เคล็ดลับความสำคัญ กลยุทธิ์เสื้อแบรนด์ "แตงโม" โดยหนุ่มเมืองจันท์

(1/11) > >>

washiravit:

ขอบคุณ hunsa สำหรับรูปภาพครับ

» เคล็ดลับความสำเร็จ แบบ “แตงโม” すいか โดย หนุ่มเมืองจันท์

รู้จักเสื้อยืด “แตงโม” ไหมครับ

“แตงโม” เป็นเจ้าของกลยุทธ์ “ป่าล้อมห้าง” คือไม่เปิดบูธขายในห้างสรรพสินค้า แต่มีจุดขายอยู่ทั่วประเทศ เพราะนอกจาก “ขายส่ง” ที่ตลาดโบ๊เบ๊และประตูน้ำแล้ว “แตงโม” ยังมีคู่ค้าทั่วประเทศถึง 2,200 ราย

คู่ค้าแต่ละรายยังกระจายสินค้าไปยังร้านต่าง ๆ อีก ไม่แปลกที่ “อดิศร พวงชมภู” หรือ “พี่ต๊อด” เจ้าของ “แตงโม” จึงกล้าบอกว่า “แตงโม” คือเสื้อที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย

เพราะเมื่อรวมรายได้ทั้งส่งออกและขายในประเทศ “แตงโม” มียอดขายปีละ 1,400 ล้านบาท

::::::::::::::::::

คุณสมบัติสำคัญ...ของคนสำเร็จ


"พี่ต๊อด" เป็นนักศึกษาตัวอย่างของคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เพราะเป็นต้นแบบให้รุ่นน้องได้รู้ว่าคณะนี้เรียน 6 ปีก็ได้ ไม่ต้องเร่ง ...และเขาจบเป็นอันดับที่ 3 ของรุ่น (จากท้ายสุด)

ชื่อเสียงของ "พี่ต๊อด" ไม่ธรรมดา...สมัยที่ทำกิจกรรมนักศึกษา เขาเป็น พี่ใหญ่ ของชมรมอีสาน น้องคนไหนไม่มีที่พัก ไม่มีเงิน ไปพักที่บ้านเขาได้ ...มีข้าวกิน มีที่นอน

"พี่ต๊อด" ไม่ได้ร่ำรวย แต่ทำงานหาเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่สมัยเรียน ...เขาหิ้วเสื้อไปขายตามตลาดนัดทั่วประเทศตั้งแต่เป็นนักศึกษา

ประสบการณ์โชกโชนขนาดไหน...แค่ยกเว้น 2 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน กับ นราธิวาส ...นอกนั้นเขาไปมาหมดแล้ว ...นั่นหมายถึงตอนที่เขาอายุ 25 ปี!

ตอนก่อร่างสร้างตัว สมัยยังเป็นพ่อค้าเร่ เขาตั้งใจไว้เลยว่า ..จะใช้เงินไม่เกินวันละ 20 บาท ตอนนั้นเขามีเงินทุนไม่มาก แต่อยากได้เสื้อไปขายเยอะ ๆ เพราะมีแบบเสื้อยิ่งมาก โอกาสการขายก็มีสูง

เขาเสนอเจ้าของโรงงานว่าขอเสื้อผ้าไปมากหน่อย แต่ขายเสร็จในแต่ละวันให้ไปเก็บเงินได้เลย

ขายได้เท่าไหร่ "พี่ต๊อด" เก็บไว้ใช้ 20 บาท ...ขายได้ 4,000 บาท ให้เถ้าแก่ 3,980 บาท ทั้งต้นทุนสินค้า และฝากกำไรไว้ด้วย

อดทนใช้วันละ 20 บาท ไป 1 ปี ...สิ้นปีเขาเป็นเจ้าหนี้ของเถ้าแก่

“ถ้าเราไม่เคยแย่ เราจะไม่รู้เลยว่าอดทนแปลว่าอะไร” พี่ต๊อดบอก

“อด” แปลว่า...อยากได้แล้วเราไม่ได้
“ทน” แปลว่า...ไม่อยากได้แต่มันได้

“ไม่อยากร้อน แต่มันร้อน ไม่อยากง่วง แต่มันง่วง อยู่กับมันได้ไหม”

พี่ต๊อด บอกว่า...ถ้าใครสามารถอยู่กับความรู้สึกเช่นนี้ได้ เขาจะกลายเป็นคนอีกระดับหนึ่ง

“จะเป็นคนทีมีศักยภาพสูงกว่าเพื่อนที่กลัวทั้งอด และไม่ทน”

ฟังประวัติชีวิต "พี่ต๊อด" แล้วไม่แปลกใจที่เขาประสบความสำเร็จในชีวิตธุรกิจ

ถ้าไม่สำเร็จสิ...แปลก

:::::::::::::::::::::


• เบื้องหลังความสำเร็จ : ใส่ใจ...ทุนมนุษย์


10 ปีที่ผ่านมา คนงานในโรงงานของ แตงโม กว่า 1,000 คน มีคนลาออกไม่ถึง 10 คน

หลักการรับคนของ พี่ต๊อด แปลกมาก ...เขาจะเลือก “คนรักแม่” ก่อน

“คนรักแม่มักจะไม่ทำชั่วและมีความรับผิดชอบ จากประสบการณ์ของผม คนกลุ่มนี้จะขยันทำงานและเก็บเงินส่งกลับบ้านหมด เราจะไม่เลือกคนเก่ง คะแนนดี แต่จะเลือกคนนิสัยดีก่อน”

เพียงแค่คำถามเดียวถึงความรักคามผูกพันกับแม่ พี่ต๊อด ก็เชื่อว่าเขาจะได้ “คนดี” มาทำงานด้วย

โรงงานตัดเย็บเสื้อยืดของ “แตงโม” อยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรี

แทนที่ พี่ต๊อด จะเอพื้นที่ริมน้ำไปสร้างบ้าน หรือที่รับรองแขกต่างประเทศ ...เขากลับสร้างโรงงานไว้ริมน้ำ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ

“แขกต่างประเทศเจรจาแค่ชั่วโมงหรือสองชั่วโมงก็กลับ แต่คนงานอยู่ที่นี่ทำงานตลอด มุมส่วนนี้น่าจะให้คนทำงานดีกว่า”

โรงงานแห่งนี้จึงมีกระจกใสให้คนงานได้สัมผัสความงามของแม่น้ำ

ที่นี่ไม่มี “ตอกบัตร” เข้า-ออกงาน
โรงงานเปิด 24 ชั่วโมง
ใครอยากทำงานตอนไหนก็ได้

เพราะรายได้ของแต่ละคนขึ้นอยู่กับจำนวนเสื้อยืดที่เย็บเสร็จ

พี่ต๊อด แบ่งคนงานเป็นทีม แต่ละคนมีหน้าที่ตัดเย็บแตกต่างกัน

ส่วนหัวหน้าทีมมีหน้าที่สำคัญคือรับคำสั่งจากลูกน้องหลังเลิกงาน

พรุ่งนี้ทีมเราจะเอาเงินเท่าไร

รับคำสั่งเพื่อเตรียม “ของ” ให้พอสำหรับวันพรุ่งนี้

พี่ต๊อด บอกว่า คนงานที่ “แตงโม” มีรายได้เดือนละ 20,000 กว่าบาท

ทุกคนอาศัยอยู่ที่หอพักในโรงงาน
ค่าหอพักแพงมาก...เดือนละ 900 บาท
เป็นค่าหอแค่ 200 บาท อีก 700 บาท คือค่อาหาร 3 มื้อ

คิดดูสิ...รายได้ 20,000 กว่าบาท ถ้าไม่ใช้อะไรเลย เขาจะเหลือเงินเดือนะ 19,000 บาท

::::::::::::::::::


• ชีวิตที่มี...คุณค่า


พี่ต๊อด เล่าว่าทุกปีช่วงเทศกาลทอดผ้าป่า คนงานจะชวน พี่ต๊อด ให้ไปเที่ยวบ้านเขา

“ไปเป็นเจ้าภาพผ้าป่า” ผมทาย

ไม่ใช่ครับ

เขาอยากให้ พี่ต๊อด ไปเห็นบ้านของเขา

อยากโชว์ เจ้านาย ให้รู้ว่าบ้านที่สร้างจากน้ำพักน้ำแรงของเขา

ใหญ่ขนาดไหน

จากหนังสือเล่มนี้ครับ



***************************

อ้างถึง

ที่เอาบทความนี้มาลง เพราะอยากจะเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆว่าอย่าหยุดสู้
แม้วันนี้ยังไม่ใช่เราของเรา แต่ถ้าเต็มที่พรุ่งนี้มันต้องใช่


สู้สู้ : )

 :wanwan003:

Dj.wayne_Gum:
ขอบคุณที่แชร์ครับ
เดี๋ยวไปหาอ่านมั่ง

aofiezzangz:
ถ้าไม่ได้อ่านเต็มเล่ม คงจะเสียใจน่าดู

ชาละวันหรรษา:
เป็นแบรนด์ที่ผมชอบมากครับ ทั้งเนื้อผ้า และรูปแบบ (ผมชอบใส่เสื้อโปโลมากกว่าเสื้อคอกลม)

ขอลงประวัติเพิ่มเติมให้นะครับ ข้อมูลจากเส้นทางเศรษฐี และ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1266810712

"แตงโม" คือแบรนด์เสื้อผ้าสายพันธุ์ไทยแท้ ซึ่งดำเนินกิจการมายาวนานกว่า 20 ปี จวบจนถึงปัจจุบัน "แตงโม" คือแบรนด์ของเสื้อยืดที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย มียอดขายปีละ 1,400 ล้านบาท "แตงโม" คือแบรนด์อยู่ในใจ ที่คนไทยนึกถึง เป็นอันดับสอง รองลงมาจากกางเกงยีนส์ลีวายส์ และเหล่านี้ คือเรื่องราวบางส่วนจากผู้ให้กำเนิด "แตงโม"

จบนิติ มธ.
ขอเป็นพ่อค้าเร่

คุณอดิศร พวงชมภู เจ้าของกิจการเสื้อยืดที่ขายดีที่สุดในเมืองไทยในขณะนี้ เริ่มต้นเรื่องราวชีวิตก่อนจะมายืนอยู่แถวหน้าของวงการธุรกิจเสื้อยืดว่า พื้นเพเป็นคนจังหวัดอำนาจเจริญ เรียนหนังสือระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ที่จังหวัดยโสธรและอุบลราชธานี ก่อนจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยใช้เวลาเรียนนานถึง 6 ปี และด้วยความที่เรียนดีเป็นอันดับสามของรุ่น วงเล็บหากนับจากท้าย จึงไม่คิดไปสอบเข้ารับราชการตามสายวิชาที่ร่ำเรียนมา หากแต่หันเหชีวิตไปเป็น "พ่อค้าเร่" ตั้งแต่เรียนจบ


"ผมออกตระเวนค้าขายตามตลาดทั่วประเทศไทยมาแล้ว ตอนอายุ 25 ปี มีอยู่ 2 จังหวัดที่ยังไม่ได้ไปคือ แม่ฮ่องสอน กับนราธิวาส นอกนั้นไปมาหมดแล้ว สินค้าส่วนใหญ่มักเป็นพวกเสื้อยืดที่รับไปจากย่านค้าส่งอย่างโบ๊เบ๊หรือประตูน้ำ สิ่งที่ดีที่สุดซึ่งได้รับจากชีวิตพ่อค้าเร่นี้ คือได้ข้อมูลจากลูกค้า แล้วเราอย่าไปเถียงลูกค้า พวกที่เถียงลูกค้านี้ เห็นมาเยอะแล้วว่าไปไม่รอดสักราย"


จะว่าไปแล้ว สินค้าที่คุณอดิศรเลือกนำมาเร่ขายนั้น แรกเริ่มไม่ใช่กลุ่มของเสื้อผ้า หากเป็นหนังสืออ่านเล่นทั่วไป อย่าง ดาราภาพยนตร์ ซึ่งเมื่อครั้งอดีตตั้งราคาขายไว้ที่ 2 เล่ม 5 บาท แต่เมื่อมาพบเพื่อนคนหนึ่ง ความคิดที่จะเร่ขายหนังสือก็เปลี่ยนไป ด้วยเพราะกำไรและความสะดวกสบายต่างกันเยอะ


"ตอนเร่ไปขายหนังสือที่จังหวัดจันทบุรี ไปเจอเพื่อนคนหนึ่ง เขาขายชุดผู้หญิง ที่มีเนื้อผ้าขยำแล้วไม่ยับ ชุดละ 39 บาท เห็นเขามีความสุขมาก กำไรดี ขายเสร็จของไม่หมดจับยัดกระสอบ แต่การขายหนังสือ กว่าจะยัดลงกล่องทีละเล่ม เรียงตัวเลข กว่าจะได้นอน ตี 1 ตี 2 เลยคิดหันมาขายเสื้อผ้าบ้าง" คุณอดิศร เล่าจุดเริ่มต้นของอาชีพขายเสื้อผ้า โดยบอกว่าได้วิชาติดตัวเรื่องสกรีนเสื้อยืดมาบ้าง ช่วงทำงานในพรรคการเมืองสมัยเป็นนักศึกษา


เจ้าของกิจการ "แตงโม" เล่าอีกว่า เสื้อยืดแบบแรกที่ทำออกขายนั้นเป็นเสื้อยืดสกรีนพิมพ์นูน ลวดลายเป็นภาษาอังกฤษ ตั้งราคาขายตัวละ 80 บาท ขายคู่กับเพื่อนซึ่งขายชุดผู้หญิงชุดละ 39 บาท ใช้เวลา 2 วันที่ตลาดนัดจังหวัดจันทบุรี ปรากฏเสื้อยืดในแบบของเขาขายดิบขายดี แต่ของเพื่อนกลับขายไม่ได้สักชุดเดียว


"เพื่อนรู้สึกท้อ บอกว่าจะกลับบ้าน ผมบอกว่าให้ขายต่ออีกวันหนึ่ง แต่เปลี่ยนราคาขายใหม่ เขาถามว่า 39 บาท ยังขายไม่ได้ จะให้เปลี่ยนเป็นเท่าไหร่ ผมบอก ขายชุดละ 80 บาท เพื่อนมองหน้า แล้วชมเชยผมทันทีว่าไอ้บ้า" คุณอดิศร เล่าอดีตก่อนหัวเราะร่วน

 

คำพูดลูกค้า
สวรรค์ส่งมา

แม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่ แต่เพื่อนคนเดิมยินดีทำตามคำแนะนำดังว่า ปรากฏขายไปได้กระสอบครึ่ง ซึ่งตัวเพื่อนเขาเองยังไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร คุณอดิศร จึงอธิบายให้ฟัง


"ที่ผมเชื่อว่าชุดผู้หญิงราคา 80 บาท จะขายได้มากกว่าชุดละ 39 บาท เพราะทุกเช้าผมจะเดินไปที่ตลาดสด พบว่าเนื้อหมูซึ่งขายที่เมืองจันท์ ราคาต่างกับจังหวัดอื่น เพราะเมืองจันท์เป็นเมืองคนซื้อพลอย คนส่วนใหญ่มีฐานะ หากตอนนั้นเขามีเงินอยู่ในกระเป๋า 5,000 บาท จะให้ซื้อเสื้อตัวละ 39 บาท มันหงุดหงิดเพราะไม่สมฐานะ แต่ถ้า 80 บาท ค่อยยังชั่วหน่อย อันนี้มันเป็นวิชาการตั้งราคา ถ้าเรามองกระเป๋าคนซื้อออก เราสามารถตั้งราคาที่เหมาะสมได้"


"ประเด็นนี้สำคัญที่สุดของการค้าขาย แต่บางคนมัวไปเล่นเรื่องการตัดราคาเป็นหลัก เคยมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งถามผมว่า หากตั้งราคาไม่เท่ากัน ลูกค้าจะไม่ว่าเหรอ ผมเลยบอกว่าไปดูน้ำอัดลมกระป๋อง ขายที่บิ๊กซี เทียบกับราคาเท่ากับที่เซเว่นฯ มั้ย มันไม่เท่ากันนะ แล้วลูกค้าจะไปด่าเซเว่นฯ ได้มั้ย ไม่ด่าหรอก เพราะรับได้ในเหตุผลของผู้ขาย ถ้าจับจุดตรงนี้ได้ เรามีโอกาสจะทำธุรกิจได้" คุณอดิศร บอกหลักน่าสนใจไว้ให้พิจารณา


จากประสบการณ์ชีวิตพ่อค้าเร่ ทำให้คุณอดิศรได้เก็บเกี่ยวบทเรียนดีเกี่ยวกับการทำธุรกิจไว้มากมาย แต่มีอยู่เหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งเขาจำได้ดีที่สุด และยึดเป็นหลักในการประกอบอาชีพมาจนถึงทุกวันนี้ 


"ตอนไปแขวนขายเสื้อที่คุรุสภา มีร่มอยู่คันหนึ่งแล้วแขวนเสื้อรอบร่ม ผมขายเสื้อได้ตัวเดียว แต่ผมยังจำบุคลิกของสุภาพสตรีที่เป็นลูกค้าคนเดียวท่านนั้นได้ ทุกวันนี้เวลาผมจะออกแบบเสื้อ ผมจะนึกถึงบุคลิกของลูกค้าท่านนั้นตลอด"
"เธอเดินมาบอกว่า ของแบบนี้แหละ ที่ฉันชอบ สีบานเย็น ใส่แล้วมีความรู้สึกว่าเป็นผู้หญิงดี เสื้อคอปาด ผ้าฝ้าย ให้ความรู้สึกเป็นผู้ใหญ่ เพราะเสื้อคอกลมจะวัยรุ่นไปหน่อย ส่วนเสื้อตัวยาวมาถึงครึ่งหน้าขานั้นดี เพราะใส่กางเกงรัดแล้วจะไม่โป๊ หลังจากนั้นผมใช้ถ้อยคำของลูกค้าท่านนั้นกับลูกค้าท่านอื่นทุกประโยคเรื่อยมา เหล่านี้คือสิ่งที่สวรรค์ส่งมาให้ คือคำพูดของลูกค้า" คุณอดิศร ย้อนความทรงจำอย่างแม่นยำ
     
ชอบกินแตงโม
ทำไมต้องญี่ปุ่น
สนทนามาถึงการสร้างแบรนด์ "แตงโม" หลังจากขายอยู่ในตลาดเร่มานานนับปี คุณอดิศรมีจุดเริ่มต้นมาถ่ายทอดให้ฟังว่า ตอนนั้น ขายเสื้อที่จังหวัดนครปฐม ตลาดนัดขายหลังองค์พระปฐมเจดีย์ วันหนึ่งมีลูกค้าแนะนำกันมาว่าให้ไปดูที่หลังองค์พระ มีเสื้อสวยๆ มาขาย แต่ไม่มียี่ห้อ รุ่นน้องที่ขายอยู่ด้วยกัน จึงบอกให้เขาทำยี่ห้อสักที แต่ตอนนั้นเขามีอายุเพียง 20 ปีเศษ ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวการสร้างแบรนด์สินค้า เลยบอกไปว่าไม่รู้จะใช้ยี่ห้ออะไร


"บังเอิญช่วงเวลาดังกล่าว เป็นเดือนพฤศจิกายน มีแตงโมออกมาก พ่อค้าผลไม้เข็นรถผ่านหน้าร้าน ผมต้องกินวันละ 2 ลูกทุกวัน เจ้ารุ่นน้องคนนั้น บอกผมว่าชอบกินมากไม่ใช่เหรอ เอามาทำเป็นยี่ห้อซิ สรุปยี่ห้อเสื้อแตงโมจึงมาจากการที่ผมชอบกินแตงโมเป็นชีวิตจิตใจ" คุณอดิศร เล่าที่มาของแบรนด์ซึ่งติดตลาดมายาวนานกว่า 20 ปีแล้ว


เมื่อมีแบรนด์เป็นเรื่องเป็นราว คราวนี้มาถึงการสร้างโลโก้ ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของสินค้า เพื่อหาเอกลักษณ์ให้ผู้ซื้อจดจำได้ ในขั้นตอนนี้ คุณอดิศร เล่าว่า เมื่อใช้สัญลักษณ์รูปแตงโมแล้ว ควรมีอักษรสะกดกำกับด้วย แต่ครั้นจะใช้ภาษาไทย ถูกติงจากภรรยาว่าแล้วถ้าส่งไปขายที่มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ เขาจะอ่านออกมั้ย แต่หากใช้ภาษาอังกฤษว่า Watermelon อาจยาวเกินไป ไม่สวยงาม


เลยคิดไปถึงภาษาจีนกับญี่ปุ่น ซึ่งภาษาจีนเขียนออกมาแล้วดูสวยดี แต่มีคำอ่านว่า "ซีกวย" รู้สึกว่าไม่ไพเราะ จึงมาพิจารณาภาษาญี่ปุ่น ตัวหนังสือสวยงาม คำอ่านออกเสียง ซึอีกะ ฟังดีขึ้นกว่าเดิม จึงตัดสินใจเลือกใช้ตั้งแต่นั้นมา
หลังจากกิจการขยับขยายใหญ่โตขึ้นตามลำดับ คุณอดิศรและคู่ชีวิต จึงร่วมกันเปิดบริษัทขึ้นมารองรับการทำธุรกิจ โดยตั้งว่า "วาย เจแปน-why japan" ด้วยความรู้สึกที่คับข้อง เหตุใดชีวิตประจำวันของคนไทยส่วนใหญ่ เมื่อมองไปทางไหน ล้วนต้องเจอสินค้าซึ่งมาจากประเทศญี่ปุ่น


"เปิดบริษัท วาย เจแปน มาได้ 4 ปี มีลูกค้าญี่ปุ่นมาว่าจ้างให้ผลิต เขาถามว่าทำไมใช้ชื่อบริษัทว่า วาย แจแปน ผมอธิบายว่า ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ใช้เวลาแค่ 40 กว่าปี ญี่ปุ่นแซงหน้าไทย คนญี่ปุ่นมีเคล็ดลับอะไร ทำไมเก่งอย่างนั้น เขายิ้มภูมิใจ แต่ถ้าคนไทยถาม ผมบอกว่า จะเป็นคนไทยไม่ได้หรือไงวะ ทำไมต้องยอมญี่ปุ่นตลอด" คุณอดิศร เผยมุขเด็ด
   
ขายเสื้อยืด
ป้องกันประเทศ
หลังจากนั้นโรงงานผลิตเสื้อของ "แตงโม" ดำเนินธุรกิจติดต่อกับต่างประเทศมาตลอด รับออร์เดอร์จากต่างประเทศถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย กระทั่งรู้วิธีทำงาน รู้แพตเทิร์น รู้กระบวนการขายของเขา สุดท้าย คุณอดิศรตัดสินใจเลิกรับออร์เดอร์จากต่างประเทศ เพราะเกิดเหตุการณ์สร้างความช้ำใจให้เขาอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน


"ตอนนั้นผมไปเจอรุ่นน้องคนหนึ่ง เขาไปซื้อเสื้อยี่ห้อดังของนิวยอร์ก ตอนนั้นดอลลาร์สหรัฐ แลกเงินไทยได้ 25 บาท เขาไปซื้อเสื้อยืดมาตัวละ 1,800 บาท ประมาณ 70 เหรียญ ผมบอกเขาไปว่ารู้มั้ยเสื้อที่ซื้อมานั้น ข้าเย็บเองตัวละ 7 เหรียญ แล้วไปขายตัวละ 70 เหรียญ มันต่างแค่ชื่อยี่ห้อเท่านั้นเอง" คุณอดิศร เล่าอย่างนั้น


เจ้าของกิจการ "แตงโม" เล่าอีกว่า ช่วงปี 2539-2540 สินค้าของเขาวางขายอยู่ในห้างสรรพสินค้า ประมาณ 40 จุด แต่มีที่ทำกำไรได้เพียง 8 จุด นอกนั้นขาดทุนหมด จึงกลับมานั่งพิจารณาว่าความมั่นคงของธุรกิจอยู่ที่ตรงไหน เพราะหากขายได้น้อยลง ทางห้างต้องบังคับให้เพิ่มยอดขาย ถ้าเพิ่มไม่ได้ ต้องย้ายไปอยู่ทำเลเกรดบี และถ้ายังลดลงอยู่อีก อาจต้องย้ายไปอยู่ทำเลเกรดซี หรือไม่ก็ต้องออกจากห้างไป ฉะนั้น ชีวิตของคนทำเสื้อผ้าขายในห้าง จึงขึ้นอยู่กับคน 4-5 คนเท่านั้น ที่กุมชะตาชีวิตธุรกิจของเราไว้


"ที่ตัดสินใจยกเลิกช่องทางจำหน่ายในห้าง เพราะวิเคราะห์แล้วพบมีแต่คนที่เก่งกว่า ใหญ่กว่าทั้งนั้นเลย ถ้ามาเจาะตลาดโบ๊เบ๊หรือประตูน้ำ คนเก่งกว่ามีไม่มาก เราพอจะยืนได้ แต่ในอดีต ถ้าจะไปที่โบ๊เบ๊ ประตูน้ำ จะหาเสื้อผ้าดีๆ ไปขายตามตลาดทั่วประเทศ หาไม่ได้ มีแต่ราคาถูก และไปชนกันตามงานวัด"


"เลยคิดว่า ถ้าอย่างนั้นอยากให้คนไทยจะได้ใส่ของดีบ้าง จึงตัดสินใจลง 2 ตลาด คือค้าส่งและคู่ค้ารับไปขายต่อ ซึ่งปัจจุบันมีคู่ค้าทั่วประเทศ อยู่ราว 2,200 ครอบครัว ซึ่งผมรู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน" คุณอดิศร บอกก่อนยิ้มภูมิใจ


มาถึงคำถามเกี่ยวกับปรัชญาของ "แตงโม" ที่ต้องการสร้างคู่ค้าเหมือนขายเสื้อยืดป้องกันประเทศ เจ้าของเรื่องราวในครั้งนี้ มีคำอธิบายว่า ปัจจุบัน วงการสิ่งทอโดนรุก ถนนสายสุขุมวิท มีเสื้อผ้าแบรนด์ไทยไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นของนอกล้วนๆ เมื่อหันมาดูที่ตลาดโบ๊เบ๊หรือประตูน้ำ เสื้อผ้าที่ราคาต่ำกว่า 100 บาท ลงมา ตลาดจีนรุกเข้ามาเรื่อย ตลาดไทยค่อยๆ ย้ายออกไปทีละห้องสองห้องทุกวัน


"ทีนี้เราจะทำยังไงให้คนไทยมีธุรกิจสิ่งทออยู่ จึงตั้งเป็นป้อมปราการ ผลิตเสื้อขึ้นมาให้คนแต่ละจังหวัดขายได้ ยกตัวอย่าง ให้คนหนองคายมีวิชาที่จะขายเสื้อผ้า เราใช้ความน่าเชื่อถือที่แตงโมสั่งสมมากว่า 20 ปี เป็นตัวที่จะให้เขาเลือกเรามากกว่า ตรงนี้เป็นความตั้งใจอันหนึ่ง"
"สมมติต่างชาติโจมตีได้จริง ทั้ง 2,200 ครอบครัว ที่เป็นคู่ค้าของแตงโม ไม่รู้จะไปทำอะไร แสดงว่าปราการทางธุรกิจนี้ถูกตีแตกไปแล้ว จึงอยากให้คนไทยช่วยกัน ใช้ของไทย" คุณอดิศร ทิ้งท้ายน่าคิด
     
 ......................................

   
ยึดหลัก 6 ประการ ของ "กั๊วฉาง"

จากชีวิตพ่อค้าเร่ ใช้เวลาไม่นานมีกิจการมั่นคงเป็นของตัวเอง แถมยังยืนหยัดมาได้ยาวนานกว่า 20 ปี อย่างสง่างาม คนที่ทำได้อย่างนี้ ย่อมจะต้องมี "หลักยึด" ที่น่าศึกษา ซึ่งประเด็นนี้ คุณอดิศร บอกให้ฟังว่า ในตลอดเวลาของการทำธุรกิจในแบบเขานั้น ยึดหลัก 6 ประการ ของท่าน "กั๊วฉาง" ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีของจีน ทรัพย์สินที่มีนั้นราวครึ่งหนึ่งของประเทศ โดยมีชีวิตอยู่เมื่อราว 600 ปีที่แล้ว
สำหรับหลักทั้ง 6 ประการ ของท่าน "กั๊วฉาง" นั้น คุณอดิศร แจงให้ฟังดังนี้


ขยัน
"เคยนึกถึงตัวเองว่า ที่มีทุกวันนี้มาด้วยอะไร หลักขยันคืออะไร นึกถึงตอนเริ่มธุรกิจใหม่ๆ ทำงานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมงได้มั้ย แต่ละวันภายใน 1 ปี ถ้าทำได้จะประสบความสำเร็จ เพราะงานที่อยู่ตรงหน้าจะสำเร็จได้ภายใน 3 ชั่วโมง เหลืออีก 13 ชั่วโมงเราทำอะไร เราจะคิดต่อว่าจะทำอะไรดี ไม่เหมือนคนทำงาน 2 ชั่วโมงแล้วเล่นเกมส์ ส่งอี-เมล สูตรนี้เป็นสูตรหลักของการตั้งตัว"


ประหยัด
"เมื่อสมัยเป็นพ่อค้าเร่ ผมใช้เงินวันละ 20 บาท เคยไปซื้อเสื้อตราห่านคู่มาสกรีนขาย แต่ต้นทุนสูง จึงไปคุยกับเจ้าของโรงงาน ว่าอยากได้เสื้อเยอะ แต่ไม่มีเงิน ถ้าขายได้แล้วค่อยส่งลูกน้องไปเก็บเงินได้มั้ย ซึ่งต่อมาผมขายได้ครั้งละ 4,000 บาท ผมให้โรงงานไป 3,980 บาท เก็บไว้ที่ตัวเองเพียง 20 บาท ทำอย่างนี้อยู่ปีหนึ่ง สิ้นปีผมเป็นเจ้าหนี้ของโรงงานผลิตเสื้อ ผมตั้งตัวจากวิธีคิดอย่างนี้"


อดทน
"ถ้าเราไม่เคยแย่ เราจะไม่รู้เลยว่า อด แปลว่า อยากได้แล้วเราไม่ได้ เราจะอยู่กับความรู้สึกนี้ได้มั้ย ทน แปลว่า ไม่อยากได้แต่มันได้ ไม่อยากร้อน แต่มันร้อน ไม่อยากง่วงแต่มันง่วง อยู่กับมันได้มั้ย ถ้าทำได้ เราจะเป็นคนอีกระดับหนึ่ง จะเป็นคนที่มีศักยภาพสูงกว่าเพื่อนที่กลัวอดและกลัวทน"


อ่อนน้อมถ่อมตน
"ตอนปี 2549 ผมไปสอนนักศึกษาปริญญาโท ที่บางแสน เขาให้ผมไปเป็นหัวหน้าวิชา กลยุทธ์การประกอบการ ผมถามนักศึกษาเรื่องอ่อนน้อมถ่อมตน ว่า ถ้ารัฐบาลให้เงินมา 300 ล้านบาท เพื่อต้องการให้คนรู้จักเมืองไทยสัก 10 ล้านคน ทำได้มั้ย แล้วใน 10 ล้านคนอยากให้คนมาเที่ยวเมืองไทย 1 ล้านคน ทำได้มั้ย


"แทบทุกคนจะบอกว่า ค่าโฆษณา 1 นาที ในสหรัฐอเมริกา หรือญี่ปุ่น นั้นคิดนาทีละ 5 ล้านบาท ถ้ามีเงิน 300 ล้านบาท คงโฆษณาได้ไม่กี่นาที ผมเลยยกตัวอย่างให้ฟังว่า ช่วงฉลอง 60 ปีครองราชย์ในหลวง คนไทยรู้จัก ราชวงศ์ภูฏานเพราะใคร กษัตริย์จิกมีทำอะไร ท่านสวัสดีแล้วยิ้ม ไหว้คนไทย ไหว้คนเฝ้าประตู นั่นทำให้เกียรติภูมิของท่านต่ำลงมั้ย แต่สุดท้ายมีคนรู้จักประเทศภูฏานถึง 10 ล้าน มีคนไทยอยากไปเที่ยวถึงล้านคนแน่ๆ สรุปท่านจิกมี ใช้อย่างเดียวคือการอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นเรื่องสุดยอดแต่เรามักหลงลืมกันไป"


เป็นคนเชื่อถือได้
"มีเจ้าของโรงทอผ้าท่านหนึ่งรู้จักกันดี ไปเที่ยวด้วยกันบ่อย กระทั่งช่วงปี 2540 เศรษฐกิจแย่หมด ราคาของเพิ่มเท่าตัว มีญาติของเจ้าของโรงงานท่านนั้น ถามว่าแตงโมจะไปรอดมั้ย ท่านเลยบอกไปว่าเที่ยวกับอีมา 10 ปี อีไม่กินเหล้า ไม่เล่นพนัน ไม่เที่ยวผู้หญิง แล้วขยันทำงาน ทำไมจะไม่รอด"
"คำพูดสามสี่คำ ทำให้ความน่าเชื่อถือของผมขยับขึ้น และฟื้นตัวภายใน 8 เดือน ซึ่งความน่าเชื่อถือนี้ไม่ต้องใช้เงินลงทุนแม้แต่บาทเดียว"


เอาใจเขา มาใส่ใจเรา
"ภรรยาของผม ขายเสื้อได้เก่งมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งแม่จูงลูกเข้ามาในร้าน เธอผวาเข้าไปเลย ดูแลลูกของลูกค้าท่านนั้นทันที เพราะถ้าปล่อยให้ลูกกวน แม่จะกังวลกับการอ้อนของลูก แต่ภรรยาผมพาลูกของลูกค้าไปเล่านิทานให้ฟัง ทำให้ลูกค้าผู้เป็นแม่ อยู่ในร้านราว 2 ชั่วโมง ซื้อเสื้อไป 5,000 บาท นี่คือวิชาอ่านใจ ที่เป็นหลักในการทำธุรกิจมาถึงทุกวันนี้"



"แตงโม" คือหนึ่งในเจ็ดบริษัท ต้นแบบธุรกิจคุณธรรม โดยการพิจารณาจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม
 

ที่มา : เส้นทางเศรษฐี

Ratchasak:
ทฎษฎีป่าล้อมห้าง  เจ๋งจริงๆ :'(

ขอบคุณครับที่แชร์มาให้อ่านหาความรู้

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป