ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  แสดงกระทู้
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 17
21  อื่นๆ / Cafe / คำพูดดีๆ นำให้เกิด สิ่งดีๆ เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2013, 22:35:23
คำพูดดีๆ นำให้เกิด สิ่งดีๆ สิ่งดีๆได้ ในคลิป คนตาบอด นั่งขอทาน แล้ว เขียนป้ายว่า I'm blind please help me ผมตาบอด ช่วยผมด้วย ซึ่งก็ไม่มีคนช่วยหรือให้เงิน ซักเท่าไหร่ ซักพัก มีผู้หญิงคนนึงเห็นและมาช่วยเปลี่ยน คำพูด ให้ใหม่ ซึ่งหลังจากนั้น ก็มีคนชวยเหลือให้เงินกับขอทานเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนเขาต้องประหลาดใจ ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอบจบคลิปเฉลย ผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนคำพูด เป็น It's a beautyful day and I can't see it
                                                           
22  อื่นๆ / Cafe / คิดว่ามีประโยชน์กับทุกคนครับ เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 2013, 16:38:58
https://www.facebook.com/pages...nergy-Get-Back/485143231545228

เพจเกี่ยวกับ ปตท.ครับ ประเด็นคือ เราขายน้ำมันในราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่เรามีโรงกลั่นเอง เรากลับอิงกับที่อื่นไม่ได้อิงต้นทุนที่แท้จริง ขายคนไทยกันเอง แพงกว่้า ส่งออกขายต่างประเทศครับ ทำกำไร นับแสนล้านต่อปี
จากการขูดรีด จากประชาชน ทั้ง ที่กำไร หลักหมื่นล้าน

อ่านเพิ่ม เติม ได้ที่นี่ครับ http://kaeake.blogspot.com/2012/04/blog-post.html
23  อื่นๆ / ค้าๆขายๆ ( ห้ามใช้ Affiliate Link ) / Re: {{บริการSEO}}Sale50%โปรตรุษจีนการันตีTop20 by atiwat001 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2013, 14:19:03
pm ไปแล้วนะครับ wanwan003 wanwan003
24  อื่นๆ / ค้าๆขายๆ ( ห้ามใช้ Affiliate Link ) / Re: {{บริการSEO}}Sale50%โปรตรุษจีนการันตีTop20 by atiwat001 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2013, 08:33:58
ไปไหว้เจ้า 0900
ไปไหว้ 4 ครั้ง
25  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: เปิดร้านค้า lnwshop ฟรี !!! ต้องแลกกับอะัไรบ้าง อยากรู้เข้ามาดู !!! เมื่อ: 07 กุมภาพันธ์ 2013, 18:38:55
ปัจจุบันหายแล้วนะครับ หลังจาก มีปัญหา มานาน  :wanwan023
26  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: เปิดร้านค้า lnwshop ฟรี !!! ต้องแลกกับอะัไรบ้าง อยากรู้เข้ามาดู !!! เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2013, 17:13:05
ลองเชคดูแล้ว เป็นแค่บางคีย์ บางคีย์ก็ไม่เป็นครับ  Tongue Tongue มันยังไงน้อ
27  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: เปิดร้านค้า lnwshop ฟรี !!! ต้องแลกกับอะัไรบ้าง อยากรู้เข้ามาดู !!! เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2013, 17:03:21
หลังร้าน แท็ป seo ก็ปกติครับ ใส่ข้อความปกติ แต่Google ไม่แสดง ตรงที่ผมกรอกไปเลย Tongue Tongue Embarrassed wanwan010 wanwan035 wanwan035
28  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: มีงบเงินเย็นอยู่ 3 แสนบาท อยากไปลงทุนเล่นหุ้น พอไหวไหมครับ เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2013, 16:18:15
ช่วงแรก ไม่ต้องรัีบลงเงินครับ ใช้เงินน้อยๆ ใช้สมองเยอะๆ อย่าพึ่งโลภ ศึกษาเยอะๆ ค่อยๆทำ
29  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: เปิดร้านค้า lnwshop ฟรี !!! ต้องแลกกับอะัไรบ้าง อยากรู้เข้ามาดู !!! เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2013, 16:16:48
ไมาดราม่า นะครับ ขอคำแนะนำแนวทางแก้ใขครับ คือมันก็ดันขึ้น ทุกคีย์นะครับ ขึ้นไม่ยาก แต่ เป็นสภาพ อย่างที่เห็น  wanwan031 Lips Sealed Cry Sad เข้าใจว่า ของฟรี แต่ ตรงนี้ น่าจะแก้ใขได้ หรือผม ปรับแต่งผิดตรงไหนรึปล่าว? wanwan006 wanwan006
30  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: เปิดร้านค้า lnwshop ฟรี !!! ต้องแลกกับอะัไรบ้าง อยากรู้เข้ามาดู !!! เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2013, 14:57:54

ผมใช้เทพช็อป ทำใมตอนเสิร์ช เว็บมันเป็นแบบนี้

ขอคำปรึกษาทีครับ
31  ความรู้ทั่วไป / E-commerce / Re: เปิดรับ ลูกศิษย์ 2 ตำแหน่ง คัดเลือกเวลา 22.00 น. เปลี่ยนแปลงรายละเอียดแล้วครับ เมื่อ: 30 มกราคม 2013, 15:19:43
สนใจครับ ขอรับคัดเล์อกด้วยคนครับ  Embarrassedจะได้ไม่เป็นภาระลูกหลาน  wanwan004
32  ความรู้ทั่วไป / Social Media Marketing / Re: [แจกLike] post ลิ้งแฟนเพจไว้เลยครับ เดี๋ยวตามไป like ให้เลยครับ ออนอยู่ตลอด!! เมื่อ: 28 มกราคม 2013, 19:55:03
https://www.facebook.com/pages/THaiferby2013/335716816543125

ฝากด้วยครับ
33  พัฒนาเว็บไซต์ / Link-Like Exchange / Re: แลก Like กันครับ กดคืนทุกอันเช็คกระทู้ทุกวัน เมื่อ: 28 มกราคม 2013, 19:44:05
คนที่ 30
ฝากด้วยครับ
https://www.facebook.com/pages/THaiferby2013/335716816543125
34  พัฒนาเว็บไซต์ / Link-Like Exchange / Re: อยากได้likeเยอะๆๆ เมื่อ: 28 มกราคม 2013, 19:42:25
กดให้แล้วครับ คนที่99
ฝากด้วยครับ
https://www.facebook.com/pages/THaiferby2013/335716816543125
35  พัฒนาเว็บไซต์ / Link-Like Exchange / Re: ฝากแลก like กันนะครับ เมื่อ: 28 มกราคม 2013, 19:38:59
กดให้แล้วครับ 283 ฝากด้วยครับ https://www.facebook.com/pages/THaiferby2013/335716816543125
36  อื่นๆ / ค้าๆขายๆ ( ห้ามใช้ Affiliate Link ) / Re: @ >> รับซับมิท 80 IP เน้น High PR แต่ราคาน่าคบ 269 พร้อมของแถม (PR6) เมื่อ: 28 มกราคม 2013, 15:06:58
เจ๋งมาก ของเค้าแรงจริง วันเดียว ขึ้นที่หนึ่งเลยครับ
37  อื่นๆ / Cafe / Re: FOREX คือการพนัน? เมื่อ: 13 มกราคม 2013, 22:56:28
  "เล่ามาซะยืดยาว ไม่มีอะไรมากครับ แค่อยากแชร์มุมมองว่าหากเรามีความรู้ความเข้าใจในสิ่งใดๆก็ตาม เราก็จะสามารถรู้ได้ว่าอะไรคือความเสี่ยง และเราสามารถประเมินได้ว่ามีโอกาสชนะในเกมนั้นๆมากแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องเล่นทุกเกม แต่เราเลือกเกมที่ดีที่สุดที่เราถนัดที่สุดและมีโอกาสชนะมากที่สุดแล้วเข้าไปเล่น ถึงจะแพ้ มันก็เจ็บตัวน้อยหน่อยใช่ไหมครับ ในโลกของการลงทุนจะมีอีกคำหนึ่งที่พบได้บ่อยๆ คือ Risk - Return หากการลงทุนมี Risk ที่จะเสีย มากกว่า Return การกระทำนั้นๆเราจะไม่เรียกว่าเป็นการลงทุน แต่เราจะเรียกมันว่า การพนัน (Gambling) ในทางกลับกัน หากอยากให้เป็น การลงทุน (Investment) เราต้องทำให้ Return มากกว่า Risk ให้ได้"

"สรุป การลงทุนใดๆก็ตาม จะเป็นการพนันหรือการลงทุนนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราเข้าใจมันเพียงพอหรือไม่นั่นเอง สำหรับผมจึงจัด FOREX เป็นการลงทุนชนิดหนึ่งครับ"
38  อื่นๆ / Cafe / FOREX คือการพนัน? เมื่อ: 13 มกราคม 2013, 22:21:52
FOREX คือการพนัน?
     ผมเคยเป็นหนึ่งในคนที่คิดแบบนั้น มีความรู้สึกต่อต้านการนำเงินเข้ามาลงทุนในตลาด FOREX เพราะความที่ไม่รู้ เนื่องจากเลือกลงทุนแต่ในสิ่งที่คุ้นเคย คือการลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) เท่านั้น เริ่มแรกผมเข้าสู่ตลาดเมื่อประมาณต้นปี 2554 ในช่วงนั้น SET ยังไม่ถึง 1000 จุด และเป็นขาขึ้นหลังการปรับฐานของตลาดในช่วงก่อนหน้านั้นในปี 2551 ตอนนั้นยอมรับตรงๆว่าไม่มีความรู้เลย รู้แค่ว่าตลาดหุ้นคืออะไร ซื้อขายอย่างไรและที่สำคัญเป็นที่ที่สามารถทำเงินได้ง่ายๆ แต่ถือว่าโชคดี สำหรับผมมากๆ ที่เข้าตลาดได้ถูกจังหวะก่อนที่จะเสียเงินที่ลงทุนไปจนหมด เพราะในขณะนั้นตลาดเป็นขาขึ้น ซื้อตัวไหนก็ได้กำไรหมดทุกตัว สามารถสร้างผลตอบแทนโดยรวมได้ถึง 40% ในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน จากเงินลงทุนเพียง 300,000 บาท (ทั้งที่ไม่มีความรู้เลย นั่นเลยเป็นสาเหตุที่ผมเรียกตัวเองว่าโชคดี) เริ่มเกิดความฮึกเหิมตามประสาแมลงเม่าตัวหนึ่งในตลาดที่หลงอยู่กับกองไฟโดยไม่รู้ตัวว่ามันกำลังเล่นกับไฟที่มีความอันตรายถึงชีวิตอยู่
     ขอขอบคุณครูการบินของผมท่านหนึ่ง (น.ท.บัญชา ภัทรสุวรรณ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามเพราะท่านเป็นผู้ที่มีความเป็นครูโดยแท้จริงและการที่ได้มีโอกาสเรียนกับท่านนั้นทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปในทางที่ดีที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสเป็นไปได้ในชีวิต) ได้เคยสอนเอาไว้ว่า "สมมติว่าคุณมีบัตรเครดิตอยู่ใบหนึ่ง ในนั้นมีวงเงินอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าเท่าไร เราสามารถใช้ได้เต็มที่โดยที่ไม่ต้องจ่ายคืน แต่เมื่อไรก็ตามที่เราใช้เกินวงเงินแม้แต่สตางค์เดียวคุณจะต้องจ่ายคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมทั้งถูกจับเข้าคุกอีก ในเมื่อเป็นแบบนี้คุณจะใช้มันมั๊ย?" แน่นอนคำตอบผมก็คือไม่ใช้ จะขอใช้เป็นเงินสดแทน 555 ท่านก็อธิบายว่า นั่นแหล่ะคือประเด็น ให้ลองคิดว่าบัตรเครดิตคือนิยามของคำว่า โชค  คือคนเรามีโชคอยู่กับตัว แต่เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันจะหมดวันไหน ดังนั้น เงินสดของผมในที่นี้คือ ความรู้ นั่นเอง ซึ่งสอดคล้องกับนิยามของคำว่าโชคในตำราการบินพอดี กล่าวไว้ว่า "Luck is merely professionalism and attention to detail" สรุปได้สั้นๆว่า โชคคือความรู้ (ที่มากเพียงพอ) ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง น่าสนใจมาก เพราะตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัดคือการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หรืออาจเป็นหวยใต้ดินก็ได้  เราซื้อเพราะหวังจะมีโชค เพราะเรารู้ว่ามันมีโอกาสถูก ถ้าไม่มีโอกาสถูกถามว่าจะมีใครซื้อรึเปล่า? คงจะไม่มีแน่ๆ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือหากไม่ถูก เงินที่เราซื้อหวยก็จะหายไปทั้งหมด ในกรณีนี้คือโอกาสในการชนะในเกมนี้คือ 50:50 นั่นคือถูกหรือถูกกิน น่าเศร้าแต่มันเป็นเรื่องจริง และท่านว่าความรู้เป็นสิ่งสำคัญมาในการบิน เพราะหากเราไม่มีความรู้และความเข้าใจ มันก็จะมีแต่พาตัวเองไปตายเท่านั้น สำหรับนักบิน การผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจนำไปสู่ความหายนะอย่างไม่คาดคิดได้เลยทีเดียว (แอบซีเรียสนิดนึง)
     ขอขยายความต่อว่าความรู้ในที่นี้เขียนเป็นสมการได้ดังนี้ (ตามคำครู) "ความรู้ = ข้อมูล + วิธีคิด" ครูจะพูดเสมอว่าการอ่านหนังสือนั้นเราแค่ได้รับข้อมูล ยังไม่เรียกว่าเป็นความรู้ จนกว่าเราจะมีวิธีคิดที่ถูกต้องกับมัน จึงจะเรียกได้ว่า เรามีความรู้จริงๆ ซึ่งตัวแปรที่สำคัญที่สุดคือ วิธีคิด (ครูนิยามว่า มันคือ Concept) ผมจึงอนุมานเอาว่าน่าจะมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า Mindset ที่คุณ ภาววิทย์ กลิ่นประทุม นักแกะรอยหยักสมอง ที่ยกมาพูดบ่อยๆ  ต้องขอขอบคุณอีกเช่นกันที่หนังสือของคุณแพ้ท เขียนจากวิธีคิด ไม่ได้เขียนจากข้อมูล ทำให้นำไปใช้ได้จริง เพราะเราจะสามารถเข้าใจได้ ซึ่งการท่องจำตลอดชีวิตการเรียนของผมที่ผ่านมานั้นไม่ได้ช่วยให้นำไปใช้ได้จริง เพราะมันเป็นแค่การท่องจำเพื่อให้สอบผ่าน จนกระทั่งผมได้เปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ว่าไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม ผมจะพยายามหา Concept ของมันให้ได้ เพื่อจะได้นำไปใช้ได้ ผมจึงชื่นชอบหนังสือของคุณแพ้ทเป็นพิเศษ (ซื้อมาอ่านทุกเล่ม) เพราะก่อนหน้านี้ผมรู้สึกว่าตัวเองโง่มาก เพราะอ่านเรียนเท่าไรก็ไม่เข้าใจ ใช้การท่องจำอย่างเดียว ครูก็บอกว่า อย่าไปคิดว่าตัวเองโง่ คุณแค่ไม่มีคนที่แนะนำอย่างถูกต้องเท่านั้นเอง เพราะนิยามคำว่าโง่ของท่านนั่นคือ "โง่ = ไม่รู้ + ทำ" หมายความว่าถ้าเราไม่อยากโง่ ก็คืออย่าทำอะไรที่เราไม่รู้ หรือ ในทางกลับกันหากจะทำต้องมีความรู้นั่นเอง (ซึ่งความรู้ก็คือสมการในข้างต้นที่ได้กล่าวไปแล้วนั่นเอง) พอได้ Concept หรือ Mindset ในชีวิตแล้ว รู้สึกว่าชีวิตเริ่มมองเห็นทางสว่างทันที (หลงโง่มาตั้งนาน 555)
    ดังนั้น การที่เรามีหลักในการคิดไม่ว่าในเรื่องใดๆก็ตาม มันจะช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์เพราะเรามีความเข้าใจนั่นเอง เพราะเหตุนี้การลงทุนเราสามารถทำให้มันไม่เสี่ยงได้จากการที่เรามีความรู้และมีความเข้าใจในสิ่งที่เราลงทุน ในมุมมองของผมการลงทุนใดๆก็ตาม มันจึงเรียกว่าเป็นการลงทุนได้หากเราสามารถควบคุมความเสี่ยงให้จำกัดได้โดยวิธี RAMM (Risk And Money Management) ซึ่งเราจะพูดถึงกันในบทความต่อๆไป
 อีกประการหนึ่งหากเราสามารถควบคุมความเสี่ยงให้มีน้อยที่สุดหรือจำกัด นั่นก็หมายความว่าความเสี่ยงนั้นถือได้ว่าไม่มี เพราะเรารู้แน่นอนว่าในกรณีที่เลวร้ายที่สุดเราจะเสียแค่ไหน จริงไหมครับ
   เล่ามาซะยืดยาว ไม่มีอะไรมากครับ แค่อยากแชร์มุมมองว่าหากเรามีความรู้ความเข้าใจในสิ่งใดๆก็ตาม เราก็จะสามารถรู้ได้ว่าอะไรคือความเสี่ยง และเราสามารถประเมินได้ว่ามีโอกาสชนะในเกมนั้นๆมากแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องเล่นทุกเกม แต่เราเลือกเกมที่ดีที่สุดที่เราถนัดที่สุดและมีโอกาสชนะมากที่สุดแล้วเข้าไปเล่น ถึงจะแพ้ มันก็เจ็บตัวน้อยหน่อยใช่ไหมครับ ในโลกของการลงทุนจะมีอีกคำหนึ่งที่พบได้บ่อยๆ คือ Risk - Return หากการลงทุนมี Risk ที่จะเสีย มากกว่า Return การกระทำนั้นๆเราจะไม่เรียกว่าเป็นการลงทุน แต่เราจะเรียกมันว่า การพนัน (Gambling) ในทางกลับกัน หากอยากให้เป็น การลงทุน (Investment) เราต้องทำให้ Return มากกว่า Risk ให้ได้
    กลับมาที่การลงทุนในหุ้นของผมต่อ หลังจากที่เกิดความมั่นใจ (แบบผิดๆ) คิดว่าการหาเงินในตลาดหุ้นนี่ช่างง่ายเสียจริงๆ ซื้ออะไรก็ได้เงิน ก็ซื้อต่อไปเรื่อยๆ หารู้ไม่ว่าตลาดหุ้นเริ่มส่งสัญญาณเตือนแล้ว ต่อมาตลาดหุ้นก็เริ่มออกอาการ Sideway คือไม่ยอมไปไหน ทีนี้จากที่เคยทำเงินง่ายๆก็กลายเป็นยาก เพราะซื้อแล้วราคาก็นิ่งไม่ไปไหน แถมทำท่าจะลงอีกต่างหาก ซึ่งช่วงก่อนหน้านั้นเป็นจังหวะที่ผมได้เริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนหลายๆเล่ม ทำให้พอมีความรู้อยู่บ้าง หนึ่งในนั้นคือ คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ ของคุณ เทพ รุ่งธนาภิรมย์ มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า "ตลาดหุ้นมีอยู่ 3 สภาวะ คือ ขึ้น ลง และ ไม่ไปไหน" (Side way นั่นเอง) ดังนั้นช่วงที่นักลงทุนจะมีความสุขที่สุดก็คือ ขาขึ้น ถ้าเทียบแล้วก็คือ 33% ของสภาวะตลาดทั้งหมดนั่นเอง ถ้าอย่างนั้นแล้วอีก 67% ที่เหลือ (ซึ่งมากกว่าถึง 2 เท่า) ล่ะ นักลงทุนจะต้องไม่มีความสุขอย่างนั้นหรือ จริงๆแล้วในช่วงที่เหลือเราก็สามารถมีความสุขได้หากเราใช้เวลาช่วงนั้นอ่านหนังสือ และหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนเพิ่มเติม (นั่นคือหากเราเลือกที่จะเป็น VI เราก็สามารถถือหุ้นโดยที่ราคาลงอย่างสบายใจเพราะเราได้ทำการบ้านมาอย่างดีว่าหุ้นที่เราซื้อนั้นมูลค่าจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว หรือหากเป็นแนว Technical เราก็ต้องไม่มีหุ้นอยู่ในมือแล้วในช่วงที่หุ้นลง)
     การอ่านหนังสือในช่วงนั้นถือได้ว่าเป็นความรู้ที่มีค่ามากมายนัก เพราะทำให้ผมได้ศึกษาถึงแนวทางการลงทุนเพิ่มเติม จากเดิมเลือกที่จะเป็น VI (คิดไม่ออก แต่ขึ้นชื่อว่า VI มันดูเท่ห์ดี) เพราะมองแล้วว่าระยะยาวความผันผวนน้อยและปลอดภัย กลายมาเป็นสนใจทางด้าน Technical เพราะมันทำให้มองเห็นอารมณ์ของตลาดในภาพใหญ่ได้ จึงแบ่งพอร์ตส่วนหนึ่งซึ่งเท่ากับ 30% ของเงินลงทุนทั้งหมดมาเทรด แม้ว่าในระหว่างที่ผมอ่านหนังสือและเทรดหุ้นไปด้วยกระนั้นผมก็ยังทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตการลงทุนถึง 2 ครั้งด้วยกัน
ครั้งแรกคือการเข้าไปเล่นหุ้น IPO (เป็นหุ้นธนาคารที่มีชื่อเสียงเลยทีเดียวในช่วงนั้น) โดยไม่รู้ถึงความเสี่ยงของมัน ครั้งนั้นทำให้ผมต้องเสียเงินลงทุนไปถึง 20% จากการยอม Cut Loss ถือเป็นบทเรียนที่จำฝังใจและย้ำเตือนตัวเองอยู่จนทุกวันนี้เลยทีเดียว
อีกครั้งหนึ่งคือการซื้อหุ้นโดยอาศัยกราฟและการวิเคราะห์ทางเทคนิคแต่ไม่ยอมเชื่อในกราฟ (หลอกตัวเองว่างั้นเหอะ) ตามสัญญาณบอกให้ขายแต่เราก็เข้าข้างตัวเองว่ามันคงไม่ลงหรอก คิดว่าตัวเองวิเคราะห์ผิดเอง สุดท้ายก็คงจะเดาออกใช่มั๊ยครับว่าผลเป็นอย่างไร อีก 20% ที่หายไป T__T แต่ก็ถือเป็นโชคของผม (ที่มีความรู้บ้าง) อย่างน้อยก็ยังรู้จัก Cut Loss (ถึงแม้มันอาจจะช้าไป แต่อย่างน้อยก็กล้าที่จะทำ) ทำให้ปลอดภัยจากการปรับฐานครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงเดือน ต.ค. 2554 (ตามภาพ)       

     ในเดือน ต.ค. 2554  SET ได้มีการปรับฐาน ดัชนีลดลงมาทำจุดต่ำสุดที่ 843.69 จุด หลังจากที่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในเดือน ส.ค. 2554 ที่ 1148.28 จุด และในช่วงนั้นเอง ตลาดมีแต่ข่าวร้ายเข้ามารุมกระหน่ำซ้ำเติม ว่าจะลงแบบดำดิ่ง ทำให้หลายๆคนกลัว ไม่กล้าซื้อหุ้น ซึ่งผมเองก็กลัวเช่นกัน แต่ในวิกฤติก็ยังมีโอกาส ผมก็ยังเสี่ยงที่จะเข้าซื้อหุ้นโดยใช้กราฟทางเทคนิค (ต้องบอกว่าเสี่ยง เพราะไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริงในแนวทาง Technical) เพียงแต่อาศัยจังหวะที่ดัชนีรีบาวน์กลับขึ้นมาจากจุดต่ำสุด เข้าซื้อหุ้น 2 ตัวแบบกล้าๆกลัว คือ หุ้นสื่อสารค่ายดังค่ายหนึ่ง และ ธนาคารใหญ่ (มาก) อีกตัวหนึ่ง กลายเป็นว่าหลังจากนั้นดัชนีก็ไม่กลับลงไปอีกเลย กลายเป็นขาขึ้นเต็มรูปแบบมาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้ผมได้กำไรจากการซื้อครั้งนั้นเป็นเงินก้อนหนึ่งเลยทีเดียว แต่จะว่าภูมิใจก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะซื้อแบบไม่มีความรู้ ซื้อด้วยอารมณ์ล้วนๆ ยังถือว่าโชคดีสำหรับผม ตั้งแต่นั้นมามุมมองในการลงทุนผมจึงเปลี่ยนไป ต้องพยายามหาความรู้ให้มากกว่านี้ ยังดีที่มีโอกาสแก้ตัว ผมถือว่าได้ใช้บัตรเครดิตในเรื่องโชคของผมไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงควรจะใช้แต่เงินสดนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาด้วยการหาความรู้เพิ่มเติมทั้งทาง Fundamental และ Technical แต่ในใจเอนเอียงไปอย่างหลังมากกว่า จนกระทั่งได้มีโอกาสอ่านหนังสือของ อ.ปุย ประกาศิต ทิตาราม แห่ง Wave riders Blog ผมก็ไม่ลังเลเลยที่จะเข้าอบรม Technical กับทาง Stock2morrow และแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ คุ้มค่ามากกับ 4 วันที่เข้าอบรม ทำให้ผมหลงใหลในแนวทาง Technical มากขึ้นอีกเป็นกอง และยังได้ข้อคิดดีๆอีกมากเลยทีเดียว ขอบคุณจริงๆครับ ผมจะพยายามพัฒนาตัวเองให้มากยิ่งๆขึ้นไปอีก ซึ่งแนวทางที่ อ.ปุยให้นี่เอง ทำให้ผมมี Concept ในการนำไปต่อยอดหาความรู้เพิ่มเติมและนำมาประยุกต์ใช้กับตลาด FOREX ได้อีกด้วย แต่ในใจผมก็ยังยกให้การลงทุนอันดับหนึ่งคือการลงทุนในหุ้นอยู่ดี เพียงแต่ว่า FOREX เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถกระจายการลงทุนได้ และการศึกษาเรื่องของค่าเงินจะเป็นความรู้เสริมการลงทุนในหุ้นให้แข็งแกร่งยิ่งๆขึ้นไปได้อีกนั่นเองครับ
     สรุป การลงทุนใดๆก็ตาม จะเป็นการพนันหรือการลงทุนนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราเข้าใจมันเพียงพอหรือไม่นั่นเอง สำหรับผมจึงจัด FOREX เป็นการลงทุนชนิดหนึ่งครับ
     สุดท้าย ขอขอบคุณ :
ครูแอ๊ะ น.ท.บัญชา ภัทรสุวรรณ แห่ง TGAT ที่ทำให้การเรียนและการใช้ชีวิตของผมมี Concept มากขึ้น นับได้ว่าเปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปโดยสิ้นเชิงเลยทีเดียว
อ.ปุย ประกาศิต ทิตาราม แห่ง Wave riders Blog ที่เปิดโลกแห่ง Technical ให้กับผม และทำเรื่องที่ยากต่อการเข้าใจให้ง่ายเพื่อให้ความรู้แก่นักลงทุนรายย่อยได้เข้าถึงได้ง่าย รวมทั้งการจัดให้มีการส่งการบ้าน ตามติดลูกศิษย์อย่างใกล้ชิดผ่านทาง facebook ไม่ปล่อยให้ลอยแพถึงแม้จะจบหลักสูตรมานานแล้วก็ตาม
คุณแพ้ท ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่เขียนหนังสือดีๆอย่างแกะรอยหยักสมองทั้ง 3 เล่ม , Freedom trader และล่าสุด ดีที่สุดในจุดที่ยืน ทุกเล่มเป็นหนังสือคุณภาพจริงๆครับ เป็นมุมมองที่ทำให้  คนธรรมดาๆอย่างผมเข้าถึงโลกการลงทุนได้อย่างไม่กลัวอีกต่อไป
     และอีกหลายๆท่านที่ไม่ได้กล่าวถึงมา ณ ที่นี้ หากมีโอกาสผมจะขอให้ช่องทางนี้เพื่อกล่าวขอบคุณต่อไปครับ
credit:http://nanuponsuwanngam.blogspot.com

อ่านแล้วประทัปใจในประเด็น knowledge is power จึงนำมาเล่าครับ
39  อื่นๆ / Cafe / Re: หาตังค์ 200,000 ภายใน 2 เดือน ขอคำแนะนำที่คับ เมื่อ: 23 ธันวาคม 2012, 21:13:56
ขายของผ่านเน็ตครับ ถ้าคิดไม่ออก ก็ลองไล่ดูคู่แข่งตามเว็บประกาศ ดูตลาด เสิร์จหาข้อมูล ลงมือทำ ไอเดียแค่ไล่ออ่านย้อนหลังในไทยเสียวนี่ก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วนะครับ
ลองโฟกัสดูจะทำแนวไหน ที่แนะนำ ก็อีคอมเมิร์สครับ เข้าที่เข้าทาง เดือนเดียวก็แสนแล้ว
40  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: ผมขอปรึกษาเรื่องธุรกิจหน่อยได้ไหมครับ จะหยุด หรือไปต่อ เมื่อ: 09 ธันวาคม 2012, 11:26:47
เป็นผม ทำทางเน็ตแบบจัดเต็มไปเลยครับ 
ส่วนเรื่องทำไร่ ทำนา ทำที่ไหนครับ คนรู้จักผมทำไร่ ทำนา รายได้ ไม่ใช่น้อยๆนะครับ หลักล้านก็มี

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 17