด์ อย่าออกแบบตามใจ เจ้าของเวปไซด์นะครับ ต้องออกแบบตามใจลูกค้า
ลูกค้าชอบเวปไซด์แบบไหน ก็ออกแบบไหนอย่างนั้น ลูกค้าในที่นี้คือ คนที่จะได้ใช้งาน
เวปไซด์ตัวจริง ๆ นะครับ

ลองเอาสิ่งที่ผมบอกไปตรองดู
1. เปิดเวปมาแล้ว แทบจะเจอข้อมูลที่ต้องการเลย
2. ที่อยู่ในการติดต่อชัดเจน เบอร์โทร แผนที่ email
3. รายละเอียดสินค้าที่ครบถ้วน
4. ถ้อยคำที่ สุภาพ แต่ไม่ต้องเป็นทางการจนเกินไปนัก
5. สีสัน ที่บอกถึงบุคลิกที่ ชัดเจน แต่ไม่โดดเด่น จนดึงความสนใจจากตัวสินค้าไป
6. รูปสินค้า ที่คมชัด สวยงาม (ต้องระดับเซียน Photoshop เท่านั้น)
7. เวปไซด์ต้องมีข้อมูล พอประมาณ ไม่เยอะมากจนเกินไป
- ลองคิดดู ลูกค้าต้องการหาสินค้าสัก 1 อย่างจาก ข้อมูลที่มีอยู่ 500 ข้อมูล จากเวปไซด์ A
- กับ เวปไซด์ B ที่มีข้อมูลที่ลูกค้าต้องการ เหมือน เวปไซด์ A แต่มีข้อมูล 150 ข้อมูล
แน่นอนว่า การหาจาก เวปไซด์ B ย่อมจะค้นหาเจอได้เร็วกว่า เพราะ แบ่งแยกหมวดหมู่ได้ดีกว่า
และ แต่ละหมวดหมู่ มีจำนวนสินค้าที่ทำให้รู้สึกว่า ไม่ต้องเสียเวลา และพลังงานจำนวนมาก ในการค้นหา
ข้อมูลที่ต้องการ (สิ่งที่น่าเบื่อคือ การไล่กวาดสายตาไปมา เพื่อหา link สินค้าสัก 1 link ที่ต้องการ)
มันจะดีแค่ไหน ถ้าลูกค้าคลิกแล้ว พบข้อมูลที่ต้องการในทันที  แน่นอน เราต้องออกแบบให้รูปสินค้า
เป็นปุ่ม Links แทนการใช้ข้อความ เพราะจำไว้เสมอ คนเรามักจะมองรูปก่อน อ่านข้อความเสมอ

แค่นี้ ลูกค้า ก็รู้แล้วว่า เค้าต้องคลิกตรงไหน เพื่อจะดูข้อมูลเพิ่มเติม

Key words 3 ระดับ
1.) Dreaming => Andaman Sea, Adventure trip
2.) Planning => Vacation at Phuket, Diving at Phi Phi Island
3.) Purchasing => Booking Phuket Hotel, PADI Phuket
ผมไปค้นกระทู้นี้มาให้ครับ เกี่ยวกับ Key words 3 ระดับ
http://www.thaiseoboard.com/in...23809.msg298375.html#msg298375
Post ไว้โดยคุณ sealinda ซึ่งผมคิดว่า ควรจะได้อ่านกันทุกคน ก่อนเริ่มคิดจะทำการโฆษณา
และควรจะ ระลึกเสมอ เวลาเลือก Key words ว่า มันอยู่ระดับไหน ก่อนเสียเงินกับมัน เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม ทำยังไง ถึงจะเริ่มเปลี่ยนฐานนะจากคนธรรมดา มาสู่คนรวย หรือ เริ่มที่จะรวย
ผมได้ใช้เวลาที่ผ่านมาบางส่วนของชีวิต นั่งไตร่ตรอง และ พิจรณาเรื่องราวเหล่านี้ และยกตัวอย่างได้ดังนี้
คนรวย มักจะซื้อของจาก คนรวยด้วยกันเอง และ แน่นอนที่สุด ที่คนรวยชอบซื้อ ก็ต้องเป็นของที่ไม่ธรรมดา
มันถึงได้ราคาแพง และถ้าเราอยากจะยกระดับตัวเองไปเป็นคนรวยหล่ะ เราก็น่าจะชอบซื้อของแพง และ
ยกระดับมาตรฐานชีวิตให้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน เช่น ที่อยู่อาศัยดีขึ้น อาหารการกินดีขึ้น เสื้อผ้าที่ดีขึ้น การรักษาที่ดีขึ้น
แล้วทำไม ที่เรา ๆ ท่าน ๆ เป็นกันอยู่ทุกวันนี้ ถึงไม่รวยสักที ?!?!?!?!?!  Huh? ทำไมมม....มมม....มม..ม....ย

ทำไมท่านไม่เริ่มค้าขายกับคนรวยหล่ะ เริ่มจากสังเกตุสิ! การสังเกตุนี่แหละ จำเป็น ลองสังเกตุดูว่า
คนรวยทำอะไร คนรวยใช้เงินไปกับอะไร คนรวยใช้เงินมากมายในแต่ละวัน เงินเหล่านั้น วิ่งไปไหน
แล้วทำไม เงินเหล่านั้น มันไม่วิ่งเข้ากระเป๋าเรา แล้วทำยังไง มันถึงจะวิ่งเข้ากระเป๋าเราได้ คิด ๆ ๆ ๆ

มองหาคนที่มีเงินก่อน จะเป็นคน หรือ นิติบุคคลก็ได้ พวกนี้ ควักเงินทำอะไร แล้วเราจะไปมีส่วนร่วม
กับเงินที่จะออกจากกระเป๋าเค้าอย่างไร ต้องวางแผนครับ และ เสนอหน้าเข้าไป หรือ รอให้เค้าวิ่งเข้ามา
แล้วเราขายสินค้า หรือ บริการ แบบมืออาชีพ แล้วเราก็จะแตกต่างจาก ร้านค้า หรือ คู่แข่ง ที่ไม่มีความ
เป็นมืออาชีพ, 

ความเป็นมืออาชีพ คืออะไร ก็คงหมายถึง คุณเก่งกว่า คนอื่น ๆ ในการทำสิ่ง ๆ เดียวกัน และ พิสูจน์ให้ได้ว่า
คุณทำได้ดีกว่า เพราะ ถึงคุณจะขายแพงกว่า แต่ ลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรวย ก็พร้อมที่จ่าย เพราะ สินค้า หรือ
บริการของคุณ ดีกว่า ! และ คุณก็จะได้เงินจากคนรวย (คงจะทำกำไรได้มากกว่า ได้จากคนจน หรือ คนชั้นกลางแน่นอน)


ทำสิ่งเหล่านี้ ถ้าคุณทำได้
1. อยู่ใกล้ ๆ คนรวยเข้าไว้ สังเกตุ แล้ว เอามาพิจารณา แล้วคิดต่อ
2. คนรวยมักจะ ชอบอะไรที่ สะอาด.... คุณหล่ะ สะอาดแค่ไหน (หรือ สกปรก) ถ้าไม่เชื่อ ไปดูบ้านคนรวยสิ สะอาด
3. ระเบียบวินัย ... ขาดไม่ได้เลย ถ้าไม่มี อย่าหวังจะรวย
4. ขยัน หมั่นเพียร ... ถ้าขีเกียจ เลิกพูดกันเลยว่าจะรวย "จน" ต่อไปเถอะครับ ไม่มีใครว่าอะไร
5. ความพยายาม .... แค่ความขยันยังไม่พอ
6. กล้าตัดสินใจ บนความเสี่ยง ที่มีเหตุผล .... ไม่งมงาย หรือ ไม่เชื่อ แต่ไม่ลบหลู่
7. การเตรียมความพร้อม ... ก่อนทำอะไรสักอย่าง คุณเคยคิดถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปไหม แล้วพร้อมรับหรือยัง
8. คิดดี พูดี ทำดี ... พูดง่าย แต่ทำไม่ง่าย
9. เลือกคบคนดี ๆ .... ถ้าหายากนัก ก็แค่เลิกคบคนไม่ดี แล้วคนดี ๆ มันจะมาเอง
10. ทำกิจกรรมที่ดี ๆ .... พวกกิจกรรมที่ไม่ดี ก็เลิกทำ หรือ ลดลง เช่น สูบบุหรี่ กินเหล้า ติดยา เล่นเกมส์ ดูทีวี ไปทำกิจกรรมดี ๆ แทน
11. ไม่รู้จักคำว่า เหนื่อย.... เหนื่อยแค่ไหน นอนตื่นมาพรุ่งนี้ ก็หายเหนื่อยแล้วครับ หรือ พักแป๊บเดียวก็หายแล้ว
12. ทัศนคติดี ๆ .... คุณชอบคิดแบบนี้หรือไม่ "ทำไมเราทำอยู่คนเดียว คนอื่นไม่ช่วยเราทำเลย" <-- คิดทำไม ชวนมันทำดิ
13. ดินพอกหางหมู ... ถ้าคุณทำงานวันละมากกว่า 10 ชั่วโมง แล้วยังมีดินพอกหางหมู คุณเงินเดือนมากกว่า 100,000 บาทแน่นอน ไปหาผู้ช่วยหรือ เลขามาซะ
14. นั่งสมาธิบ้าง ถ้ามีโอกาส
15. อ่านหนังสือดี ๆ สะสมความรู้
16. ตรงต่อเวลา .... คงไม่ต้องอธิบาย เพราะ คงเข้าใจกันดี
17. ไม่หงุดหงิด จู้จี้ ขี้บ่น ... ใครชอบคนแบบนี้ ยกมือขึ้น (มีด้วยเหรอ) คนที่เป็นแบบนี้ อ่านข้อความนี้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง ?
18. เงิน ซื้อได้แค่ความสูขจอมปลอม แต่ถ้าไม่มีเงิน แม้แต่ความสูขจอมปลอมก็จะไม่มี
19. ต้องยึดมั่น เศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง  อย่าทำอะไรใหญ่เกินตัว หรือ ไม่ได้วางแผนมาเป็นอย่างดี หรือ  ไว้ใจใครมากเกินไป จะจนใจเอง
20. มีสติ และ คิดก่อนทำ ... ขับรถแล้วเจอสถานณการณ์ หักซ้ายเหยีบหมา หักขวาเหยีบคน คุณจะเหยีบอะไร ตอบ "เหยีบเบรคซิครับ"
21. อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา ...
แค่ตื่นสายก็หมดเวลาทำมาหากินแล้วครับ รีบทำตอนนี้ ตอนที่ร่างกายยังดีอยู่ ดีกว่าไปขยันตอนอายุมาก
แล้วจะลำบากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว ตอนที่สังขารไม่เอื้ออำนวย คนแบบนี้มีให้เห็นทั่วไป คนต่อไปอาจเป็นคุณ
เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ ไม่มีแม้แต่บ้าน มีแต่หนี้สิน และ ไม่ยอมทำงาน หรือ คิดอะไร ปล่อยให้ชีวิตผ่านไปวัน ๆ แบบไร้ค่า
จนติดเป็นนิสัย เลิกไม่ได้ เพราะ เวลาที่จะหาความรู้ ก็เอาแต่หาความสูข จนหมดเวลาที่จะเรียนรู้ เพราะสังขารไม่เอื้ออำนวย
ประสบการณ์ก็ไม่มี มีแต่ความล้มเหลวในชีวิต ลุกหลานไม่เคยภาคภูมิใจ เหลือไว้เพียงแต่ความ เวทนา

บางคนถามผมว่า เป็นพนักงาน กินเงินเดือน ทำงานหนัก แต่ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นมาเลย.... ควรทำยังไงดี ผมก็ถามว่า
แล้วทุ่มเทเต็มที่หรือยัง... ถึงจะทำงานกินเงินเดือน แต่ถ้าผลงานเข้าตากรรมการ... มี IDEA ดี ๆ ก็เลื่อนตำแหน่งได้นะครับ
หรือ บริษัท คู่แข่งมาซื้อตัว เพื่อได้เงินเดือนที่สูงขึ้นจำไว้ว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ถ้าวันนี้คุณทำงานที่ บริษัทแห่งหนึ่ง
คุณสามารถสร้างรายได้เข้าบริษัท 100,000 บาทต่อเดือน คุณอาจจะได้เงินเดือน 10,000 แต่ถ้าคุณสร้างรายได้ให้บริษัท
มากกว่า 5,000,000 บาทต่อเดือน คุณอาจได้เงินเดือน xxx,xxx บาทต่อเดือน แล้วคุณคิดว่า คุณทำได้หรือเปล่าหล่ะ
หรือว่า วัน ๆ คุณปล่อยให้เวลาของคุณผ่านไปกับ บริษัท ที่คุณทำตามหน้าที่ แต่ไม่ได้ใส่ใจในการทำงาน แล้วแบบนี้ คุณจะ
เรียกร้องอะไร แม้แต่การทำงาน ยังไม่ตั้งใจ หรือตังใจแล้ว แต่ยังไม่เต็มที่ แต่ถ้าตั้งใจเต็มที่แล้ว ก็ทำให้ดีขึ้นไปอีก หรือคุณ
เป็นคนประเภทขี้เกียจ คิดว่า จะทำน้อย ๆ แต่ได้เยอะ ๆ (ถ้าเป็นธุรกิจผิดกฏหมาย น่ะทำได้นะ) แต่จะเสี่ยงทำก็ตามใจคุณ

ออกแนวนอกประเด็นไปนิดนึง กลับมาต่อกันดีกว่า
ที่ผมจำเป็นต้องนอกประเด็นไป เพียงเพราะผมต้องการจะบอกว่า ถ้าขี้เกียจ ก็ไม่ต้องอ่านต่อ เพราะอ่านแล้ว คุณก็ไม่ทำ
หรือทำแล้ว ก็ไม่สำเร็จ ทำไมผมถึงมั่นใจขนาดนั้นว่า คุณทำแล้วไม่สำเร็จ เพราะ ขี้เกียจไงครับ

การออกแบบเวปไซด์ให้สวยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ด้วยสิ จะทำไงดี ?
นักออกแบบเก่ง ๆ ก็ค่าตัวแพง ไอ้เรา Computer ก็ทำได้แค่ งู ๆ ปลา ๆ พิมพ์ดีด ก็ไม่เป็น ทำเวปไม่ต้องพูดถึง (ทำได้ แต่ ไม่กล้าโชว์)
ปัญหานี้จะหมดไป ถ้าท่านรู้จักการหาที่ปรึกษา และ ใฝ่หาความรู้ในเน็ต อย่าเชื่อ ใครที่บอกว่าทำได้ เพียงเพราะคำพูด
ให้เค้าแสดงให้ดูว่า เค้าทำได้จริง ๆ นี่ต่างหาก คนที่คุณต้องการ เอาตัวอย่างผลงาน Design ที่เค้าคิดว่า ดีเยี่ยม มาให้คุณดู และ พิจารณา
และคุณเอาตัวอย่างเวปที่คุณอยากได้ให้เค้าดู และ ให้เค้า review ให้ดู ว่าเค้าคิดว่ามันเป็นยังไง ทำได้ไหม แล้วทำยังไง
ถึงจะทำให้ดีกว่า

อย่าลืมหล่ะ ว่า Designer มักจะไม่มีหัวทางการตลาด และ นักการตลาด ก็มักจะไม่เก่งด้าน Design แต่นั่น เป็นแค่แนวความคิด
ที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเราหัดทำ เรียนรู้ และ แสวงหาความรู้ จะเก่งทั้ง 2 ด้าน ก็ไม่เห็นแปลก แต่จะทำได้ดีแค่ไหนในแต่ละด้าน
ก็แล้วแต่ โชคชะตา จะลิกขิต (เหมือนอธิบายมา ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ย่อหน้านี้) ก็คงจะบอกต่อไปได้เพียงว่า หนังสือดี ๆ
มีอีกเยอะ ที่จะถ่ายทอดความรู้ให้กับเรา ทั้งด้านการทำการตลาด และ การออกแบบ โดยเน้น ศึกษาจากพฤติกรรมของลูกค้า
นี่จะเป็นจุดบรรจบ ที่มอบความลงตัว และ สูตรสำเร็จ ในการมัดใจลูกค้าเลยหล่ะครับ

ที่ต้องเน้นด้านการออกแบบเวปไซด์ เพราะไม่อยากให้คุณลงทุนโฆษณาไปแล้ว แต่ลูกค้าเปิดเวปไซด์มาแต่ !!!! ต้องตกใจ
"นี่มันเวปไซด์ หรือ รังแมลงสาบกันเนี่ย" ข้อมูลไม่เป็นระบบ ระเบียบ ตัวหนังสือเล็กเกินไป สีสันแสบตาเกินไป
แบบนี้ ความน่าเชื่อถือ จะลดลงทันที และ โอกาศในการตัดสินใจซื้อ จะลดน้อยลง

เปรียบเทียบกับชีวิตจริง คุณเดินเข้าร้าน โชว์ห่วย กับ ร้านเซเว่น คุณคิดว่า ร้านไหนน่าเข้ามากกว่ากัน
หรือ คุณจะมองผู้หญิงที่ สวย หรือ ขี้เหร่ แน่นอน ข้อความนี้ ชี้ชัด ๆ ว่า ความสวย รวยเสน่ห์ เป็นจิตวิทยาที่
เปรียบเสมือน พรสวรรค์ ที่ถ้าพระเจ้าไม่ได้ให้เรามา เราก็ต้องพยายามสร้างสรรค์ ความสวยงาม มันขึ้นมาให้ได้

ยังไงลองหาเพื่อน ที่เป็น web design และ develop ได้ด้วย ถ้าคุณไม่เก่งทางด้านนี้ เพราะ คุณต้องทำมันให้ได้
แต่ถ้าคุณคิดว่า ยากเกินไปที่จะออกแบบเวปไซด์ให้สวย และ ดูดีได้ ผมว่า มันก็ยากเกินไป ที่คุณจะประสบความสำเร็จ
ในโลกของธุรกิจ Online ที่ใช้ Website เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ

หรือ คุณจะบอกผมว่า ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ คุณสามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว (ผมว่า คุณคงไม่จำเป็นที่จะต้องอ่านแล้วหล่ะ)
นี่ยังไม่รวมการทำงานด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการค้าขายอีกเยอะแยะเลย เช่น การบริหารคน บริหารเวลา หรือ การที่เรา
จะเปลี่ยนมาเป็น "นายคน" หรือ "เจ้านาย" คือ เป็น "นักบริหาร" ก็บริหารทั้งคน, บริหารเงิน, บริหารเวลา, บริหารสินค้า ฯลฯ

ถ้าวันนี้ ยังมีผู้คนจำนวนมาก ที่เปิด Google แล้วค้นหาสินค้า หรือ บริการ ที่ต้องการ แล้วเค้าเหล่านั้น ยังไม่พบสิ่งที่ต้องการ
นี่เป็นโอกาสของคุณแล้ว ที่จะขายสินค้า หรือ บริการเหล่านั้น เริ่มก่อน รวยก่อน! 

พยายามค้นหาว่า เศรษฐี ใช้ Key words อะไรในแต่ละวัน ในการค้นหา  (หลุดปากบอกไปได้ไงว๊ะ!!!!)

แล้วทำไม ผมถึงคิดว่า Key words ที่คนค้นหาน้อย ๆ ถึงจะรวย ?  นั่นเป็นเพราะ เราต้องมองตลาด Online ให้ออก
สำหรับเมืองไทยนั้น ตลาด Online เหมือนจะเป็น Google เพียงแห่งเดียว เพราะนึกอะไรไม่ออก ก็ถาม Google
แต่ตลาดในชีวิตจริง ก็คงเป็น ตลาดใกล้บ้าน หรือ ร้านค้าแถว ๆ บ้าน ที่เราสามารถหาซื้อสินค้าได้ง่าย ๆ
และมีมากมายหลากหลายตลาด ซึ่ง กลุ่มลูกค้าก็มักจะเป็นคนละแวกใกล้เคียง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากตลาด Online
ผมจะตั้งชื่อมันว่า ตลาด Google ก็แล้วกัน ตลาด Google นี้ มันยิ่งใหญ่มาก , ใหญ่ขนาดไหน ผมก็บอกได้แค่ว่า
มันใหญ่ขนาด คนไทย เกือบทั้งประเทศ ที่เล่นเน็ต จะซื้อหาอะไร จะวิ่งมาเลือกที่ตลาดนี้ก่อน ถ้าเราครอบครอง
Key words สักคำ ที่ตลาดแห่งนี้ได้ เราก็แทบจะได้ลูกค้าทั้งหมด ภายในประเทศไทยไว้ในครอบครอง
ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ แต่ยุคนี้สมัยนี้ เศรษฐีใหม่ จาก ตลาด Google ก็มีให้เห็นเยอะแยะ (อย่างใน thaiseo แถวนี้ก็หลายคน)
ก็น่าจะรวยจาก การขายสินค้าผ่าน ตลาด Google

ถ้าถามต่อไปว่า ตลาด Google นี้เหมาะกับใคร หรือ ใครควรจะเข้ามาขายของในตลาดแห่งนี้ ผมคิดว่า
ผู้ที่เหมาะสม น่าจะเป็น เจ้าของร้านค้า ที่เปิดร้านขายของทั่ว ๆ ไปอยู่แล้ว และ ต้องการขยายฐานลูกค้า นอกจาก
กลุ่มลูกค้าเก่า ๆ ที่ค้าขายกันมานาน ..... แต่ๆ ๆ ๆ ๆ  ร้านเก่า ๆ เหล่านี้ ก็มักจะไม่เชี่ยวชาญในเทคโนโลยี
ดังนั้น นี่จึงเป็นโอกาสของเด็กยุคใหม่ ที่จะ ยืนอยู่ตรงกลาง ระหว่าง ผู้ซื้อ และ ผู้ขาย เมื่อเกิดเหตุการ์
ผู้ซื้อ หา ผู้ขายไม่เจอ หรือ ผู้ขาย หา ผู้ซื้อไม่เจอ ดังนั้น นี่จึงเป็นช่องว่าง  ที่ ตลาด Google ยังพอมีทำเลดี ๆ
ให้คนรุ่นใหม่ ได้เข้าไปลงทุน ส่วนใครจะทำแล้ว รวย หรือ ขาดทุน ก็แล้วแต่ ความสามารถ โอกาส และ โชคชะตา

ถ้าถามต่อไปว่า ตลาด Google นี้เหมาะกับสินค้าทุกประเภทหรือไม่ ผมก็คงบอกได้แค่ว่า อาจจะไม่เหมาะกับสินค้า
ประเภทที่ "คู่แข่งเยอะ" <-- เพราะ เหนื่อย ในการทำตลาด เอาเวลา และ กำลังทรัพย์ กำลังใจ ที่จะเสียไปกับการ
ต้องไป ห่ำหั่น กับคู่แข่ง ไปคิดหาสินค้า ที่ยังไม่มีขายในตลาด Online ดีกว่า  ถ้ายังไม่เข้าใจ ว่าทำไมผมถึงพูดแบบนี้
ให้ย้อนกลับไปอ่าน ย่อหน้าก่อนหน้านี้ 2 ย่อหน้า แล้วทบทวนดูอีกที

ทำไงให้อันดับ เวปใน Google มันดีวันดีคืน ก็ Post มันเข้าไป อย่าหยุด, ซื้อมันเข้าไป Backlinks, เขียน Description
โดยเน้นตามหลักอัลกอริทึ่ม เช่น ตัวหน้า ตัวใหญ่ และ การเว้นวรรค ใน Key words ที่ต้องการเป็นพิเศษ, จด domain
ที่มีความสัมพัน์ กับ Key words หลัก, ถ้าที่บอกมาทั้งหมดนี้ยังไม่พอ แบบว่า ทำไปหมดแล้ว แต่ยังขายไม่ดีเลย ทำไงดี ?!!!

มีอีกวิธี "ไหน ๆ ก็ทำ E-Commerce แล้ว ตอนนี้ก็เรียกว่า ทำมาได้สักระยะ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เอาไงดีกับชีวิต ? "
ผมก็คงแนะนำได้เพียงแค่ ทำเพิ่มไปอีก สินค้าตัวใหม่ หรือ ถ้ายังขายไม่ดีอีก ก็ทำไปอีก สินค้าตัวใหม่ ต้องมีสักตัว
ที่ขายดี เป็นเทน้ำเทท่า ขออย่างเดียว อย่าหยุดทำ เพราะยิ่งทำ ก็ยิ่งได้ประสบการณ์ และ ก็ยิ่งเก่งขึ้นด้วย แต่อย่าลืม
ผมย้ำหนักย้ำหนาว่า ทำอะไรแล้ว ก็ทำให้ดี ตั้งใจทำ และ ทำให้ดี และ  ทำให้ดีที่สุด และ ทำให้ดีกว่าที่เคยทำ
ถ้าคุณคิดว่า การสอบได้ที่ 1 ของโรงเรียน ดีที่สุด คุณคิดผิด ถ้าอยากรวย คุณอาจจะจำเป็นต้อง สอบให้ได้ที่ 1 ของจังหวัด
แต่ถ้าอยากรวยมาก ๆ ต้องสอบให้ได้ที่ 1 ของประเทศไปเลย มันก็เหมือนกับการทำงาน ถ้าเราไม่ย่อท้อ ผมเชื่อว่า
สักวัน โอกาสของคนขยัน และ ฉลาดคิด มี IDEA ดี ๆ จะต้องมาถึง .... อยากให้รวย ๆ กันทุกคน ... ผมคงช่วยได้แค่นี้
ขอเพียง อย่าหยุดคิด อย่าหยุดทำ

ย้ำอีกที อยากประสบความสำเร็จ ต้องคิดให้แตกต่าง อย่าไป Copy ครับ พยายามคิด และ คิด และ คิด ว่าสินค้าตัวไหน
ที่มันยังไม่มีคนขายใน internet คุณมีหน้าที่ เอามันมาลงขาย ติดต่อ กับผู้ผลิต หรือ ร้านขายส่ง แล้วรอรับ Order ครับ
ทำตลาดให้กับผู้ผลิต เหมือนเป็น Distributor

การจะเริ่มขายของก็ไม่ง่าย เพราะ คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า ควรจะไปหาสินค้าจากไหน ตรงนี้ คนที่มีเพื่นเยอะจะได้เปรียบ
และ อย่าบอกนะ ว่าคุณหาจาก Google เพราะถ้าคุณหาเจอ ลูกค้าคุณก็อาจจะหาเจอเหมือนกัน ดังนั้น สินค้าที่จะนำมา
ขายผ่าน E-commerce ผมคิดว่า น่าจะเป็นสินค้า หรือ บริการ ที่หาได้ไม่ง่ายนัก ผ่านทาง Internet 

แนะนำการหาสินค้า บางทีคุณอาจไม่จำเป็นต้องไปตามหาโรงงานผลิตสินค้า ถ้าคุณเป็นเพียงคนกลาง ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
คุณควรจะหา Distributor (ผู้จัดจำหน่าย) ที่มีสินค้าใน stock ไว้ตลอดเวลามากกว่า เนื่องจากผู้ผลิต (ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าผลิต)
มักจะต้องสั่งผลิต และ สั่งจำนวนมาก ซึ่ง คุณอาจจะขายทีละน้อยชิ้น จึงควรนำเกณฑ์ราคา จาก Distributor มากำหนดราคาขาย
ส่วน ผู้ผลิต เอาไว้กรณีที่ เจอลูกค้าที่ต้องการ Big Lot เท่านั้น

เตรียมตัวเตรียมใจยอมรับความจริงหรือยัง ถ้าคุณขายสินค้าผ่าน Adwords ยิ่งขายดีมากขึ้น ก็ต้องจ่าย Adwords มากขึ้น
แต่จะจ่ายมากขึ้น ในอัตราส่วนที่ กำไรมากขึ้น หรือ กำไรน้อยลง ก็ต้องคอยปรับปรุง เทคนิคการโฆษณา และ เลือก Key words
พอเลือกได้ดีแล้ว ก็ปล่อยมันไป ผมแทบไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย ผ่านมา 1 ปีแล้ว ที่แทบไม่ได้ Login ไปดู Adwords เลย
จากที่เมื่อก่อน ต้องไปดูวันละหลาย ๆ ครั้ง ทำดี ๆ แค่ครั้งเดียว แล้วกินยาววววววว ๆ ๆ ๆ ๆ  ไปเลยยย.....ยยยย

ทั้งหมดที่ผมพิมพ์มาทั้งหมดนี้ คุณมีสินค้าในมือหรือยัง ?  Cool
บันทึกการเข้า

http://www.lovemelovemyweb.com บันทึกการเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ ของผม
tong_bi
Newbie
*

พลังน้ำใจ: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 02:19:24 »

+1 ขอบคุณครับ  Smiley
บันทึกการเข้า
golfer007
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 02:28:46 »

ยาวมาก  ขอบคุณมากเลยครับ  Smiley
บันทึกการเข้า
tinnoi
หัวหน้าแก๊งเสียว
*

พลังน้ำใจ: 89
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,927



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 02:46:32 »

สุดยอดแห่งข้อมูล ขอบคุณมาก ๆ ครับ
บันทึกการเข้า

^_^
maniacadsense
ก๊วนเสียว
*

พลังน้ำใจ: 40
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 490



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 08:32:56 »

อ่านแล้วเลือดไหลเวียน นัยตาเบิกโพลงแต่เช้าเลยครับ ขอบคุณสำหรับบทความชั้นเลิศครับ
บันทึกการเข้า

tikanaht
Verified Seller
เจ้าพ่อบอร์ดเสียว
*

พลังน้ำใจ: 95
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,035



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 08:39:41 »

มา index ไว้ก่อน แล้วจะนั่งทำความเข้าใจทีละส่วน

ผมอยากรู้จักคุณ EAK099 มากเลยครับ
บันทึกการเข้า

SoiTee
Newbie
*

พลังน้ำใจ: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 08:58:19 »

เป็นอะไรที่โดนใจมาก ๆ เลยครับ มาแง้มช่องทางให้ผมได้มากมายเลยครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับกับกระทู้อันนี้ ขออนุญาติส่งให้เพื่อน ๆ อ่านนะครับ
บันทึกการเข้า
cck
ก๊วนเสียว
*

พลังน้ำใจ: 17
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 298



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 11:23:14 »

อ่านยาวๆแล้วกัน.....
บันทึกการเข้า

arabanaki
หัวหน้าแก๊งเสียว
*

พลังน้ำใจ: 37
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,802



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 14:23:29 »

สุดยอดครับ ขออนุญาติบุ๊คไว้อ่านหลายๆรอบนะครับ รอบเดียวไม่พอครับ  Kiss
บันทึกการเข้า

miggme
ก๊วนเสียว
*

พลังน้ำใจ: 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 311



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 15:50:02 »

ขอบุคไว้่ก่อนน่ะครับยาวจัด  Tongue Tongue Tongue
บันทึกการเข้า

maidai
หัวหน้าแก๊งเสียว
*

พลังน้ำใจ: 113
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,799



ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 16:23:18 »

บทความระดับเทพอีกแล้วครับกับคุณ EAK099
บันทึกการเข้า

godzil
สมุนแก๊งเสียว
*

พลังน้ำใจ: 16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 806



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 16:55:39 »

ขออนุญาตถามคนละเรื่องเดียวกันหน่อยครับ วันนี้ทำร้านอยู่บ้าง ใช้ของ welove ~ แต่เบื่อหน่ายสุดขีดกับปัญหาที่รู้ๆ อยู่ จะเลือกใช้ของ tarad ก็กราฟฟิกไม่ลงตัว ใครมีเจ้าไหนๆ ที่ระบบหน้าบ้าน + หล้งบ้าน ค่อนข้างดี แนะนำบ้างครับ?

 Huh?
บันทึกการเข้า
MrWebmonster
หัวหน้าแก๊งเสียว
*

พลังน้ำใจ: 124
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,922



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 17:59:45 »

เป็นข้อมูลที่น่าสนใจทีเดียว บุ๊คไว้ก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาเก็บรายละเอียด ขอบคุณครับ  Cheesy
บันทึกการเข้า

รวมเรื่อง สัพเพเหระ ไอที แก้ปัญหาไวรัส คอมพิวเตอร์ทิป อินเตอร์เน็ตทิป โค้ด รหัส Ascii สัญลักษณ์facebook Messenger LINE Gplus Instagram แก้ปัญหาเว็บเบราเซอร์ สู้ๆ น้าาาาา ~
ColdMoney
เจ้าพ่อบอร์ดเสียว
*

พลังน้ำใจ: 200
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,623



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 18:02:04 »

ยาวจังครับ เขียนหนังสือขายได้เลยนะเนี่ย  Wink
บันทึกการเข้า

ITAXIz
หัวหน้าแก๊งเสียว
*

พลังน้ำใจ: 41
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,439



ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 23:25:29 »

โอ้.. บทความคุณภาพ
บันทึกการเข้า
D-N-A
Verified Seller
เจ้าพ่อบอร์ดเสียว
*

พลังน้ำใจ: 498
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,292



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 23:35:03 »

บทความดีมากเลยครับ  thanks   Cry
บันทึกการเข้า

ก้ามปู
เสือซุ่มด่า
เจ้าพ่อบอร์ดเสียว
*

พลังน้ำใจ: 218
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,199



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2008, 23:56:33 »

ขอบคุณครับ  Smiley
บันทึกการเข้า

ตอนนี้ผมไม่ค่อยว่างตอบอะไรใครนะครับ เพราะไม่ได้เข้าบอร์ดเลย
PositiveThinking
หัวหน้าแก๊งเสียว
*

พลังน้ำใจ: 107
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,606



ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 08 มกราคม 2009, 20:49:37 »

ก่อนต้องขอโทษนะครับ ผมเป็นพวกชอบดูดซับข้อมูล ไม่ค่อยตอบ
แต่วันนี้คงต้องตอบ เพราะเจอสุดยอดแห่งบทความ เป็นประโยชน์กับบุคคลอื่นมากๆครับ
ขอบคุณมากๆนะครับ  Smiley

ป.ล. ถึงข้อมูลอื่นๆจะไม่ได้ตอบ แต่ขอบอกว่าซาบซึ้งกับความมีน้ำใจของคนในบอร์ดนี้มากครับ
บันทึกการเข้า

การทำงานทุกอย่างต้องมีอุปสรรคทุกคนจึงกลัวอุปสรรค แต่อุปสรรคกลัว...คนทำจริง
deedy
Verified Seller
หัวหน้าแก๊งเสียว
*

พลังน้ำใจ: 63
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,343



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 08 มกราคม 2009, 21:55:07 »

+1 ขอเก็บเอาไว้อ่านเรื่อยๆ นะคะ สินค้ามีอยู่แล้วแต่ยังไม่มีเวลาทำเป็นอีคอมเมริช์เต็มรูปแบบ  Kiss
บันทึกการเข้า

ohmohm
เจ้าพ่อบอร์ดเสียว
*

พลังน้ำใจ: 170
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,098



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 10 มกราคม 2009, 18:59:45 »

ขอบคุณครับ

หาสินค้าที่นี้ ดีไหมครับ
http://www.thaitambon.com

มาเพิ่มครับ ไปเจอมา ( น่าจะเอาแนวคิดไปใช้กับ PPC + aff ได้ )
http://1001ii.wordpress.com/2008/03/05/0115/
อ้างถึง
ไมเคิล อี.พอร์เตอร์ บอกให้วิเคราะห์สภาวะของอุตสาหกรรมด้วยการมอง 5 เรื่อง คือ
  • การแข่งขันของคู่แข่ง
  • กำแพงกั้นผู้เล่นรายใหม่
  • อำนาจของผู้ซื้อ
  • อำนาจของซัพพลายเออร์
  • ภัยคุกคามของสินค้าทดแทน

แล้วเลือกตำแหน่งในตลาดที่ทำให้บริษัทสามารถตั้งรับแรงดึงทั้งห้านี้ได้ดีที่สุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 มกราคม 2009, 20:11:08 โดย ohmohm » บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3 ... 15   ขึ้นบน
พิมพ์