ทำดี อาจไม่ได้รับสิ่งที่ดีตอบแทน แต่ทำดี จะได้ผลดีในสิ่งนั้นออกมา
เช่น คุณช่วยคนแก่ข้ามถนน แต่ตัวเองกลับถูกรถชน
ผลที่ดีคือ "คนแก่ได้ข้ามถนน" "คนแก่มีความสุขที่มีคนทำสิ่งที่ดีให้"
ดังนั้นคนที่เข้าใจพุทธศาสนา จะไม่ถามว่า ทำไมตรูพาคนแก่ข้ามถนน แล้วตรูยังต้องโดนรถชน ทำดีไม่เห็นได้ดีเลย
ผลดีมันเกิดไปแล้ว คือคนแก่ได้ข้ามถนนโดยมีคุณช่วย
ทำไมจึงโดนรถชน มันอยู่ที่เหตุปัจจัย ประกอบกับนิยาม 5 (มีอะไรบ้างหาอ่านจาก google เอาละกัน)
- คุณช่วยคนแก่ข้ามไปแล้ว แต่คุณประมาท ไม่มองถนนให้ดี
- คนขับรถมองไม่เห็นคุณ เพราะสภาพอากาศไม่ดี (อุตุนิยาม)
- อื่นๆ
มันเป็นคนละวาระกัน
หรือบางคนยิ่งกว่านั้น
ช่วยคนแก่ข้ามถนนมาตลอดชีวิต แต่ไม่รวยสักที ก็เลยออกมาบอกว่า ทำดี ได้ดี ไม่มีจริงหรอก
ฮ่วย ก็ไม่ทำมาหากิน เอาแต่ช่วยคนแก่ข้ามถนน หากไม่โชคดีเจอเงินหล่น หรือคนสงสาร คงรวยยากครับ

อยากรวย ก็ต้องทำมาหากิน ใช้สมอง กับแรงงาน ถึงจะเป็นเหตุเป็นผล
แต่คนกลับชอบตีความเอากรรมต่างกันมาปนกัน กลายเป็น "ทำดี ไม่ได้ดี"
อธิบายวกวนเปล่าไม่รู้ แต่ลองหาอ่านหนังสือของท่านพุทธทาส / ปยุต ดูครับ อธิบายพุทธศาสนาแนวเหตุผล
ปลูกมะม่วงย่อมได้ผลมะม่วง
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรวย
ปลูกมะม่วง = การทำความดี
ผลมะม่วง = ผลของการทำความดี
แต่คนกลับชอบตีความว่า ทำอาชีพสุจริต(ปลูกมะม่วง) ทำไมไม่เห็นรวย
รวยไหม ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย คุณขายมะม่วงคุณภาพดี มีคนต้องการซื้อเยอะ ขายถูกที่ มัดใจลูกค้าเก่ง ของคุณดีกว่าคู๋แข่ง คุณจัดการดี ฉลาดทำมาหากิน = รวย