ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: คำถามเกียวกับบัญชี ภาษี ออดิทครับ  (อ่าน 815 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
for mum
คนรักเสียว
*

พลังน้ำใจ: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 100



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 20 ธันวาคม 2017, 19:58:14 »

เรื่องเป็นดังนี้
น้องสาวกับแฟน ได้ร่วมกันเปิดร้านค้าขายเล็กๆ+ออนไลน์ ได้ไปปรึกษาสำนักบัญชีซึ่งมีออดิทเป็นเจ้าของเพราะมีคนแนะนำมาและติดต่อไว้ให้

เขาแนะนำให้จดเป็นนิติบุคคล เพราะอีกไม่นาน รัฐจะผลักดัน... ทำทีเดียวไปเลย

บอกว่าค่อยเป็นค่อยไป จะบอกทีละเสต็ป

ตั้งแต่ต้นปี เก็บเงินจดบริษัทไป - ได้จดบริษัทเรียบร้อยแล้ว

ให้เปิดบัญชีบริษัท - เปิดแล้ว

และบอกแต่ให้เก็บบิลค่าใช้จ่ายต่างๆไว้แค่นั้น รอเรียกเก็บ เพราะน้องมีรายจ่ายค่าประกันเยอะแล้ว เขาเห็นใจ(โดนเขาต้อนให้ซื้อกับเขาทั้งบ้านเพราะใช้หักภาษีเป็นรายจ่ายบริษัทได้)

และเงียบยาวจนปลายปีมาเรียกเก็บค่าทำบัญชีทีเดียว(เรียกเก็บตอนเดือน12 เก็บ ต้นปี-เดือน11) ธรรมดาคิดคนอื่น5000 นี่่ช่วยกันเอาแค่เดือนละ3500 แต่่ก้ยังไม่ได้ขอเอกสารหรือบอกให้ทำอะไรต่อ

ปุปปั้ปมาบอกน้องก็ไม่ได้เตรียมตัว และธุรกิจไม่ค่อยดีเลยขอจ่ายช้า เขาบอกไม่ได้
เพราะ " ยอดชำระนี้เป็นค่าบริการเดือนภาษี ต้นปี-11/2560ครับ ไม่ใช่ภาษี  ค่าบริการที่แจ้งไปถึงเดือนปัจจุบัน
(เดือนภาษี หมายความว่า ภาษีของเดือน 11 จะมาสรุปยอดภาษีและยื่นต่อสรรพากรในเดือน 12)  "

แล้วมาบอกว่าให้เลิกบริษัทเพราะว่าดูทรงเราไปไม่รอด (จะดึงตัวไปขายประกัน)
ถ้าให้ยื่นก็ต้องเสียค่าตรวจสอบ ค่าปิดบัญชีให้เขาอีก  แล่วอาจยังยังมีค่าภาษีอีกดูทรงธุรกิจแล้วเลิกดีกว่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆที่กล่าวมา เขามีวิธี

คำถามดังนี้ครับ

1จากประโยคที่ว่า
" ยอดชำระนี้เป็นค่าบริการเดือนภาษี ต้นปี-11/2560ครับ ไม่ใช่ภาษี  ค่าบริการที่แจ้งไปถึงเดือนปัจจุบัน
(เดือนภาษี หมายความว่า ภาษีของเดือน 11 จะมาสรุปยอดภาษีและยื่นต่อสรรพากรในเดือน 12)  "
ค่าใช้จ่ายตรงนี้เกิดขึ้นหรือยังครับ(น้องจ่ายไปแล้ว) แต่ก้ไม่เห็นพูดถึงเอกสารจากเรา

2จากข้อ 1 ถ้าค่าใช้จ่ายยังไม่เกิดขึ้น อยากจะขอให้เขาเอายอดนั้นไปหักค่าประกันที่ยังติดค้างเขาอยุ่และจะได้หาส่วนที่เหลือมาปิดค่าประกัน(ค่าประกันเขาออกเงินให้แล้วเราผ่อนเขา)
 

3อยากทราบว่า ก่อนจะตัดขาดกัน จะเปลี่ยนสำนักบัญชี ออดิท ต้องเอาเอกสารหลักฐานหรืออะไรอื่นนอกจากนี้ จากทางเขาไหม เพราะถ้าพูดกันแล้วคงไม่มีหน้ามองกันอีก ไม่รุ้ว่าเวลาเขาย้ายที่กันต้องขอเอกสารหรืออะไรกลับคื่นบ้าง


ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
scouty420
Newbie
*

พลังน้ำใจ: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 21 ธันวาคม 2017, 12:40:50 »

พอเข้าใจปัญหาของพี่ครับ แต่พี่ให้ข้อมูลยังละเอียดไม่พอ
การจะตั้ง นิติบุคคลต้องพอมีความรู้บัญชีอยู่บ้าง ไม่งั้นปัญหายาว
อาจโดน สนงบัญชีเท แบบนี้
ยกตัวอย่าง
ผมไม่มีความรู้ไรเลยตอนแรก เรื่องนิติบุคคลแต่มีโอกาสได้รับโครงการมาทำซึ่งก็เยอะอยู่
แต่อยากลองทำเพราะได้รู้ระบบบริษัทแต่ความเสี่ยงคือเจ็บหนัก เหมือนเรียนหนังสือถ้าสอบไม่ผ่านคือตาย... แต่สิ่งที่ได้คือจะได้รู้ว่าทำไงแบบไม่มีใครสอน
อันนี้ยกตัวอย่างคร่าวๆ สมมุติธุรกิจผมจะทำแบบG2Gรัฐต่อรัฐปี62
แปล ว่าปลายปี60 ผมต้องมีข้อมูลจากบริษัทAแล้ว ต้นปี61 ผมต้องไปทาบทามบริษัทB
กลางๆปีเริ่มวางแผน นิติบุคคล ถ้าได้งานอันดับแรก ได้งานดีล>ปรึกษาหุ้นส่วนและคนที่มีความรู้>วางbussiness model>หาสำนักงานบัญชี>ค่อยเปิดบริษัทตามข้อตกลงแต่ละหน่วยงาน,ถ้าไม่มีเอาบริษัทคนรู้จักรับงานหัก%>จ่ายก่อน30%>ทำงานตรวจงาน>จ่ายตังตามตกลง
***ด้านนิติบุคคล
ไม่ใช่ปุปปัป จะเปิดก็เปิด แต่อย่างของพี่ธุรกิจส่วนตัวไม่น่าจะมีปัญหา แต่ต้องเปิดในเวลาเหมาะ สมควรจะเปิดต้นๆปีจะได้ไม่งง เรื่องการทำบัญชี
การทำนิติบุคคลที่หมิ่นเหม่ในการเสียภาษี พอๆกันในแบบบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล คือ รายได้ 1.8ล้าน
ช่วงนี้จดได้ก็ดีครับถ้ามีรายได้ตามข้างต้น เพราะมี การลดหย่อน แบบ นิติบุคคล SME
กำไรไม่เกิน 3 แสนยกเว้นภาษี
เกิน3แสนแต่ไม่เกิน 3 ล้าน 15%
เกิน 3 ล้านขึ้นไป 20%
 กรณีเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกิน 30 ล้านบาท ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา
สรุปคือ ควรเปิดให้ถูฏเวลาลองไปอ่านในเว๊ปครับเยอะมากเซิชในกูเกิลไม่งั้น การเก็บเอกสารทางบัญชี พี่จะไม่รู้ว่าเก็บอันไหน แล้ว บัญชีเค้าจะงอแง ไม่อยากทำให้ อารมณื แบบ ลูกค้ามาสั่งงานกราฟฟิคแล้วชอบสั่งอะไรแปลกๆ
*** การลดหย่อนภาษี
อันนี้**** ไม่เกี่ยวกับทำบัญชีครับเป็นแค่ทางเลือกพี่จะไม่เลือกก็ได้ เช่นประกันที่พี่ทำ*** จริงๆมันมีหลายทางไม่ต้องทำประกันก็ได้ เช่น(ลดหย่อนนิติบุคคล)ให้เงินเดือน พนักงาน,เช่าบ้านตัวเองให้แม่เป็นเจ้่าของ,โอนรถตัวเองไปเป็นบริษัทแล้วก็เช่ารถตัวเองเลยอันนี้แนะนำหักภาษีแถมเอาเงินจากบริษัทตัวเองด้วย555 ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ 9ล9(กำไรน้อย(รึเปล่า555)ภาษีน้อย)
ซื้อLTF (สำหรับลดส่วนตัว) บริจาค ส่วนประกันชีวิตเนียผมไม่มีความรู้ครับยากซื้อLTFง่ายกว่า9ล9

****** บัญชี

-ประกันที่ทำไม่เกี่ยว*เป็นแค่ออฟชั่นของคนทำบัญชี แต่จะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ วิธีลดภาษีมีหลายวิธี แต่ผมได้ข้อมูลเรื่องนี้ไม่มากพอคือจะทำเพื่อเอาไปใช้ด้านไหนครับถ้าลดภาษี ก็ไม่ต้องทำก็ได้นะมีหลายวิธี
-ผมได้ลายละเอียดพี่ไม่มากพอครับไม่รู้ว่าบิลพี่เยอะขนาดไหน (แต่ไม่ควรบอกผมหรือที่สาธารณะนะควรไปบอก คนทำบัญชีที่ไว้ใจได้จริงๆ(คำว่าจริงๆคือจริงๆ))
ส่วนตัวผมตอบไม่ได้พี่แพงเปล่านะ แต่เคยเจอคนทำถูกสุด เดือนละ700-3000(10-15บิลเฉลี่ย/เดือน 1500) แล้วแต่บิลครับ,ผู้ตรวจ 8000-10000 ตอนสิ้นปี ,เซ็นงบเปล่า(เช่นพวกเปิดบริษัท ปลายๆปีไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรหรือเปิดทิ้งไว้รอเวลาแต่ก็ต้องส่งบัญชี)6000-8000
-บิลค่าใช้จ่ายเก็บแบบที่ใช้ได้ต้องชัดเจนไม่เลือนรายละเอียดครบ แต่มากกว่านี้พิมพ์ไม่ได้ต้องศึกษาเองคับ เดี๋ยวงานเข้า

สรุปตอบคำถามพี่ตามข้อ1 ตามความเข้าใจที่พี่พิมพ์
1ต้องจ่ายครับ บัญชี จริงๆต้องจ่ายทุกเดือนไม่มีบิลก็ต้องจ่าย ไม่ใช่จ่ายสิ้นปี แล้วทุกเดือนพี่ก็ต้องเอาบิลให้บัญชี ถ้ามีการวางบิลเปิดบิลหักเเวทรายได้มาก็ต้องเริ่มทำบัญชีแล้วครับ ถึงแม้เดือนต่อไปจะไม่มีบิล การยื้นแล้วแต่คุยครับ ยื้นภาษีอาจต้องยื้นเอง
2ไม่ได้ครับ ต้องจ่าย ทำประกันมันคนละส่วนคนละเรื่องกันกับการทำบัญชี เพียงแต่สามารถเอาไปลดภาษีได้จริงครับต้องแยกจากกัน เค้าเหมือนขายพ่วงให้พี่ จะว่าเค้าไม่ดีก็ไม่ได้ เพราะอย่างที่บอกผมไม่รู้ว่าพี่คุยกันยังไงแบบลึกซึ้ง
แนะนำให้ไปปรึกษา สนงใหม่ แบบคุยให้เคลียร์แบบบอกเค้าไปเลย ผมไม่มีความรู้เรื่องบัญชี
3ถ้าคิดว่าไม่เข้าใจกันแล้วไปหาสำนักงานบัญชีใหม่ไปปรึกษาเค้าเลยครับ ว่าต้องเอาอะไรบ้าง ผมรู้คร่าวๆแค่พื้นฐานแบบ ระดับคุยกะบัญชีรู้เรื่อง ถ้าเทียบก็เหมือนลูกค้าที่รู้ว่าพวกกราฟฟิคชอบให้ ใช้งานแบบไหน

******!!!สิ่งที่พี่ต้องทำตอนนี้!!!**** รีบไปหา สนง บัญชีที่ใหม่แล้วเล่าเรื่องให้หมดเล่าแบบละเอียด แล้วย้ำไปเลยผมไม่รู้เรื่องบัญชี


อันนี้แถม จะเปิดนิติบุคคล ควรมีความรู้พื้นฐานก่อนเปิดต้องแน่นจริงแล้วแนะนำ รายได้(ไม่ใช่กำไรสุทธิ)ควรจะ1.8ล้าน+ แล้วก็ต้องศึกษาเรื่องบัญชีครับ
ผมค้นพบแล้วครับกำไรไม่กำไร อยู่ที่บัญชี ผมลองไปโครงการนึงก็จุกเหมือนกันเกือบตาย
ผมชอบอันนี้แกเป็นอาจารย์สอนเข้าใจง่ายสำหรับศึกษาเองแถมเหมือนจะคล้ายๆมีการทำบัญชีแบบกองโจรด้วย ผมใช้เวลาดูแค่ของแกแต่ไม่ได้ไปคุยอะไรนะ แค่ เดือนเดียวเข้าใจพื้นฐานแบบใช้งาน
งบเปล่า
https://www.youtube.com/watch?v=UQX_WuAc1Cg&t=254s
ทำไมสำนักบัญชีถึงเทเราหรืองี่เง่าใส่
https://www.youtube.com/watch?v=VxkrnVamkx8
รายได้เท่าไหร่ควรเปิดนิติบุคคล
https://www.youtube.com/watch?v=D0s6XFXazm0&t=359s

ส่วนถ้าพี่อยากได้คำปรึกษา พี่ก็ลองไปถามแกได้ครับที่ โรงเรียนสอนการบัญชีของแกเหมือน
แกจะรับทำแต่ผมว่าไม่น่าจะถูกอะ
http://www.yellowaccounting.com/



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 ธันวาคม 2017, 12:46:59 โดย scouty420 » บันทึกการเข้า
for mum
คนรักเสียว
*

พลังน้ำใจ: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 100



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 21 ธันวาคม 2017, 19:33:14 »

พอเข้าใจปัญหาของพี่ครับ แต่พี่ให้ข้อมูลยังละเอียดไม่พอ
การจะตั้ง นิติบุคคลต้องพอมีความรู้บัญชีอยู่บ้าง ไม่งั้นปัญหายาว
อาจโดน สนงบัญชีเท แบบนี้
ยกตัวอย่าง
ผมไม่มีความรู้ไรเลยตอนแรก เรื่องนิติบุคคลแต่มีโอกาสได้รับโครงการมาทำซึ่งก็เยอะอยู่
แต่อยากลองทำเพราะได้รู้ระบบบริษัทแต่ความเสี่ยงคือเจ็บหนัก เหมือนเรียนหนังสือถ้าสอบไม่ผ่านคือตาย... แต่สิ่งที่ได้คือจะได้รู้ว่าทำไงแบบไม่มีใครสอน
อันนี้ยกตัวอย่างคร่าวๆ สมมุติธุรกิจผมจะทำแบบG2Gรัฐต่อรัฐปี62
แปล ว่าปลายปี60 ผมต้องมีข้อมูลจากบริษัทAแล้ว ต้นปี61 ผมต้องไปทาบทามบริษัทB
กลางๆปีเริ่มวางแผน นิติบุคคล ถ้าได้งานอันดับแรก ได้งานดีล>ปรึกษาหุ้นส่วนและคนที่มีความรู้>วางbussiness model>หาสำนักงานบัญชี>ค่อยเปิดบริษัทตามข้อตกลงแต่ละหน่วยงาน,ถ้าไม่มีเอาบริษัทคนรู้จักรับงานหัก%>จ่ายก่อน30%>ทำงานตรวจงาน>จ่ายตังตามตกลง
***ด้านนิติบุคคล
ไม่ใช่ปุปปัป จะเปิดก็เปิด แต่อย่างของพี่ธุรกิจส่วนตัวไม่น่าจะมีปัญหา แต่ต้องเปิดในเวลาเหมาะ สมควรจะเปิดต้นๆปีจะได้ไม่งง เรื่องการทำบัญชี
การทำนิติบุคคลที่หมิ่นเหม่ในการเสียภาษี พอๆกันในแบบบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล คือ รายได้ 1.8ล้าน
ช่วงนี้จดได้ก็ดีครับถ้ามีรายได้ตามข้างต้น เพราะมี การลดหย่อน แบบ นิติบุคคล SME
กำไรไม่เกิน 3 แสนยกเว้นภาษี
เกิน3แสนแต่ไม่เกิน 3 ล้าน 15%
เกิน 3 ล้านขึ้นไป 20%
 กรณีเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกิน 30 ล้านบาท ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา
สรุปคือ ควรเปิดให้ถูฏเวลาลองไปอ่านในเว๊ปครับเยอะมากเซิชในกูเกิลไม่งั้น การเก็บเอกสารทางบัญชี พี่จะไม่รู้ว่าเก็บอันไหน แล้ว บัญชีเค้าจะงอแง ไม่อยากทำให้ อารมณื แบบ ลูกค้ามาสั่งงานกราฟฟิคแล้วชอบสั่งอะไรแปลกๆ
*** การลดหย่อนภาษี
อันนี้**** ไม่เกี่ยวกับทำบัญชีครับเป็นแค่ทางเลือกพี่จะไม่เลือกก็ได้ เช่นประกันที่พี่ทำ*** จริงๆมันมีหลายทางไม่ต้องทำประกันก็ได้ เช่น(ลดหย่อนนิติบุคคล)ให้เงินเดือน พนักงาน,เช่าบ้านตัวเองให้แม่เป็นเจ้่าของ,โอนรถตัวเองไปเป็นบริษัทแล้วก็เช่ารถตัวเองเลยอันนี้แนะนำหักภาษีแถมเอาเงินจากบริษัทตัวเองด้วย555 ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ 9ล9(กำไรน้อย(รึเปล่า555)ภาษีน้อย)
ซื้อLTF (สำหรับลดส่วนตัว) บริจาค ส่วนประกันชีวิตเนียผมไม่มีความรู้ครับยากซื้อLTFง่ายกว่า9ล9

****** บัญชี

-ประกันที่ทำไม่เกี่ยว*เป็นแค่ออฟชั่นของคนทำบัญชี แต่จะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ วิธีลดภาษีมีหลายวิธี แต่ผมได้ข้อมูลเรื่องนี้ไม่มากพอคือจะทำเพื่อเอาไปใช้ด้านไหนครับถ้าลดภาษี ก็ไม่ต้องทำก็ได้นะมีหลายวิธี
-ผมได้ลายละเอียดพี่ไม่มากพอครับไม่รู้ว่าบิลพี่เยอะขนาดไหน (แต่ไม่ควรบอกผมหรือที่สาธารณะนะควรไปบอก คนทำบัญชีที่ไว้ใจได้จริงๆ(คำว่าจริงๆคือจริงๆ))
ส่วนตัวผมตอบไม่ได้พี่แพงเปล่านะ แต่เคยเจอคนทำถูกสุด เดือนละ700-3000(10-15บิลเฉลี่ย/เดือน 1500) แล้วแต่บิลครับ,ผู้ตรวจ 8000-10000 ตอนสิ้นปี ,เซ็นงบเปล่า(เช่นพวกเปิดบริษัท ปลายๆปีไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรหรือเปิดทิ้งไว้รอเวลาแต่ก็ต้องส่งบัญชี)6000-8000
-บิลค่าใช้จ่ายเก็บแบบที่ใช้ได้ต้องชัดเจนไม่เลือนรายละเอียดครบ แต่มากกว่านี้พิมพ์ไม่ได้ต้องศึกษาเองคับ เดี๋ยวงานเข้า

สรุปตอบคำถามพี่ตามข้อ1 ตามความเข้าใจที่พี่พิมพ์
1ต้องจ่ายครับ บัญชี จริงๆต้องจ่ายทุกเดือนไม่มีบิลก็ต้องจ่าย ไม่ใช่จ่ายสิ้นปี แล้วทุกเดือนพี่ก็ต้องเอาบิลให้บัญชี ถ้ามีการวางบิลเปิดบิลหักเเวทรายได้มาก็ต้องเริ่มทำบัญชีแล้วครับ ถึงแม้เดือนต่อไปจะไม่มีบิล การยื้นแล้วแต่คุยครับ ยื้นภาษีอาจต้องยื้นเอง
2ไม่ได้ครับ ต้องจ่าย ทำประกันมันคนละส่วนคนละเรื่องกันกับการทำบัญชี เพียงแต่สามารถเอาไปลดภาษีได้จริงครับต้องแยกจากกัน เค้าเหมือนขายพ่วงให้พี่ จะว่าเค้าไม่ดีก็ไม่ได้ เพราะอย่างที่บอกผมไม่รู้ว่าพี่คุยกันยังไงแบบลึกซึ้ง
แนะนำให้ไปปรึกษา สนงใหม่ แบบคุยให้เคลียร์แบบบอกเค้าไปเลย ผมไม่มีความรู้เรื่องบัญชี
3ถ้าคิดว่าไม่เข้าใจกันแล้วไปหาสำนักงานบัญชีใหม่ไปปรึกษาเค้าเลยครับ ว่าต้องเอาอะไรบ้าง ผมรู้คร่าวๆแค่พื้นฐานแบบ ระดับคุยกะบัญชีรู้เรื่อง ถ้าเทียบก็เหมือนลูกค้าที่รู้ว่าพวกกราฟฟิคชอบให้ ใช้งานแบบไหน

******!!!สิ่งที่พี่ต้องทำตอนนี้!!!**** รีบไปหา สนง บัญชีที่ใหม่แล้วเล่าเรื่องให้หมดเล่าแบบละเอียด แล้วย้ำไปเลยผมไม่รู้เรื่องบัญชี


อันนี้แถม จะเปิดนิติบุคคล ควรมีความรู้พื้นฐานก่อนเปิดต้องแน่นจริงแล้วแนะนำ รายได้(ไม่ใช่กำไรสุทธิ)ควรจะ1.8ล้าน+ แล้วก็ต้องศึกษาเรื่องบัญชีครับ
ผมค้นพบแล้วครับกำไรไม่กำไร อยู่ที่บัญชี ผมลองไปโครงการนึงก็จุกเหมือนกันเกือบตาย
ผมชอบอันนี้แกเป็นอาจารย์สอนเข้าใจง่ายสำหรับศึกษาเองแถมเหมือนจะคล้ายๆมีการทำบัญชีแบบกองโจรด้วย ผมใช้เวลาดูแค่ของแกแต่ไม่ได้ไปคุยอะไรนะ แค่ เดือนเดียวเข้าใจพื้นฐานแบบใช้งาน
งบเปล่า
https://www.youtube.com/watch?v=UQX_WuAc1Cg&t=254s
ทำไมสำนักบัญชีถึงเทเราหรืองี่เง่าใส่
https://www.youtube.com/watch?v=VxkrnVamkx8
รายได้เท่าไหร่ควรเปิดนิติบุคคล
https://www.youtube.com/watch?v=D0s6XFXazm0&t=359s

ส่วนถ้าพี่อยากได้คำปรึกษา พี่ก็ลองไปถามแกได้ครับที่ โรงเรียนสอนการบัญชีของแกเหมือน
แกจะรับทำแต่ผมว่าไม่น่าจะถูกอะ
http://www.yellowaccounting.com/



 



ขอบคุณน้ำใจของท่านscouty420 มากครับที่ช่วยชี้แจงให้ละเอียดเข้าใจง่าย และ
ยังรวบรวมแปะลิงค์ที่จำเป็นและเกี่ยวข้องให้อีกด้วยทราบซึ้งมากครับ
น่าจะเป็นความรู้สำหรับเพือ่นๆที่จะทำการค้าหลายๆคน



 ขอตอบอธิบายเพิ่มกลับในแต่ละจุดนะครับ
เผื่อจะได้เป็นภูมิคุ้มกันทันเล่ห์ให้กับท่านอื่นๆด้่วย
(คนที่น่ากลัวที่สุดคือคนที่มาในบทแม่พระภาพลักษณ์เศรษฐีใจบุญ)


เริ่มจากได้ปรึกษานักการตลาดคนนึงของเมืองไทย... เพราะติดตามชื่นชมทางคลื่นวิทยุมาตลอด
เขาเลยแนะนำออดิทคนนี้ให้ เพราะดูแลให้เขาอยุ๋ (ทุกวันนี้คิดว่าเป็นการ เตะหมูเข้าปากหมาหรือป่าว)


 เริ่่มจากไปพบออดิทที่สำนักบัญชีเขา เขาปูตัวเอง ทุกวันนี้เกษียณแล้ว ไมได้ทำเพื่อตัวเองแล้ว พอมีแล้ว
ร่วมกับนักการตลาดท่านนั้นช่วยรากหญ้าคนไทย ถ้ารากหญ้่าแข้งแรง ก็จะส่งผลถึงเศรษฐกิจประเทศไทยเข้มแข็ง
เป็นการตอบแทนประเทศ บลา...................................
 
ธรรมดาไม่ได้รับคนไทย เพราะคนไทยดื้อแนะนำอะไรก็ไม่ฟัง
แต่นักการตลาดคนนั้นขอให้ช่วย (ถ้าพวกเราไม่ช่วยเหลือรากหญ้าตอบแทนประเทศ จะอยุ๋ไปเพื่ออะไร...)
วางแผนภาษีให้คนอื่น คิด50000 กับพวกเรา เขาไม่คิด
แนะนำพูดคุยทุกอย่างเอาใจใส่ด้วยความห่วงใย (ต้นจนจบไม่กี่นาที)


จนมาถึง มีประกันกันหรือยัง อะไรไม่มีใครเลยหรอ
ไม่ได้นะรถเป็นเหล็กยังต้องมีประกันเลยจริงป่าว
นี้ คนนะ เนิ้อ กระดูก ...................
(ยาว ยกเคส กล่อม จิตวิทยาต่างๆ เป็น ชมจริงๆ ลิงหลับ ที่แสบที่สุดคือ ขายแบบไม่ได้ขาย ตั้งแต่วันแรกจนสิ้นปี
เนียนพูดแต่เรือ่งประกัน โทรไปจะพูดคุยปรึฏษาเรือ่งงาน ส่วนใหญ่จะมีแค่สองคำหลักๆ ได้ กับ ไม่เป็นไร ก็ยังเชื่อคำว่า ไปทีละเสต็ป)



ประกันไม่ได้อยากทำหรือสนใจครับ ทางออดิทเขาเป็นหัวหน้าระดับอาวุโส เขาหว่านล้อมล็อคคอด้วยเหตุผลต่างๆแบบนุ่มนวลค่อยๆยัดให้ทีละคน และยังถูกดึงให้ไปเรียบอบรมตลอดจนสอบเป็นตัวแทนประกันในทีมเขาทีละคนทีละคน(ด้วยเหตุผลต่างๆ ,อยากให้มีความรุ้ทางการเงิน ตัวเขาเข้าร่วมโครงการ 1ครอบครัวให้มีคนที่มีความรู้ทางการเงิน1คน ,... ถ้าสอบติดตัวยแทนได้เรียนฟรีตามคอร์สบริษัทจัดให้ต่ลอด คอร์สหลักสูตรต่างประเทศค่าเรียนเป็นแสนบริษัทจัดให้เรียนฟรีตลอด)

ประมาณว่าเกมส์การเงิน
ทำประกันตัวนั้นตัวนี้ ได้คืนทุกปี ปีต่อๆไปก้ได้คืน แต่จะลดลง
ค่าคอมเขาก้ไม่เอาเลย ให้คืนเราหมดไปจ่ายค่าเบี้ย
ค่าเบี้ยยังใช้หักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทหักภาษีได้อีกแทนทีจะเสียภาษีเฉยๆ
เธอขายของยังต้องลงทุน ลงตั้งเท่าไหร่ กำไรต่อชิ้นแค่กี่เปอเซน แล้วจะขาดทุนหรือป่าวยังไม่รู้
นี่ลงปุปได้คืน 40เปอเซน(คืนหลักหมื่น) มีอะไรบ้างที่ขายแล้วได้กำไรเป็นหมื่น....................
......................
เยอะมากจำไมได้
วิธีเล่นเงินของคนรวย


หลังจากวันนั้น นัดเจอ เขาถามมีบัตรเครดิตไหม มี(ของพ่อ)
เขาถามวงเงินเท่าไหร่ โทรถามพ่อ 7000 เขาบอกไม่พอ (เอาไปทำไร)
คือ โชคดีมาก (คือเขาจะให้รูดจ่ายค่าประกัน)
เขาเลยรูดบัตรเขาแล้วให้เราผ่อนรายเดือน
ทั้งปี 4 เล่ม แสนกว่า ยังผ่อนไม่หมด
ถ้าวันนั้นรูดได้ อวกกก
ทุกวันนี้มี กู้หลายที่่ บัตรก้เอามากดหมุน มีปากเสียงทางบ้านบ่อยเพราะจดหมายหนี้บัตร

(ทั้งหมดเล่าไว้เป็นอุทาหรณ์แล้วกันครับ จะได้ระมัดระวัง ตอนนั้นพวกเราก็คิดเหมือนคำพูดที่เคยได้ยิน หลอกเราไม่ได้หลอกเพราะเราไม่มีไรให้หลอก นั่งพิมไปพิมมาเรียบเรียงต้้งแต่วันแรก โคตร่โง่เลย)


บิล มี
ค่าเช่าร้าน
น้ำ
ไฟ
บิลซื้อของเดือนละ 1-2 ครั้ง


ถ้าเล่าย้อนไปย้อนมา อะไรไม่เกี่ยวข้องขออภัยด้วยครับ เรียบเรียงไปเรียบเรียงมาเหมือนการเล่าใหม่ ถือ่วาเป็นการแชร์ประสบการณ์
อ่อวันนี้มีเรียกเก็บค่าปรึกษาบัญชีภาษี เดือน 12 ด้วย555

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์