ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ราคายางพาราวันนี้  (อ่าน 2844 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kohungz
ก๊วนเสียว
*

พลังน้ำใจ: 32
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 454



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 08 มิถุนายน 2011, 20:52:26 »

เช็คราคาได้ที่นี่!!
(แหล่งข้อมูล:สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง:สำนักตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาFOB(Bangkok)ส่งมอบล่วงหน้า1เดือน)
http://www.changproperty.com/i...x.php/2011-05-14-14-41-59.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 มิถุนายน 2011, 21:25:43 โดย kohungz » บันทึกการเข้า

TOOAds.com
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2011, 20:57:50 »

ยางมันกินไม่ได้อ่ะ ข้าวสิ ขายไม่ออกก็กินได้
บันทึกการเข้า
ปลาบิน
เจ้าพ่อบอร์ดเสียว
*

พลังน้ำใจ: 156
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,993



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2011, 21:02:19 »

หนักแผ่นดิน



ชี้ป่าต้นน้ำถูกแปรเป็นสวนยาง มหันตภัยสู่ชุมชนรอบทะเลสาบ
                 จากป่าต้นน้ำอันอุดมสมบูรณ์ถูกบุกรุกใน 10 ปีมานี้  กลายเป็นสวนยางพารา ก่ออุทกภัย และภัยแล้งสู่ชุมชน 1.6 ล้านคนรายรอบทะเลสาบสงขลา   เกิดการเผชิญหน้ารุนแรง ระหว่างนายทุน และชาวบ้านผู้แผ้วถางป่าปลูกยางพารา กับกลุ่มอนุรักษ์  เผยชุมชนคนหาดใหญ่ยังเพิกเฉยต่อปัญหา  เร่งแสวหาทางออกที่เกื้อกูลกันได้โดยชุมชนมีส่วนร่วม
                 คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ เฝ้าติดตามสถานการณ์เพื่อถ่ายทอดความรู้สู่การสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรร่วมกัน โดยจัดการระดมความเห็นเพื่อประสานการทำงานระหว่างผู้เกี่ยวข้อง
                 ป่าต้นน้ำ คือหัวใจของทะเลสาบ เป็นแหล่งผลิตน้ำไหลลงสู่ลำคลองนับร้อยสาย ก่อนจะไหลลงสู่ทะเลสาบ เมื่อป่าต้นน้ำถูกทำลาย  เกิดการชะล้างหน้าดินพัดพาตะกอนสู่ลำคลองเกิดการตื้นเขิน ความเสื่อมโทรมของลุ่มน้ำทะเลสาบ  ส่งผลให้เกิดมลพิษแก่ทรัพยากรประมง คุณภาพของดินต่ำลง แหล่งน้ำขาดแคลน และเกิดอุทกภัยเพราะไม่มีป่าเป็นแหล่งซับน้ำ ส่งผลต่อประชาชนในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลามากกว่า 1.6 ล้านคนในจังหวัดพัทลุง สงขลาและนครศรีธรรมราช
                 โดยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2550 มีการบุกจับการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าต้นน้ำครั้งใหญ่  ในเขตป่าเขาวังพา หมู่ที่ 5 ต.คลองหลา อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ซึ่งเป็นภูเขาสูงและหุบเขา พบไม้พร้อมที่จะแปรรูป จำนวนมาก รวมทั้งต้นยางขนาดใหญ่ถูกโค่นล้มจำนวนมาก 
                 พื้นที่ป่าในเขต อ.คลองหอยโข่ง  จ.สงขลา ประกอบด้วยผืนป่า จำนวน 3 แห่ง คือ 1. ป่าเขาวังชิง 2. เทือกเขาวังพาซึ่งกั้นเขตระหว่างอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา กับจังหวัดสตูล มีน้ำตกสวยงามชื่อดัง คือ น้ำตกโตนงาช้าง และ 3. ป่าผาดำ ป่าต้นน้ำทั้ง 3 แห่งนี้ได้ปล่อยให้ถูกบุกรุกและทำลาย  จนโล่งเตียนไม่มีต้นไม้ใหญ่ และสัตว์ป่าหลงเหลืออยู่   เมื่อป่าต้นน้ำเหล่านี้ถูกทำลายไปกว่า50%แล้ว ทำให้อ่างเก็บน้ำคลองหลาและคลองจำไหร อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา  แห้งขอด ประชาชนไม่สามารถใช้ประโยชน์จากระบบชลประทานได้อีกต่อไป
                 สาเหตุแห่งวิกฤติเนื่องจากป่าผาดำเทือกเขาวังพา ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำบริสุทธิ์ เป็นสมรภูมิรบ เมื่อพ.ศ.2524 กลุ่มสหาย 14 ตุลา ลงจากป่าสู่เมือง รัฐมีแผนการจำกัดพื้นที่เคลื่อนไหวพรรคคอมมิวนิสต์  จึงได้ให้สัมปทานป่าแก่นายทุนและอนุญาตให้ตัดไม้ จึงมีการตัดไม้เถื่อนในป่า และมีประชาชนบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อทำสวนยางพารา   ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
                 กลุ่มสหาย 14 ตุลาซึ่งกลายเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เกรงว่าป่าที่หวงแหนจะถูกทำลาย  จึงร่วมกันจัดตั้ง “ประชาคมรักษ์ป่าผาดำ” เพื่อดูแลรักษาป่า  ต่อมาได้พัฒนาเป็น“วิสาหกิจชุมชนบริการท่องเที่ยว เกษตรและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” ขณะนี้มีสมาชิกกว่า 300 คน เพื่อทำโครงการ ” ปลูก 1 ล้านต้น คืนสู่ป่าต้นน้ำ” รวมทั้งประสานงานกับประชาชนใน 4 ตำบลในเขตคลองหอยโข่ง  มาช่วยกันอนุรักษ์ป่า 
                 หนึ่งในแกนนำเปิดเผยว่าปัจจุบันป่าต้นน้ำยังคงถูกบุกรุกทำลายอย่างต่อเนื่อง “จุดที่ถูกบุกรุกทำลาย มี 3 โซน จุดแรกเป็นโซนทับช้าง กลางป่าใหญ่ ที่ปลูกยางพาราจนได้ผลผลิตแล้ว โซนที่ 2  เป็นโซนที่อยู่หลังอ่างคลองหรา อยู่ใกล้ๆ กับ อบต.คลองหอยโข่ง บุกรุกโดยการขึ้นไปบนยอดเขา ปลูกยาง อายุ 3 ปี 5 ปี บ้าง และโซนที่ 3 คือ โซนใต้น้ำตกผาดำ”
                 “เราต้องหาจุดที่ลงตัวให้ได้ หากพื้นที่ตรงไหนที่บุกรุกชัดเจน ก็ต้องขอร้องว่า พื้นที่ตรงนี้ต้องคืนให้ป่าต้นน้ำ ตรงไหนควรจะรักษาร่วมกัน ถ้าเป็นนายทุนก็ไล่ออกไปเลย ถ้าเป็นชาวบ้านที่เดือดร้อนจริงๆ เราก็อะลุ่มอล่วยกันให้อยู่กับป่า แต่ต้องแสดงให้ชัดเจนว่าต้องร่วมอนุรักษ์ “         
                 และเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2551 นายสนธิ เตชานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้มีคำสั่งถึงกรมป่าไม้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๖ กรมอุทยานแห่งชาติ นายอำเภอคลองหอยโข่ง นายอำเภอสะเดา  ให้มาร่วมหารือถึงสถานการณ์การบุกรุกทำลายป่าต้นน้ำที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะป่าต้นน้ำเขาวังพา-ผาดำ อำเภอคลองหอยโข่ง จ.สงขลา โดยที่ประชุมฯ จะนำมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 30 มิถุนายน 2541 มาเป็นกรอบในการดำเนินงานในพื้นที่ กล่าวคือ สำหรับผู้บุกรุกรายเก่าที่เข้ามาอยู่ก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ให้ชะลอการจับกุมไว้ก่อน ส่วนผู้บุกรุกรายใหม่ที่เข้ามาอยู่หลัง วันที่ 30 มิถุนายน 2541 นั้นให้จับกุมอย่างเด็ดขาด และมีความเห็นร่วมกันว่าควรเริ่มต้นดำเนินการอย่างจริงจังในเขตพื้นที่ล่อแหลม 3 จุด โดยเร่งด่วน ได้แก่   1. พื้นที่บริเวณบ้านทับช้าง 2. พื้นที่บริเวณหลังอ่างคลองหลา 3. พื้นที่ใต้น้ำตกผาดำ
                  นายอลงกรณ์ ณ พัทลุง นายอำเภอคลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ให้ความเห็นว่า สถานการณ์การบุกรุกป่า ดำเนินมาถึงจุดวิกฤตแล้ว ประเด็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงก็คือ การใช้มาตรา 25 เพื่อตรวจยึดและรื้อถอนพืชพันธุ์และสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนนั้น มีขั้นตอนในการดำเนินงานยุ่งยากซับซ้อนมาก และต้องใช้เวลาในการดำเนินงานมาก ส่งผลให้การแก้ปัญหาการบุกรุกป่าในพื้นที่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร
                 นายพิทยา รัฐกาญจน์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 18 (สงขลา) ซึ่งมารับตำแหน่งเมื่อมกราคม 2551  เปิดเผยว่า  “จะยึดมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 มาใช้เป็นหลัก กล่าวคือ สำหรับผู้บุกรุกรายเก่าที่เข้ามาอยู่ก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2541 นั้น ให้ชะลอการจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขึ้นบัญชีไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้บุกรุกรายใหม่ที่เข้ามาอยู่หลัง วันที่ 30มิถุนายน 2541 ต้องจับกุมอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องผืนป่าไว้           
                 ในขณะที่กลุ่มรักษ์ป่าผาดำและชาวบ้านกลุ่มอื่นๆมีจิตสำนึกและทุ่มเทเพื่ออนุรักษ์ป่าต้นน้ำ  แต่คนในเมืองหาดใหญ่กลับไม่อนาทรร้อนใจกับการที่ป่าต้นนํ้าเขาวังพา ซึ่งถือเป็นต้นน้ำของคลองอู่ตะเภา ของอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา กำลังถูกทำลายลงไป  เพราะพวกเขาไม่เข้าใจว่าการสูญเสียป่าต้นน้ำส่งผลต่อวิถีชีวิตเพียงใด ทั้งที่ได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่กับชุมชนแห่งนี้มาหลายครั้ง  เพราะป่าต้นน้ำคือโจทย์ท้าทายต่อการอยู่รอดร่วมกันของสังคมไทย ในศตวรรษหน้า


 

                 ผศ.ดร.ปราโมทย์ แก้ววงศ์ศรี อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  หัวหน้าโครงการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำโดยชุมชนมีส่วนร่วม ซึ่งได้ศึกษาป่าต้นน้ำที่ ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา  และคลองรำเชียง  อ.รัตภูมิ จ.สงขลา  พบว่ามีการบุกรุกป่าต้นน้ำเพื่อทำสวนยางพารา   ส่งผลต่อคุณภาพน้ำและสัตว์น้ำอย่างยิ่ง รวมทั้งสมุนไพรที่มีคุณค่าของป่าถูกทำลาย และชาวบ้านบอกว่า  ปลาดุกรำพัน ปลาพื้นเมืองของท้องถิ่นหาได้ยากมากจนอาจสูญพันธุ์ไปแล้ว  เนื่องจากลำคลองที่ป่าต้นน้ำถูกทำลายมีตะกอนดินที่น้ำพัดพามามาก
                 เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทีมงานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ร่วมกับชาวบ้านสร้างฝายหินลดหลั่นเป็นระยะตามเส้นทางการไหลของน้ำเพื่อชะลอการไหลของน้ำ   เป็นการกักเก็บน้ำและเพิ่มออกซิเจนในน้ำให้มากขึ้น ส่งผลดีต่อสัตว์น้ำ และได้แนะนำให้ชาวบ้านปลูกพืชชนิดอื่นร่วมกับยางพาราเพื่อให้เกิดความหลากหลายในระบบนิเวศน์  เช่น ปลูกต้นลองกองหรือผักต่างๆแซมต้นยางพารา
                “มนุษย์ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ ต้องอยู่ร่วมกับธรรมชาติด้วยความเข้าใจ” ผศ.ดร.ปราโมทย์ กล่าว

 
 

                              น้ำตกโตนงาช้าง

 

                                     โค่นป่าปลูกยาง

 

                                          โค่นป่า

 

                                   ป่าถูกทำลาย

 
โค๊ด:
http://www.hatyai.psu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=1547&Itemid=0
บันทึกการเข้า

ขาย paypal ดอลละ เรท 33 บาท.
bangkok hotel

hotel


hotel
ปลาบิน
เจ้าพ่อบอร์ดเสียว
*

พลังน้ำใจ: 156
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,993



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2011, 21:10:06 »

ปีที่แล้ว ผมจะไปเที่ยวใต้  ผมเลยถามเพื่อนว่าบ้านมันอยู่ตรงไหน
ผมเอา google earth เปิดให้ชี้เป้าบ้าน  
เพื่อนมันงง  หลง  หาบ้านไม่เจอ เราบอกแถวนี้ ๆ ป่าว
มันบอกปกติตรงนั้นตรงนี้เป็นป่านี่หว่า หายไปไหนหมด
ก็แกล้งขำ ๆ .. แต่รู้สึกตกใจ ใจหายวูบมากกว่า  

ส่วนทางเหนือ ผมเคยไปปาย พอไปถึงจะมีนายหน้าพาไปดูที่ตรงนั้นตรงนี้
ผ่านบางทีก็ป่า ๆ แหละ ป่าอันนี้มันคงทำตัวใกล้ชิดประชาชนมากไปหน่อย
พอดีตรงนั้นมันใกล้ถนน ไม่มีโฉนด แต่ต้นไม้ยืนต้นตาย
ชาวบ้านบอกมีคนเขาใส่ยาให้มันตาย จะน ส สามหรือสปค หรออะไรก็ช่าง
มันแสดงถึง ถ้าไม่ โทรมเสื่อมป่า ก็ไร้ ป่าเสื่อมโทรม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 มิถุนายน 2011, 21:25:18 โดย ปลาบิน » บันทึกการเข้า

ขาย paypal ดอลละ เรท 33 บาท.
bangkok hotel

hotel


hotel
GuayTiew
คนรักเสียว
*

พลังน้ำใจ: 19
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2011, 21:13:39 »

ที่ปลูกยางบนเขา หรือถางป่าเพื่อปลูกอะ ถ้าไม่ใหญ่โดนทุกราย
บันทึกการเข้า

hatario
ก๊วนเสียว
*

พลังน้ำใจ: 35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 363



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2011, 21:17:46 »

ไม่ชอบเลย พวกนี้... ตัดไม่ใหญ่ เื่พื่อปลูกยาง
ได้ไม่คุ้มเสีย สาเหตุน้ำท่วม ผู้คนเดือดร้อน

 wanwan015
บันทึกการเข้า

Freedomlover
หัวหน้าแก๊งเสียว
*

พลังน้ำใจ: 200
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,034



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2011, 21:46:04 »

คนไทย  อะไรราคาดี ก็แห่กันไปทำ  เดี่ยวพอยางออกมาเยอะเกิน ราคาตกอีก  แล้วใช่ว่า ปลูกวันนี้ ปีหน้าจะได้กรีด   6-7 ปีโน่น
อีกอย่าง  ถ้าคนกรีดไม่เป็น มีดไม่คม  ยางก็ออกมานิดเดียวครับ
บันทึกการเข้า

โฮสติ้ง คุณภาพสูง ราคาเริ่มต้น 50 บาท/เดือน ทดลองใช้ฟรี 30 วัน
VPS แรงๆ ฟรี DA ลิขสิทธ์แท้
จดโดเมนเพียง 350 บาท/ปี
ด้วยประสบการณ์กว่า 6 ปี  Tel 0840640213
ลงประกาศฟรี PR2  ย่อลิงค์
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: