ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 5
1  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: เผยโครงสร้างวิธีออกแบบ AI ช่วยเทรดออนไลน์ในระดับโลก เมื่อ: 25 มิถุนายน 2019, 18:17:59
ตอนที่ 3 สรุปภาพรวมโดยทั้งหมด

จากที่ผมคลุกคลีกับคนเก่งๆ หรือกลุ่มคนหาเงินในตลาดทุนมาหลายปี ผมบอกได้เลยว่า AI ที่ฉลาดที่สุดที่ช่วยให้คุณรวย
ในตลาดการเงินยังไม่มี เท่าที่ผมดูจากงานวิจัยและระบบคลาวด์ต่างๆ อย่างน้อยอีก 17 ปี ระบบ AI พวกนี้จะอยู่เหนือตลาดการเงิน
นั่นหมายความว่า หากคุณเล่นหุ้นมั่วๆ เล่นเงินดิจิตอลมั่วๆ เล่นทองคำ น้ำมัน หรือสินค้าทางการเงินอื่นมั่วๆ คุณจะเสียเงินฟรีตลอด
ทางออกก็คือ จงเริ่มหัดวิเคราะห์หรือหั่นสิ่งที่เราอยากรู้ออกมาเป็นสิ่งเล็กๆ แล้วทำความเข้าใจกับมันให้ละเอียดที่สุด จากนั้นก็สังเคราะห์
องค์ความรู้ทางการเงินของคุณขึ้นมาให้ได้แล้วค่อยสร้าง AI แบบเฉพาะของตัวเองขึ้นมาช่วยเทรด
จำไว้อย่างเดียว ถ้าคุณเก่งจริง AI มันจะหลีกทางให้คุณทำเงินแบบง่ายๆ ไม่มาสู้ด้วย ผมทดลองและทดสอบ AI มาแทบทุกแบบ
ติดตามและลองโปรแกรมควอนตัมคอมพิวติ้งมาอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มี AI ตัวไหนที่จะทำให้คุณรวยได้จริงเป็นร้อยล้าน พันล้านหรอก
ที่เห็นตอนนี้คือออกมาขายฝันหรือหลอกคนอื่น ทั้งที่ไม่รู้จริงสักเรื่องเลย ทางที่ดีคือพยายามหาความรู้ด้วยตัวเองจากมหาลัยชั้นนำของโลก
อย่าไปหลงเชื่อคำพูดที่สวยหรูและยอตัวเองว่าเก่งจริง คนเหล่านี้ไม่เคยทำจริงได้สักครั้งเลย

อาทิตย์นี้เพื่อนแฟนแชร์ข้อความขายฝันมาให้ดูบ่อยมาก มีแต่คำโกหก เช่น โค้ชนักสร้างมหาเศรษฐี โค้ชนักสร้างธุรกิจระดับโลก ผู้นำทางด้าน
สตาร์ทอัพของโลก ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI อันดับหนึ่งของโลก บอกตรงๆ ว่า คนพวกนี้ยังห่างไกลจากความจริงเยอะมาก รวมถึงตัวผมเองด้วย
อะไรที่เขาใช้วัดความเก่งของคน อย่างแรกคือ ฮาร์เวิร์ดหรือเอ็มไอที จะต้องเสนอชื่อผมหรือคนพวกนี้ไปรับรางวัลโนเบลแล้ว นั่นละเรียกว่าเก่ง
ถ้ารู้มากกว่าคนอื่นบ้างนี้ ก็เรียกได้ว่าฉลาดกว่าคนอื่นบ้าง แต่ไม่ได้เก่งเลิศเลอกว่าใครๆ ทั้งนั้น ต้องโค้ชตัวเองให้เก่งจริงซะก่อน

ผมสามารถนำแบบจำลองเหล่านี้มาหลอกขายฝันให้กับคนอื่นได้ เพราะทุกคนไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าความแม่นยำของ
AI ในการเทรดทำได้แค่ 45-50% เท่านั้น ดังนั้น จึงเป็นเรื่องเพ้อฝันมากๆ ว่ามี AI ที่ฉลาดมากๆ เมื่อคุณลงทุนแล้วอนาคตจะมีแพสซีสอินคัมกินไปจนถึงวันตาย
หลอกหลวงชัดๆ  ถ้าผมอยากหลอกหลวงคนอื่นผมก็ต้องสะกดจิตให้ตัวเองโง่ลง เพื่อป้อนข้อมูลมั่วๆ หว่านแต่คำสวยหรูเอามาปั่นหัวคน
สมองของผมก็โง่ลงคนเชื่อผมก็โง่ลง อนาคตก็ต้องโดนคนต่างประเทศจับกินหมดเลยไม่รวยกับเขาซะที ฝากไว้จงมั่นใจในการหาความรู้ด้วยตัวเอง
ใช้เวลาทั้งชีวิตฟังคนที่เป็นสุดยอดทางด้านนั้นๆ เช่่่่่่่่น เคยได้รางวัลโนเบล เคยเขียนหนังสือขายดีระดับโลก บริหารธุรกิจเก่งที่สุดในโลก
เป็นอาจาร์ยในมหาลัย 1-10 ของโลก เพื่อใช้เป็นแนวทางค้นคว้าองค์ความรู้และต่อยอดต่อไป


ข้อมูลจากผมหรือข้อมูลจากคนทั่วๆ ไป ควรมีคำถามไว้ก่อนเสมอว่าค้นหาความจริงได้จากที่ไหนอีก เพราะผมและคนทั่วๆ ไป
ก็ไม่เก่งจนสามารถคว้ารางวัลโนเบลได้ในชาตินี้หรอก
ก่อนจะเชื่ออะไรก็ควรตรวจสอบก่อนเสมอ ผมเห็นคำว่า โค้ชนักสร้างมหาเศรษฐีระดับโลก รู้สึกขำมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ
มีคนจำนวนหนึ่งหลงเชื่ออีก แค่มีสตินิดเดียว ก็รู้แล้วว่า อย่างนี้มันหลอกหลวงแน่นอน ผมลองไปค้นประวัติ
โค้ชคนนี้แล้วยิ่งเศร้าใจมากเข้าไปอีก เพราะไม่เคยมีผลงานหรือทำให้ใครเป็นเศรษฐีระดับโลกได้สักคน มันน่าเสียดายจริงๆ เข้าถึงอินเตอร์เน็ตกันทุกคน
เพราะคนหลงเชื่อส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานหรือวัยกลางคนแทบทั้งนั้น เรียนจบและมีวุฒิภาวะด้วยกันทั้งนั้นยังโดนหลอกอีก  เห้อ คิดมากก็เหนื่อยใจเปล่าๆ
2  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: เผยโครงสร้างวิธีออกแบบ AI ช่วยเทรดออนไลน์ในระดับโลก เมื่อ: 25 มิถุนายน 2019, 18:17:16
ตอนที่ 2 การทดสอบ AI กับ แบบจำลองตลาดการเงิน บน Simulink

การทดลองและทดสอบ AI ระบบเทรดนี้ ผมทดลองแบบออฟไลน์เป็นส่วนใหญ่เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลาและไม่ใช่งานหลัก
ของผมโดยตรง ผมเอาแบบจำลองระบบเทรด(Simulink) ไปทดสอบกับแบบจำลองตลาดบน Simulink เช่นเดียวกัน
สำหรับแบบจำลองระบบตลาดการเงินด้วย Simulink ผมออกแบบด้วยเมตริกซ์ State-Space ในรูป Pauli Matrics

ระบบ State-Space คือ ระบบคณิตศาสตร์(เมตริกซ์) ที่ใช้อธิบายระบบต่างๆ บนจักรวาลนี้ว่ามันแปรเปลี่ยนไปตามเวลา
และมิติต่างๆ อย่างไร ตัวอย่างเช่น สเตทสเปซขนาด 100x100 ก็คือ คณิตศาสตร์ที่อธิบายระบบหนึ่งที่่มันแปรผันต่อเวลา
และมีจำนวน 100 มิติหรือ 100 ตัวแปร ซึ่งมิติเหล่านี้จะอธิบายความจริงว่า กราฟในอดีต กราฟในปัจจุบัน กราฟในอนาคต
ทำไมมันถึงวิ่งแบบนี้ ระบบที่มีมิติมากๆ จะแม่นยำมากว่าเสมอแต่ก็ใช้เวลาคำนวณนานมากตามไปด้วย
จุดอ่อนของระบบ AI ที่ฉลาดมากๆ ในปัจจุบันนี้ก็คือ คำนวณผลลัพธ์ในเวลาจริงไม่ได้

Pauli matrices คือ เมตริซ์จำนวนเชิงซ้อน ตามปกติเราเห็นเมตริกซ์ที่เป็นจำนวนเต็มหรือสมาชิกเป็นจุดทศนิยม แต่ Pauli เมตริกซ์
คือ เมตริกซ์จำนวนเชิงซ้อน นั่นคือสมาชิกของเมตริกซ์จะเป็นจำนวนเชิงซ้อน เช่น 1+2i แทนที่ตัวเลขที่เราคุ้นเคยทั่วไป
การคำนวณเมตริซนี้ ทำได้โดยการแปลงจำนวนเชิงซ้อนไปเป็น Cos+Sine ในตรีโกณมิติก่อนแล้วหาค่ามันออกมา เมื่อคำนวณเสร็จแล้ว
ก็นำค่าไปใส่แทนจำนวนเชิงซ้อนนั้นๆ ในเมตริกซ์ เพื่อเข้าสู่โหมดการคำนวณทางเมตริกซ์ตามปกติต่อไป
Pauli matrices สามารถแสดงทั้งขนาดและทิศทางของกราฟทางการเงินได้ทุกชนิดบนโลกนี้ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญในการออก
แบบระบบและการเขียนโปรแกรม

State-Space ใช้คำนวณขนาด ปริมาณ หรือจำนวนของสถานะตัวแปรในเวลานั้นๆ ส่วน  Pauli matrices ใช้คำนวณ
ทิศทางของตัวแปรต่างๆ การรวมกันของ  State-Space กับ Pauli matrices จึงสามารถบอกขนาดและทิศทาง
ได้อย่างแม่นยำ แต่ต้องใช้การคำนวณที่ซับซ้อนมาก ไม่เรียลไทม์ เสียเวลาและเงินทุนมากมาย ถ้าจะสร้างจริงก็ต้องลงทุน
หลักหลักหมื่นล้านบาทครับ ไม่ใช่มีความรู้แล้วทำได้ต้องมีเงินมากพอ มีระบบคลาวด์ที่ดีมาก เขียนระบบขึ้นมาด้วย python เท่านั้น
การที่ AI ช่วยเทรดออนไลน์จะฉลาดมากกว่านี้จนสามารถทำเงินได้เยอะๆ ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 17 ปีครับ ผมมีทีม
งานค้นคว้าข้อมูลพวกนี้อยู่หลายคน ข้อมูลจากเอ็มไอที สแตนด์ฟอร์ดก็ออกมาสอดคล้องกัน นั่นคือ ยังไม่มี AI ที่จะทำเงินได้จริง
ภายในเร็วๆ นี้ การพึ่งตัวเองสำคัญที่สุด ควรเริ่มจากสิ่งเล็กๆ เอาให้รู้ทุกรูขุมขนแล้วอนาคตคุณจะสบายในตลาดการเงิน

ในงานนี้มีคณิตศาสตร์สำคัญอะไรบ้างที่ใช้ในงานนี้ หลักๆ ก็มี เมตริกซ์ แคลคูลัส ตรีโกณมิติ เลขอนุกรม ทฤษฏีความน่าจะเป็นและการสุ่มเลือก
นิวรอลเน็ตเวิร์ก ฟัซซีโลจิก และเจนีติกอัลกอลิทึ่ม
ซอฟต์แวร์หลักที่ใช้ Matlab/Simulink, C++ ส่วนดาต้าเบสก็ใช้ MySQL Notepad และ Microsoft Exel สำหรับข้อมูล
ตลาดการเงิน Matlab/Simulink ก็มีทูลบ็อกซ์สำหรับดึงกราฟเรียลไทม์ของตลาดอยู่แล้ว การทดสอบทำบนระบบคลาวด์อเมซอน AWS
ซึ่งคนจ้างให้ทำเขาออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด และให้ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในงานนี้เป็นชื่อผมโดยทั้งหมด


ผลการทดสอบ AI สำหรับเทรดโดยไม่มีองค์ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญในระบบเทรดนี้เลย ความแม่นยำอยู่ที่่ 44-50%
ในการทำกำไรต่อการเทรดหนึ่งครั้ง แต่เมื่อนำ AI นี้รวมเข้ากับองค์ความรู้การเทรดเดิม(คนจ้างมีให้) ความแม่นยำอยู่ที่ 68-77%
สุดท้ายคืองานที่คนจ้างอยากให้ผมทำและผมก็อยากรู้ข้อมูลนี้เช่นเดียวกัน คือ เอา AI บอทเทรดนี้ + องค์ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญเก่า มาดักจับ
หาเงินจากคนเทรดทั่วๆ ไป หรือ AI เล็กๆ ทั่วไป ปรากฏว่าความแม่นยำมากว่า 90% แน่นอนว่า ข้อมูลของนักเทรดต่างๆ ย่อมได้
มาจากโบรกเกอร์ จึงไม่น่าแปลกใจว่ากลุ่มทุนเหล่านี้มีเครือข่ายโบรกเกอร์ต่างๆ หลายแห่งนั่นเอง


สรุปได้ว่า ระบบ AI ในการเทรดนี้ ถ้ามันไม่มีข้อมูลของคนเทรดหรือผู้เล่นในตลาดเลยก็ยังไม่ได้ฉลาดและแม่นยำจนเราต้องกังวลอะไร
แต่ถ้าหาก AI เหล่านี้ไปดึงข้อมูลการเทรดของคนในตลาดมาได้อันนี้ คนเล่นเสียเปรียบทุกอย่าง เรียกได้ว่า AI ถูกวางไว้ให้กินเงินคนเหล่านี้
จากข้อมูลการเทรดเรียลไทม์ ดังนั้น ควรเลี่ยงการใช้มือฟรี บอทแจกต่างๆ ให้มากที่สุด เพราะจะทำคุณจะเสียเปรียบ AI ของคนเหล่านี้ทันที 
3  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / เผยโครงสร้างวิธีออกแบบ AI ช่วยเทรดออนไลน์ในระดับโลก เมื่อ: 25 มิถุนายน 2019, 18:16:13
เนื้อหายาวมาก เพื่อนๆ ที่สนใจคงต้องมีเวลาว่างจริงสำหรับอ่านครับ แบ่งออกเป็น 3 ตอน ผมพยายามเขียนให้สั้นและกระชับมากที่สุด
เพื่อให้เพื่อนๆ เห็นภาพรวมชัดผมเขียนจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง ปัจจุบันระบบ AI นี้ผมไม่ได้ใช้เทรดนะครับ เพราะมันยังต้องพัฒนา
ต่อไปอีกเยอะเลย ความแม่นยำก็ยังไม่มากพอ ปัจจุบันผมเทรดแต่ในตลาดต่างประเทศ ข้อมูลสำคัญต่างๆ
ก็มีคนส่งให้อ่านอยู่แล้ว มีระบบเทรดให้อยู่แล้ว ระบบ AI สำหรับเทรดยากสุดๆ นะครับ เงินลงทุก็สูงด้วย
แต่สิ่งที่อยากให้เห็นก็คือภาพรวมในการออกแบบและแนวคิดหลักๆ ในการสร้างระบบเทรดว่าเขาทำกันอย่างไร
และไปถึงไหนแล้วสิ่งที่จะทำให้ AI ช่วยเทรดเก่งขึ้นมากๆ คือ มีดาต้าเซนเตอร์ขนาดหลายๆ สนามฟุตบอลเป็น 10,000 แห่ง
ปัจจุบันยังมีแค่หลักร้อย หรือมีคอนตัมคอมพิวติ้งขนาด 1.7 ล้านคิวบิคซึ่งปัจจุบันทำได้แค่ 2 พันคิวบิคอยู่เลย
พูดง่ายๆ ว่า AI ที่จะทำให้คุณรวยในการเทรดนั้น สร้างยากมาก ต้นทุนแพงมาก และต้องรอเทคโนโลยีอีกหลายสิบปี

ตอน 1 การพัฒนาแบบจำลองระบบเทรดด้วย AI

โครงสร้างตัว AI นี้ใช้อัลกอลิทึ่มแบบ นิวรอลเน็ตเวิร์ก ฟัซซี่ลอจิก และจีเนติกอัลกอลิทึ่ม
สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางกูเกิลหรือยูทูป ผมเขียนไว้เตือนสติเพื่อนๆ ในบอร์ดว่าในระดับโลก
เขาทำ AI ในตลาดการเงินกันยังไง หากเข้าใจและเห็นภาพรวมแล้ว จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อให้กับกลุ่มทุน กลุ่มคน
ที่เห็นแก่ตัวและอยู่ในแวดวงการเงินหรือหุ้นต่างๆ ทั่วโลก
เมื่อคุณเข้าใจจริงก็จะเป็นผู้ชนะในตลาดได้ในอนาคต การหาเงินในหุ้นในฟอเรกซ์ หรือในตลาดการเงินอื่นๆ
เป็นงานที่สบายที่สุดและทำกำไรให้คุณได้ง่ายที่สุดในโลก เมื่อคุณมีองค์ความรู้จริงและสร้างAI ที่เก่งจริงได้
ไม่มีใครบันดาลสิ่งเหล่านี้ให้คุณได้ นอกจากตัวคุณเอง จำไว้ยิ่งคุณมีองค์ความรู้จริงและอัพเดทอยู่เสมอ
ระบบ AI สำหรับเทรดของคุณจะไม่มีวันแพ้ใครเลยในสิ่งที่คุณถนัด
AI ช่วยเทรดมันออกแบบยากกว่า AI ทั่วๆ ไปเป็นล้านเท่า ไม่มีทางที่ AI ทั่วไปจะมาทำกำไรงามๆ ได้แน่นอน
คุณต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียวกับ AI ของคุณ เพื่อให้มันเก่งจริงๆ เหมือน หนังโปเกมอนนั่นละ คุณต้องเก่งมาก
พอที่จะฝึกมันให้โปเกม่อนมันเก่งมากพอที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จและชนะตลาดทุกครั้ง

ตัวระบบเทรดนี้กลุ่มทุนใหญ่กลุ่มหนึ่งในโลกพัฒนามานานแล้วแต่พวกเขาต้องการให้แบบจำลอง
การเทรดนี้อยู่ใน MATLAB/Simulink เพื่อให้ง่ายต่อการแก้ไขแบบจำลองและทดลองผลต่างๆ ได้เร็ว
กว่าเดิมร้อยเท่า งานนี้ไม่ได้ค่าจ้างนะครับเป็นแค่เพื่อนๆ นักลงทุนต่างประเทศกลุ่มหนึ่งเขาขอร้องมา

จุดประสงค์หลักๆ ก็เพื่อสร้างแบบจำลอง AI ต่างๆ บน Simulink เพื่อเทรดในตลาดการเงินต่างๆ ซึ่ง Simulink
เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่สร้างโปรแกรมขึ้นมาด้วยรูปภาพ ดังนั้นมันจึงเร็วและง่ายกว่า python จาวา ซี หรือ R ครับ
ตัวอย่างเช่น แบบจำลองบน Simulink สามารถปรับแบบจำลองใหม่ล้านครั้งได้ภายใน 1 ชั่วโมง แต่ภาษาอื่นๆ
อาจจะใช้เวลาเป็นเดือน ผมถนัด Matlab/Simulink มากที่สุดเลยรับงานนี้มาทำให้กลุ่มทุนนี้ครับ และเพื่อเรียน
รู้ว่าระบบเทรดระดับโลกเขาออกแบบกันอย่างไรบ้าง


ส่วนประกอบในแบบจำลอง มีอยู่ 3 อย่าง คือ อินพุต ตัวระบบ และเอาท์พุต ก่อนจะลงมือสร้างแบบจำลองจะต้อง
วิเคราะห์(Analysis) คือการหั่นระบบต่างๆ ออกมาให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็ศึกษาแต่ละส่วนให้เข้าใจ
แล้วนำส่วนเล็กๆ เหล่านั้นประกอบกันเป็นโมดูลๆ เพื่อให้ง่ายต่อการแก้ไขแบบจำลอง เมื่อโมดูลต่างๆ ประกอบ
กันจนกลายเป็นระบบที่สมบูรณ์แล้ว เรียกขั้นตอนเหล่านี้ว่า (Synthesis) หรือ การสังเคราะห์(ประกอบ)มันขึ้นมาใหม่

ข้อสังเกตครับ หากคุณอยากประสบความสำเร็จในการเทรดผลิตภัณณ์ทางการเงินได้ทั่วโลก คุณต้องเริ่มต้น
จากจุดเล็กๆ ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินนั้นๆ ให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งหรือสังเคราะห์องค์
ความรู้ต่างๆ ขึ้นมาให้ได้และอัพเดทมันอยู่เสมอ สุดท้ายก็สร้างระบบ AI เทรดมาทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น


1.ตัวอินพุต(Input) รับข้อมูลมาจากอินเตอร์เน็ตหรือดาต้าเบส ในส่วนนี้ออกแบบด้วย นิวรอลเน็ตเวิร์ก+ฟัซซี่ลอจิก
เพื่อจัดการข้อมูลต่างๆ ของตลาดไม่ว่าจะเป็น กราฟดัชนีการซื้อขาย ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง หรือปัจจัยจัยพื้นฐานของตัวหุ้น
จริงๆ ข้อมูลอินพุตมีหลายช่องทางมาก ส่วนหนึ่งก็นำมาจากดาต้าเบส
การเตรียมอินพุตที่ดีย่อมส่งผลให้ตัวระบบเทรดทำงานได้เร็วและแม่นยำมากขึ้น


2.ตัวระบบ(System Model) สร้างอยู่บนอัลกอลิทึ่ม นิวรอลเน็ตเวิร์ก(DeepLearing) ตัวระบบประกอบไปด้วยตัวชี้วัด(Indicator)
Oscillatorหรือค่าในการแกว่งตัวของกราฟ และตัวเลขอนุกรม(Series) ต่างๆ
ตัวอย่างเช่น อนุกรม ฟิโบนันชี  ทั้งตัวชี้วัดและตัววัดค่าการแกว่งมีประมาณ 200 ตัว ดังนั้น จึงมี AI DeepLearing อยู่ 200 ตัว
ส่วนเลขค่าอนุกรมมีอยู่ 10 แบบ ก็มี AI อยู่ 10 ตัวครับ
ข้อสังเกต จะเห็นได้ว่าตัว AI มีเยอะกว่าโบรกเกอร์ต่างๆ มากมาก ที่โบรกเกอร์ให้คนทั่วไปได้ใช้ฟรี ดังนั้นอย่าแปลกใจว่าทำไมคุณไม่มีทาง
รวยเป็นพันล้านหรือหมื่นล้านได้จากของฟรีที่โบรกเกอร์หยิบยื่นให้ มันคือความจริงที่คุณต้องใส่ใจอยู่เสมอ


3. เอาต์พุต(Output) เป็นส่วนที่ใช้ในการตัดสินใจซื้อขาย ทำกำไรในตลาดการเงิน ส่วนนี้ออกแบบบนอัลกอลิทึ่ม
นิวรอลเน็ตเวิร์ก(DeepLearing)กับจีเนติกอัลกอลิทึ่ม(Genetic) เป็นการดึงข้อมูลดาต้าเบสที่ผู้เชี่ยวชาญตั้งเงื่อนไข
การเทรดไว้แล้ววัดเทียบกันกับ AI ของตัวชี้วัด AI ตัววัดการแก่ง และAI ตัวเลขอนุกรมต่างๆ ว่ากราฟจะขึ้นลงแรงแค่ไหน
จำนวนการซื้อขายมากน้อยอย่างไร และกราฟแกว่งรูปแบบใด เพื่อให้กำไรสูงที่สุดต่อการเทรด 1 รอบ โดยใช้เวลาลงทุนให้สั้นที่สุด
4  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: YouTube ล้านวิวได้กี่บาท VS เว็บไซต์ ล้านวิวได้กี่บาท อะไรมากกว่ากันครับ เมื่อ: 25 มิถุนายน 2019, 13:23:37
แอดเซนต์ไทย ถ้าคลิกโฆษณาหมดได้ประมาณ 3-5 หมื่นบาท แอดเซนต์ฝรั่ง 1.5-3 แสนบาทครับ

ถ้ายูทูปคลิกหมด คอนเทนต์ไทยน่าจะ 5-7 หมื่นบาท ถ้าเป็นอังกฤษ 5-7 แสนบาท

จริงๆ มันขึ้นอยู่กับตัวคอนเทนต์เป็นหลัก บางเว็บ บางช่อง ทราฟฟิกและสมาชิกน้อยกว่า
แต่วิวเท่าๆ กัน มีคอนเทนต์ที่ดีกว่าโฆษณาก็จะแพงกว่าครับ

ช่องยูทูปที่ทำเงินได้เยอะที่สุดก็ไม่ใช่ช่องที่มีคนดูเยอะที่สุดหรือมีสมาชิกเยอะที่สุด ถ้าคอนเทนต์
ดีมาก โฆษณาจะแพงและคนคลิกดูเยอะกว่า


ยูทูปเบอร์สร้างเงินได้เยอะกว่าแอดเซนต์ครับ ช่องที่ได้เยอะที่สุดของปีที่แล้ว ก็ได้เกิน 150 ล้านเหรียญ
ไม่รวมรายได้พิเศษจากข้างนอกอีกเพรียบ ถ้าคอนเทนต์ดีคนดูเยอะ ก็เป็นเศรษฐีได้เแล้ว ปัจจุบันคนทำยูทูป
เป็นอาชีพหลักจึงมากเขึ้นเรื่อยๆ แต่มันก็ยากและลงทุนเยอะกว่าแอดเซนต์ คนทั่วไปเลยทำไม่ได้  
5  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: สอบถามเรื่องขาย Account IG [+1] เมื่อ: 23 มิถุนายน 2019, 20:16:31
ต้องดูการเอนเกจแมนต์ครับว่าดีไหม ถ้าเอนเกจหลักหมื่น หลักหลายพัน
ถือว่าดีมาก็ราคาเป็นแสนครับ ถ้าไม่่เท่าไร มีปั่นวิวด้วยก็อยู่หลักหมืน
ปกติมันขึ้นอยู่กับคนขายและคนซื้อครับ แต่หลักๆ ที่ดูกันก็เอนเกจเมนต์ครับ ถ้าดีมากก็แพง
ถ้าไม่ดีก็แล้วแต่ความพอใจของคนซื้อและคนขาย ว่าจะไปต่อยอดได้แค่ไหน
6  ความรู้ทั่วไป / Cryptocurrency / Re: Libra เหรียญคริปโตของ Facebook ได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ! เมื่อ: 23 มิถุนายน 2019, 20:06:37
ยังไง การเงินโลก ก็ต้องทรานฟอร์มเข้าสูดิจิตอล เงินดิจิตอลยังไงก็ต้องมา
ข่าวแบบนี้มีมานานมากแล้ว แบงค์ระดับโลกหลายแห่งก็พยายามทำมานานแล้ว
บิทคอยน์ก็มีคนพยายามทำมาแล้ว คงไมใช่เรื่่องแปลกที่โลกจะก้าวเข้าสู่เงิน
ดิจิตอล มีคนได้ยอมมีคนเสีย เมื่อเฟสบุคมีแฟลตฟอร์ม มีอินฟาสตรัคเจอร์
มีพันธมิตรเป็นร้อย เป็นพันทีพร้อมจะลุยไปด้วยกัน
เขาประมาณกันว่า ถ้าเกิดจริง คนประมาณ 4 พันล้านคนจะใช้เงินไลบรากัน
แน่นอนว่า แบงค์ ประกัน กองทุนต่างๆ สถาบันการเงิน หรือสินค้าทางการเงิน
ต่างๆ จะหมดความหมายไปเลย คนได้ประโยชน์คือคนใช้เงินพวกนี้ เพราะค่าธรรม
เนียมตำมาก ช้า เร็ว ยังไงเงินดิจิตอลก็ต้องมา และบริษัทใหญ่ๆ หนาวแน่
เฟซบุค เป็นคนปลุกกระแสให้คนตืนตัวมากขึ้น เหมือนก้าวแรกที่เราได้เห็นอนาคต
ขอบเงินดิจิตอลแล้วว่า จะมารองรับทุกคนบนโลกนี้อยางไร เฟซบุคและพันธมิตร
กลุ่มแรกจะกินรวบทางเทคโนโลยี แน่นอนว่า บริษัทใหญ่ๆ ในประเทศต่างๆ จะ
ล้มหายตายจากเร็วขึ้น คนทำงานออนไลน์จะมีโอกาสแข่งได้มากขึ้น คนไม่สนใจ
โลกเลยก็อยู๋ยากขึ้น เพราะเงินไหลเร็ว ข้อมูลไหลเร็ว สินค้าไหลเร็ว คนทำงาน
ออนไลน์เก่งๆ จะได้เปรียบในอนาคตทีเงินไหลเร็วมากขึ้น แน่นอนผลดีมีให้คนส่วนใหญ่
ผลเสียแก่คนรวยๆ บริษัทใหญ หรือคนตกเทคโนโลยี แต่ยังไงเงินดิจิตอลก็ต้องมาอยู่ดีนั่นละ
7  ความรู้ทั่วไป / Cryptocurrency / Re: **** ไปเทขายได้แล้ว BTC ขึ้น 11.28% แล้ว ***** เมื่อ: 23 มิถุนายน 2019, 10:56:31
มีขึ้น มีลง รอบนี้จะลากกันไปสูงแค่ไหน ใครลุกช้า ก็หมดตู็ดเหมือนเดิม
8  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: ชาว Thaiseo เอาอุปกรณ์ชนิดไหนทำงานนอกออฟฟิศครับ เมื่อ: 23 มิถุนายน 2019, 10:51:55
Surface Pro, Macbook pro, ipad pro เมาส์ คีย์บอร์ดไร้สาย แอร์การ์ดทุกค่ายครับ ไปทำงานที่ไหนก็หายห่วง
9  < กดยุบ (ห้องยกเลิกการใช้งาน) / สาระคำถามทั่วไป (ย้ายไป cafe) / Re: เล่นหุ้นออนไลน์ ดีไหมครับ เมื่อ: 07 มิถุนายน 2019, 11:59:21
ดีจริงครับ ถ้าคุณเข้าใจมันดีแล้ว ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเล่นยังไง จะหาข้อมูลยังไง เริ่มต้นยังไง ก็ทำอย่างอื่นไปก่อน
ทุกอย่างต้องเริ่มศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่างไปเชื่อคนง่าย ทำเงินได้จริงแต่เป็นแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น กว่าคุณ
จะเป็นขาใหญ่ กว่าคุณจะได้ข้อมูลเชิงลึก กว่าคุณจะมีโอกาสโกงตลาดได้ ต้องมีประสบการณ์พอสมควร

ผมมีประสบการณ์รับเอาท์ซอร์สที่พัฒนา Matlab/Simulink บอทเทรด forex และ ตลาดหุ้นให้กับขาใหญ่กลุ่มหนึ่ง
ซึ่งปีที่แล้วกลุ่มนี้มีกำไร 7 แสนล้านบาทภายใน 6 เดือน ผมบอกได้เลยว่า AI ที่เขาหลอกขาย หลอกให้คนเชื่อ
หลอกให้คนงมงายอยู่นั้น ไม่มีความฉลาดมากพอ รับมือการโกงของคนไม่เป็น นั่นคือ ทำไม AI เหล่านี้จึงไม่ทำ
ให้พวกคุณรวยจริงๆ ซะที ผมเองก็ได้เงินจากฟอร์เร็กซ์และหุ้นบ้างก็เพราะ องค์ความรู้เหล่านี้

สิ่งแรกๆ ที่ต้องจำไว้ก็คือ
1. AI มีความฉลาดหลายระดับตั้งแต่ 1-10 ดั้งนั้น อย่าเชื่อว่า AI จะพาคุณไปเป็นเศรษฐี เพราะ AI ที่ฉลาดที่สุดบนโลกนี้
มี DeepMind ของกูเกิล เครื่องคอนตัมคอมพิวติ้งของ Google+นาซ่า นอกจากนั้นถือว่าเป็น AI หลอกหลวงทั้งนั้น ดูง่ายๆ
ก็ได้ไม่เคยมีกำไรเทรดเกิน 1 ล้านล้าน บาทเลย ทั้งที่ตลาดการเงินของโลกมีเงินหมุนเหวียน 900 ล้านล้านบาทต่อปีให้กอบ
โกย ถ้าฉลาดจริงมันต้องทำให้กลุ่มนั้นๆ รวยมากไปแล้ว
2. AI โกงไม่เป็น แต่คนโกง AI ได้ตลอด ในตลาดมีการโกงมากมาย ตัวบอทจะต้องผสมผสานให้เป็นส่วนหนึ่งในการโกงด้วย
ไม่งั้นไม่รวย เท่าที่ผมทำคือ ขาใหญ่จะใช้สื่อหลอกแมงเม่่าทั่วไปให้โง่ ขาใหญ่จะเกาะโบรกเกอร์เพื่อดึงข้อมูลส่วนตัว ดึงข้อมูล
การเทรดต่างๆ บอท AI ของแต่ละคนซึ่งระดับความฉลาดไม่เยอะ มาให้ AI ของขาใหญ่ที่ร่วมมือกับโบกเกอร์ต่างๆ จับกิน

การเล่นหุ้นต้องโกงคือ หลอกให้คนโง่ แล้วใช้ AI ที่ฉลาดระดับ 5-6 ซึ่งดีกว่า AI ของแมงเม่าทั่วไปที่อยู่ในระดับ 0-3 ถึงจะมี
กำไรงาม ต้องรู้ไว้เลยว่าบอทของขาใหญ่ในโลกเขาดึงข้อมูลจากโบรกเกอร์ไปประมวลผล เพื่อให้ บอทเทรดตัวเองหากิน ดังนั้น
คุณจะถูกโบกเกอร์หลอกเอาข้อมูลทุกอย่าง คุณจะถูกขาใหญ่หลอกปล่อยข่าวลือ คุณจะถูกขาใหญ่จับกิน คุณจะถูกหลอกว่าบอท
 AI ฉลาดกว่าคน หลอกว่ามีกำไรตลอดชาติ เรื่องเหล่านี้โกหกล้วนๆ ไม่ปนความจริงสักอย่าง

อยากรวยต้องรู้ว่า คนพวกนี้โกงคนอื่นยังไงบ้าง หลอกคนทั่วไปอย่างไรบ้าง ใช้ AI จับกินในตลาดอย่างไรบ้าง แล้วค่อยๆ พัฒนา
AI ของตัวเองขึ้นมา ทำหลายๆ ตัว เทสต์ไปเรื่อยๆ เมื่อใครหลอกคุณไ่ม่ได้ AI มันฉลาดมากกว่า AI ของโบรกเกอร์+ขาใหญ่
นั่นละ คุณถึงจะมีกำไรตลอดชีวิต จากประสบการณ์นะครับกลุ่มจะรวยจริงๆ คือ โกงตลาดยังไง + บอท AI ที่ดีกว่าตลาด ผมยัง
ไม่เคยเห็นข่าวว่า บอท AI ฉลาดเพรียวๆ ทำเงินหลักแสนล้านได้เลย การโกงตลาดมีมานานครับเข้าก็ใส่ AI มาช่วยให้โกงเร็วขึ้น
ผมเขียน Math Model พวกนี้ เทสต์พวกนี้เป็นหลายพันครั้ง ผมถึงบางอ้อว่า บอท AI ที่มีบนโลกนี้ยังไม่ฉลาดพอในตลาดหุ้น
ส่วนใหญ่ก็หลอกกันไปหลอกกันมาเท่านั้น

ผมเขียน AI มาสิบกว่าปี น้อยกว่าโบรกเกอร์ฝรั่ง 4 เท่า ก็พอรู้ว่าพวกมันฉลาดถึงไหนแล้ว ปัจจุบันผมก็ยังโดนทุบขาดทุนหลายครั้งครับ เพราะ
AI มันโกงคนไม่เป็น แต่คนโกง AI ได้ง่ายมาก ประสบการณ์จะทำให้แข็งแกร่ง แน่นอนว่า หากคุณอยากชนะคุณจะต้องรับ
มือพวกโกงคุณให้ได้ซะก่อน อย่าเชื่อคนง่าย อ่านข่าวต่าประเทศหลายๆ สื่อ อย่าคิด่ว่ามันง่าย ทำจากสิ่งเล็กๆ ที่เราเชี่ยวชาญมากที่สุดก่อน
รู้ว่าบริษัทที่เราจะลงทุนเป็นยังไง พนักงานแต่ละคนเก่งไหม มืออาชีพหรือไม่ ธุรกิจมีอนาคตหรือเปล่า
รู้ว่าสินค้าทางการเงินจะเป็นยังไง รู้ให้ทุกรูขุมขนเลย เล่นจากจุดเล็กๆ ให้ชำนาญ ค่อยต่อยอดไปเป็น AI แล้วขยับขึ้นไปสู้กับขาใหญ่
หากคุณไม่รู้ว่า ตลาดโกงคุณยังไง คุณก็คือเหยื่อของคนบางกลุ่มที่่กำลังจ้องตาเป็นมัน เพื่อรอเหยื่ออันโอชะให้ลงเข้ามาในตลาด

จำไว้ รู้ให้จริงทุกรูขุมขน อย่าหลงเชือคนง่าย อ่านให้เยอะมากที่สุดจากทุกสื่อ(ต่างประเทศ)อย่าให้ขาใหญ่โกงคุณและทุบคุณได้
พัฒนา AI ให้เป็นถึงจะชนะตลาด ผมเห็นคนที่ขาดทุนส่วนใหญ่ล้มหายตายจากไปหมด เพราะหลงเชื่อคนง่ายไปนะ
ถ้าคุณหาข้อมูลต่างประเทศไม่เป็น หาข้อมูลไม่รอบคอบพอ รับรองเสร็จหมดครับ แต่ในโลกอินเตอร์เน็ต คุณหาสิ่งเหล่านี้ได้
คุณสร้าง AI ให้ฉลาดได้ ขาใหญ่ต้นทุนสูงมากและปรับตัวยากมาก อนาคตอาจไม่มีขาใหญ่ก็ได้ซึ่ง AI ของคุณจะทำเงิน
ได้ง่าย หากไม่มีพวกโกงตลาด มันก็แค่วัดกันที่ AI เท่านั้น ถ้าคุณทำได้นี่คืออาชีพที่หาเงินได้สบายมากที่สุดในโลก

10  ความรู้ทั่วไป / E-commerce / Re: จะเอาสินค้าอะไรมาขาย ก็มีคนขายใน shopee lazada เยอะมากๆๆ ใจอ่อนเลย เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2019, 17:34:51
ผมแนะนำให้ หาสินค้าที่ผลิตในไทยหรือในประเทศเพื่อนบ้าน
ที่ยังไม่ได้ขายในออนไลน์มาขายแทนนะ
เมือวาน ผมลองอ่านสกู๊ปข่่าวสงครามการค้าโลกหลายๆ แหล่ง
คุณ แบรนดอน ที่ปรึกษาโดนัล ทรัมป์ บอกว่าจีนผลิตสินค้าให้บริษัทสหรัฐฯ
อย่างเช่น ไอโฟน
อินเทล หรืออื่นๆ อีกมากมาย พอจีนส่งไปขายสหรัฐหรือประเทศอื่นจีนแทบ
ก็ไม่ได้เสียภาษีเลย แถมยังเอาเทคโนโลยีทีถ่ายทอดให้ไปทำของ
เลียนแบบด้อยคุณภาพต่างๆ ออกไปขายประเทศด้อยพัฒนาต่างๆ แทน

การที่จีนสนับสนุนเทคโนโลยีในประเทศตัวเอง ด้วยสินค้าเลียนแบบต่างๆ
อุดหนุนค่าขนส่ง สนับสนุนเงินวิจัยเลียนแบน เพราะได้เงินมาจากสินค้าเลียน
แบบเหล่านี้ เมื่อบริษัทเล็กๆ ในจีนจำนวนมากต้นทุนค่าขนส่งไม่มี ต้นทุนการ
ผลิตต่ำมาก เนืองจากรัฐอุดหนุนให้ ก็ทำให้ประเทศอื่นๆ ที่คาแรงถูกมากๆ
ไม่สามารถสู้ได้เลย

ซึ่ง คุณ แบรนดอน บอกว่า จีนเอาเปรียบทุกประเทศในโลกมากเกินไป
เพราะการค้าเสรีที่ไหนที่ค่าขนส่งเท่ากับศูนย์ ดังนั้นสงครามเศรษฐกิจจะ
ยืดเยื้อยาวนานแน่ จนจีนต้องปรับตัวใหม่ ลดการอุดหนุนบริษัทในประเทศ
ตัวเองลง แล้วปล่อยให้ประเทศอื่นสร้าางโปรดักส์มาแข่งขันได้บ้าง

เราเห็นค่าเงินหยวนอ่อนตัวลงมาก ถ้าจีนยังดันทุรัง อุดหนุดค่าขนส่งและอื่นๆ อีก
จะกลายเป็นภาระของรัฐทันที ปัญหาเศรษฐกิจจะใหญ่โตทันที นันคือ จีนจะ
ทำแบบเก่าไม่ได้แล้ว ถ้าเศรษฐกิจตายจะตายยกรังหมด

เท่าทีผมหาข่าวและบทสรุปต่างๆ ทางออกของจีนในตอนนี้คือจีนกำลังเลือก
ทางถอยว่าจะถอยจากวิธีเก่าๆ ยังไง ถ้าไม่ถอยก็ตาย ถ้ารีบถอยก็หกล้มบาเจ็บได้
การทดถอยของจีน จะกลายเป็นโอกาสสำหรับสินค้านอกประเทศจีน หรือบริษัทใน
ประเทศเล็กๆ แทน เพราะเมือรัฐจีนไม่อุ้นบริษัทจีนแล้ว ต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้น
ค่าขนส่งระหว่างประเทศก็แพงขึ้น ภาษีส่งออกก็แพงขึ้น ปีหน้าเราอาจจะเริ่มเห็น
สินค้าจีนไม่มีส่งฟรี ราคาสินค้าเริ่มสูงขึ้น ถ้าเอาเข้ามาขายในไทยหรือประเทศอื่น
ก็จะมีราคาสูงพอสมควรละ

คงสรุปได้ว่า นับตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป อีคอมเมิร์สในไทย ผ่าน 3 ค่ายจากทุน
จีนและสิงคโปร์ ราคาคงขยับตัวสูงขึ้นทุกสินค้า แน่นอนว่าคนรับของบริษัทจีนมา
ขายก็ลำบาก คนซื้อก็ลำบาก คนไทยก็ซื้อของแพงขึ้น แต่ผู้ผลิตในไทยจะดีขึ้น
สินค้าบริษัทเล็กๆ ในไทยจะมีโอกาสขายออนไลน์ได้มากขึ้น ทุกอย่างคือซีโร่
ซัมเกมส์ เมื่อมีคนได้ก็ต้องมีคนเสีย

ดังนั้น จังหวะสำคัญนี้ลองหาสินค้าที่ผลิต
ในไทยหรือประเทศเพือนบ้านที่มีคุณภาพดีและทำตลาดได้ดีแน่ มาเตรียมไว้เลย
โดยส่วนตัวเชือว่ารัฐจีนต้องลดการอุดหนุนต้นทุน ลดอุดหนุนค่าขนส่่งอย่างแน่นอน
สินค้าจีนจะแพงแน่ๆ นั่นคือโอกาสของบริษัทเล็กๆ ของไทยหรือประเทศเพื่อนบ้านที่จะทำ
ตลาดออนไลน์ได้มากขึ้น และเราก็ต้องใช้สินค้าทีราคาแพงขึ้นบ้าง ตามวิวัฒนาการ
ของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งต้องมีคนได้และย่อมมีคนเสียด้วยกันเสมอครับ
11  ความรู้ทั่วไป / Cryptocurrency / Re: ****---ทำอะไรกันอยู่ BTC ขั้นแล้ว ---**** เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2019, 22:37:01
ถ้าขึ้นเยอะ เดี๋ยวแก็งค์นิวยูสบิทคอยน์จะกลับมารกกระทู้อีก

พวกเหยื่ออันโอชะ ของเซียนเทรดต่างประเทศ คือพยายามหลอกตัวเอง หลอกคนอื่นให้รวยเร็วๆ
สุดท้ายคนพวกนี้ก็ไม่เคยรวยสักที เพราะไม่รู้จริงสักเรื่อง พวกนี้จะท่องอยู่สองสามอย่าง

หนึ่งบอกว่า เงินดิจิตอลไม่มีใครคุมได้ หรือเป็นเจ้ามือได้ เพราะมันเป็นระบบกระจายตัว
แต่คนรวยจากบิทคอยน์จริงๆ เข้ารู้ว่าทุกการเทรดบนโลกนี้มีเจ้าที่อยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเป็นฟอเร็กว์ที่วากันว่า ใครก็คุมสกุลเงินไม่ได้ แต่กลุ่มพวกคนรวยต่างๆ เขาก็กุม
อำนาจการต่อรองสกุลเอาไว้ได้ ทุกตลาดการเงินทุกตลาดการเทรดย่อมมีเจ้าเสมอ

เทคโนโลยีมันไม่มีเจ้ามือจริง แต่ระบบพวกนี้มันมีขาใหญ่ลงสนามกันเพรียบ
อย่างบิทคอยน์นี้ ช่วงที่ราคาต่ำสุดๆ ก็มีข่าวเล็ดลอดมาว่า มาซาโยชิ ซัน เจ้าของซอฟต์แบงค์
ผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มอาลีบาบา สามสี่เดือนก่อนสงสัยหูดีว่าจีนจะโดนเล่นงานเรื่องไฮเทค
ป๋าซันโดดหนีจากเอเชีย ไปลงทุนสตาร์ทอัพเกษตรและเมืองแร่ในอเมริกาใต้ โดยเฉพราะที่บราซิล

ป๋าซันติดดอยบิทคอยน์อยู่สูงมาก อยู่ๆ เมื่อราคาตกลงมาต่ำสุดก็มีข่าวรั่วเรื่องนี้ออกมา บิทคอยน์ก็
กลับมาวิ่งฉิวอีกแล้ว จริงๆ แล้วคนรวยอย่าง บิล เกตต์ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก อีรอน มัค คนพวกนี้
เขาก็สะสมบิทคอยน์เอาไว้ทำการกุศล หรือบริจาคให้หน่วยงานที่เขาไม่อยากเป็นข่าว สมมุติเขาจะ
มอบเงินให้องก์กรรักข้ามเพศไปพัฒนาวิจัยเรื่องโรคเอดส์
คงไม่มีเศรษฐีคนไหน ออกเงินส่วนตัวให้คนรู้ว่าบริจาคเงิน รวมถึง การบริจาคให้วิกิพีเดีย โอเพ่นซอร์สอื่นๆ
การสะสมบิทคอยน์ของคนรวยล้นฟ้าพวกนี้ เป็นแค่การใช้งานเฉพาะตัว บางคนมีมากบางคนมีน้อย
แต่พอเอ่ยชื่นคนเหล่านี้ออกมา ราคาก็ดีดกลับมาอย่างมีนัยยะ ไม่ต้องสงสัยนะรอบนี้ฝรั่งเปิดเซฟรอเงินเข้าแล้ว

ผมจะบอกให้ว่า ARK Investor เป็นบริษัทลงทุนที่ออกเปเปอร์มาแล้ว พวกนักลงทุนหรือคนรวยชอบเดินตาม
ใครสนใจเอาชื่อบริษํทไปเสิร์จดูได้ ในยูทูปก็มีไวท์เปเปอร์ต่างๆ ให้ดู ถ้าคุณค้นคว้าและวิจัยการลงทุนแล้วนำหน้า
บริษัทนี้ได้ 6 เดือนรับรองไม่อดตายหรอก คนรวยๆ เดินตามทางบริษัทนี้เยอะ เพียงคุณรู้ว่าเขาจะไปทางไหน
เลือกหุ้น เลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินอะไรบ้าง ก็ไปเก็งกำไรตัดหน้าก็สบายแล้ว มีคนรู้จักคนหนึ่งส่งซิกว่า
ขาใหญ่ลงมาบิทคอยน์เต็มสตีมแล้ว หาช่องโกยเลยนะ ผมมารู้ทีหลังว่า คนรวยๆ นักลงทุนส่วนใหญ่ เชื่อ ARK
อินเวสเตอร์กันมาก พอมีบทวิจัยออกมามักจะไปอิมแพคให้ตลาดมันเพี้ยนไป

ใครบอกตลาดใหญ่มากๆ แบบฟอร์เร็กซ์ไม่มีเจ้าไหนปั่นได้ ใครบอกเทคโนโลยี่บล็อกเชนไม่มีขาใหญ๋ที่ไหนคุมได้
ส่วนใหญ่คือพวกปลาซิว ปลาสร้อย รู้ละเอียดในเชิงเทคนิคดีมาก แต่่่่่่่่่รู้ไม่จริงในเชิงทำธุรกิจ นั่นคือ ซีโร่ซํมเกม เกมมีผู้แพ้
และผู้ชนะเสมอ เพียงแต่บางคนแพ้ขาดทุน ก็ยังท่องเป็นนกแก้วนักขุนทองตามที่ตัวเองเชื่ออยู่นั่นละ คนพวกนี้เลยไม่
รวยซะที เพราะฉลาดแต่ด้านเทคนิคปลีกย่อย ส่วนเรื่องจะรวยนั้นไม่เคยรู้จริงๆ เลยว่าต้องทำอย่างไร คนรวยก็ยิ้มกันต่อไป
12  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / โลกเราเสี่ยงมากขึ้นหากบริษัทเทคไจแอนท์มีมูลค่าเกิน 2 ล้านล้านดอลล่า เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2019, 10:23:30
ช่วงนี้มีงานเขียนงานวิจัยของนักเศรษศาสตร์หลานคน เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบริษัท
เทคไจแแอนท์ MAGA ซึ่งมี M=microsoft, A=amazon,G=google และ A=apple
ที่มีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลล่า(32ล้านล้านบาท)มาแล้วหรือเกือบถึง มีหลายคนวิเคราะห์
ต่อไปว่า MAGA บริษัทไหนจะไปแตะ 2 ล้านล้านได้ก่อนกัน เพราะนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่
และนักวเคราะห์หุ้นหลายคนมองว่า บริษัทที่เกิน 2 ล้านล้านดอลล่าจะมีความมั่นคงได้เกิน
1 พันปีหรือบางคนบอกมั่นคงอย่างน้อย 1 หมื่นปี ซึ่งหนึ่งในไม้ใต้ของ MAGA คือบริการคลาวด์
และคลาวด์ซอฟต์แวร์ต่าง ซึ่ง ARK อินเวสต์เตอร์บริษัทวิเคราะห์การลงทุนชื่อดัง บอกไว้ว่าตลาด
คลาวด์ในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่า 12 ล้านล้านดอลล่า นั่นคือ ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับทุกคน
อย่างแน่นอน เพราะทุกๆ บริษัทเกือบทั้งโลกล้วนใช้บริการของ MAGA ซึ่ง MAGA ก็จะซื้อหุ้นตัวเองคืน
เพื่อดันให้ราคาหุ้นสูงขึ้น MAGA เหมือนช่วนสหรัฐดูดเงินจากทั่วโลกเข้าประเทศมากขึ้น 
สหรัฐก็นำเงินไปขยายอิทธิพลด้านอวกาศมากขึ้น ผ่านบริษัทเทคโนโลยีอวกาศเกือบพันแห่ง
กลายเป็นกึ่งรัฐกึ่งธุรกิจมากขึ้น MAGA ที่จะซื้อหุ้นคืนได้คือบริษัทที่มีเงินสดสูงมากๆ อย่างแอปเปิล กับไมโคร
ซอฟต์ ซึ่งกำลังทำอยู่ทุกวัน การมุ่งไป 2 ล้านล้านของ MAGA นั่นย่อมส่งผลกระทบกับพวกเราโดยตรง
หลายคนคงรู้ดีแล้วว่าแอปเปิลขายสินค้าแพงมากๆ อนาคตบริษัททั่วโลกล้วนพึ่งพาคลาวด์ของ MAGA
เหมือนพึ่งอากาศหายใจ คงจะโดนบวกราคาแพงแน่ๆ เพราะเอาไปซื้อหุ้นคืนและดันมูลค่าบริษัทให้ไปถึง
2 ล้านล้าน นั่นย่อมส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและไม่ดีต่อเราต่อลูกหลานเราทุกคน ดังนี้
ข้อดีคือ
- เราได้ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เร็วขึ้น ผ่านทางคลาด์เซอร์วิส
- การสื่อสารเร็วมากขึ้น ต่อเน็ตได้ทุกที่ ตอนนี้มีเทคโนโลยีที่เร็ว 5G ประมาณ 7 เท่าแล้ว
- มีรถไร้คนขับ เครื่องบินส่วนตัวไร้คนขับ แท็กซี่ไฮเทค บ้านแชริ่งไฮเท็ค
- MAGA จะซื้อหุ้นตัวเองคืนบ่อยมากๆ ใครจับจังหวะเป็นก็ทำกำไรได้ดีมาก
- เมื่อ MACA ซื้อหุ้นคืนมากขึ้น สหรัฐก็ดูดเงินจากทุกไปเทศเข้าไประดมเงินทุ่มด้านอวกาศได้
มากขึ้น ผ่านทางบริษัทไฮเทคต่างๆ
- คนมีเงินหลายคนได้ไปเที่ยวอวกาศเร็วขึ้น
- มีพลังงานสำรองนอกโลกเหลือใช้อีกนับล้านๆ ปี
- เมื่อนำพลังงานนอกโลกมาใช้ได้แล้ว สหรัฐก็ผลิตน้ำมันออกมามาทุ่มตลาดมากยิ่งขึ้น
น้ำมันก็ถูกลง ไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าสจากน้ำมันก็ถูกลง ไฟฟ้าก็ถูกลง ราคาพลังงานถูกลง
 อีคอมเมิร์สก็ยิ่งได้ประโยชน์ จะซื้อของจะกินจะจ่ายอะไร มันสะดวกรวดเร็วไปหมดเลย
- อื่นๆ


ข้อเสีย
- ราคาคลาวด์และซอฟต์แวร์แวร์คลาวด์ เพิ่มสูงมาก
- บริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่ใช้บริการคลาวด์ของ MAGA จะเพิ่มราคาขึ้น เพราะต้นทุนแพงขึ้น
เช่นที่เกี่ยวข้องกับคนไทย โตโยต้า ฮอนด้า สตาร์บัค ค่ายมือถือในไทย
- บริษัทขนาดกลาง ขนาดเล็กทุกประเทศ เจอกับต้นทุนสูงขึ้นจนแข่งขันยากขึ้นไปอีก
- ประเทศขนาดกลางขนาดเล็กจะถูกดูดเงินออกไปจากประเทศเร็วมากขึ้น คนชั้นกลาง
ทุกๆ ประเทศกระทบหนักกว่าคนชั้นอื่น รวมถึงทุกคนในบอดร์ดนี้ด้วย
- บริษัททุกบริษัททั่วโลกรู้จักเรามากกว่าเรารู้จักตัวเอง ยิ่งเขารู้จักเราเขายิ่งเสนอบริการ
ยั่วให้เสียเงินดีขึ้น รายจ่ายก็เพิ่มสูงตามไปด้วย
- เราจะได้เห็นคนสหรัฐเป็นหนี้ต่อหัวมากกว่า 2 เท่าคล้ายคนญี่ปุ่นเวลานี้ แต่ความเป็นอยู่ดีกว่าประเทศ
ไม่มีหนี้เลยหลายเท่าตัว
- อีกมากมาย


ผมเขียนขึ้นโดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวซีเอ็นบีซีเรื่อง 1 trillion dollar, stock buyback
ข้อมูลจาก ARK อินเวสเตอร์และนักวิเคราะห์หุ้นเมืองนอกสองสามคน
และข้อมูลจากคนสหรัฐฯ ลูกเสี้ยวไทยอีกท่านหนึ่งครับ

ก่อนจาก ใครคิดว่าจะคว่ำบาตรสหรัฐฯหรือไม่ยอมจ่ายค่าคลาวด์หรือซอฟต์แวร์คลาวด์ของเขาไม่เกิน 30 ปี
สหรัฐเขาเตรียมเครื่องมือทำลายดีเอ็นเอ โดยยิงรังสีไร้สีจากดวงจันทร์มากระทบกับดาวเทียมวงจรต่ำ
ขนาดเท่าทิชชู 100 ล้านดวงเพื่อให้ผู้นำหรือคนที่บอกไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย เพื่อให้สมองเสื่อม อายุสั้นลง
 และเกิดโรคง่ายขึ้น เหรียญมันมีสองด้านเสมอครับ เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องมองแต่ด้านสวยงามของโลกเข้าไว้
13  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / มาดูว่ากระแสโจมตีค่ายแอปเปิ้ลในช่วงที่ผานมา ใครคือคนที่ได้ประโยชน์ เมื่อ: 04 พฤษภาคม 2019, 12:40:06
จากข่าวที่ออกมาจากทั้งสื่อนอกบ้างสื่อ สื่อไทยหลายๆ สื่อเกี่ยวกับแบนด์แอปเปิ้ล
หลายคนคิดว่ายอดขายไอโฟนที่ลดลงในช่วง 5-6 เดือนก่อนคงทำให้หุ้นตกลงเยอะมาก
และคนถือหุ้นแอปเปิ้ลคงขาดทุนกระจุยแน่ ทำให้กองทุนหลายๆ ทั่วโลกขายทิ้งในราคาถูก
แต่มีคนหนึ่งที่เก็บหุ้นแอปเปิลอยางต่อเนื่อง คือ คุณ วอเรนต์ บัฟเฟต ซึ่งเขาประกาศถือหุ้น
แอปเปิลมาปีกว่าๆ แล้ว หลายคนคงไม่แปลกใจหรอก นับตั้งแต่หุ้นแอปเปิลตกลงจนถึงจุดต่ำสุด
คุณวอเรนต์ บัฟเฟต เป็นคนเดียวที่กล้าประกาศว่าจะทุ่มเงินส่วนตัวซื้อต่อไป
มาวันนี้ท่ามกลางข่าวแย่ๆ ของแอปเปิล หุ้นแอปเปิลกับหุ้นอเมซอน กระโดดขึ้นมาใกล้เคียงจุดสูงสุดเดิมแล้ว
นั่นทำให้คุณ วอเรนต์ บัฟเฟต กลายเป็นคนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากข่าวด้านลบของแบรนด์แอปเปิล
อย่างน้อยๆ รอบนี้แกน่าจะทำเงินจากหุ้นแอปเปิในช่วงสั้นๆ ได้หลายแสนล้านภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน
ส่วนหุ้นแอปเปิลในพอร์ตบริษัทของเขาก็คงกลับมาทำกำไรได้ต่อไป
ท่ามกลางข่าวร้ายย่อมมีข่าวดี นั่นคือ ข่าวร้ายของแอปเปิลในช่วงที่ผ่านมา คนที่ได้ประโยชน์สูงสุด คือ คุณวอเรนต์
บัฟเฟต แม้ว่ากองทุนในบริษัทตัวเองจะกำไรไม่มากแต่
สิ้นสุดสัปดาห์นี้ อเมซอน ไมโครซอฟต์ และแอปเปิล ก็มีมูลค่าบริษัทเกิน 32 ล้านล้านบาท (1ทิลเลียนดอลล์)
ส่วนกูเกิลยังติดภาระต้องจ่ายค่าปรับบ่อยเลยยังขึ้นมาไม่ถึงซะที หากใครนึกความใหญ่โตของบริษัทเหล่านี้ไม่ออก
ผมเทียบให้ก็ได้ว่าใหญ่กว่า ปตท. 18 เท่า ใหญ่กว่าบริษัทมือถือไทย 30 เท่า ใหญ่กว่าค้าปลีกดังๆ ไทย 50 เท่า
อันนี้ล้อเล่นใหญ่กว่าพอร์ตหุ้นของผม 1 หมื่นเท่า
สรุป คนได้ประโยชน์สูงสุดก็คือ วอเรนต์ บัฟเฟตครับ ส่วนผมก็ได้กำไรบ้างเพราะเมียกลัวบอกอย่าเล่นหุ้นตามคนแก่
ไม่อย่างนั้นคงฟันกำไรบานแล้วละ
14  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: Facebook นี่เขาใช้ sharehost หรือ vps ครับ เมื่อ: 15 เมษายน 2019, 14:29:05
มีดาต้าเซนเตอร์ของตัวเองหลายสิบแห่ง รองรับระบบคลาวด์ตัวเอง + AWS บางประเทศ
ลูกค้า เฟสบุค 2.6 พันล้านคน ลูกค้า Whatapps 1.4 พันล้านคน ลูกค้าอินสตาแกรม 800 ล้านคน

3 แอป เซอร์วิสหลักๆ อีกหลายร้อย กว่าจะอยู่ตัวคงอีกนานพอสมควร เพราะลูกค้าประเทศใหม่ๆ เพิ่มเรื่อยๆ
ถ้าคนใช้สักร้อยล้านคนแล้วคลาวด์ล่มนี้ ก็สมควรตำหนิ แต่คนใช้หลายพันล้านคนแล้วล่มบ้าง เพื่อปรับตัว
ระบบ และเซอร์วิสใหม่ๆ เอาแค่พัฒนาเซอร์วิสแบนไลฟ์ที่มีความรุนแรง ก็ยังใช้เวลาเป็นเดือนกว่าระบบจะอยู่ตัว

ไม่น่าแปลกถ้า google facebook มีคนใช้งานทั่วโลกแล้วล่มบ้าง เพราะผู้ใช้เพิ่มขึ้น ถ้าเป็นองค์กรธนาคาร
ลูกค้าไม่เกิน 100 ล้านล่มนี้ บางธนาคารอยู่บนคลาวด์แล้วด้วยก็ยังล่มเลย ธนาคารเซอร์วิสน้อยกว่า google
facebook เยอะ ถ้าธนาคารมีเงิน 10 ล้านล้านบาท ทำคลาวด์แบบเขาคงไม่ล่มหรอก เพราะฮาร์ดแวร์มันขยาย
ได้มากกว่าลูกค้าแล้ว ธนาคารทำดาต้าเซนเตอร์เองก็ไม่ได้ ไม่มีเงินพอ ซื้อคลาวด์ทั่วไปก็เสี่ยงความปลอดภัย
ถ้าฝีมือพัฒนาคลาวด์ไม่ถึง รับรองธนาคาเจ๊งแน่

ถ้าจะทำดาต้าเซนเตอร์แบบเฟสบุค เงินอย่างน้อยประมาณ 2 ล้านล้านบาทนะ ทีมพัฒนาอีกหลายพันคน ถึงจะ
รองรับคนรถับ 4-5 พันล้านคนไหว ไม่ทำแบบนี้ก็เจ๊งไปเอง
15  ความรู้ทั่วไป / Social Media Marketing / Re: สอบถามหน่อยค่ะ แฟนเพจโดนลบ อยากรู้ว่าโดนเพราะอะไรคะ เมื่อ: 11 เมษายน 2019, 17:24:55
ระบบ AI ของเฟสบุคน่าจะจำคุณได้ละครับ หากเคยทำ Amazon Aff จะรู้ดีว่า
เขาไล่แบนคนนั้นแบบต่อเนื่องเลย คาดว่าเฟสบุคก็คงจะเดินแนวทางนั้นละ
คือหากจำได้ว่าคนนี้ทำผิดแบบนี้แล้ว มันจะจำชื่อ สกุล เลขไอพี แมคแอดเดรส
ของเครื่องคอม จำรุ่นวินโดว์ได้ จำเราท์เตอร์ได้ จำชื่อแฟน ชื่อน้อง ชื่อญาติได้
ก็ไล่แบนเร็วขึ้นหน่อย
หากมีประสบการณ์ถูกแบนจาก Amazon Aff มาคงจะรู้วิธีแก้ไขบ้างก็คือ ล้าง
ข้อมูลตัวตน ล้างแนวทางเนื้อหา ล้างอุปกรณ์ ให้นึกเสมอว่าเราเกิดใหม่ในเฟสบุคแล้ว ไม่งั้น
ก็คงโดนแบนเรื่อยๆ ครับ แบนช้าแบนเร็วก็ขึ้นอยู่กับว่ามันรู้จักคุณคนเก่ามากแค่ไหน
ถ้ารู้เยอะ ก็ใช้เวลาไม่นานเท่าไรในการแบนไอดี

ทางที่ง่ายที่สุดคือเปลี่ยนแนวไปเล่นทวิตเตอร์แทนครับ ทางเก่าเดินต่อยากแล้วละ
16  ความรู้ทั่วไป / Search Engine Optimization / Re: RankBrain & Neural Matching อัลกอริทึมต่างกันอย่างไร และมีผลกับ SEO อย่างไร? เมื่อ: 30 มีนาคม 2019, 12:24:02
Neural Matching ไม่น่าจะธรรมดา คงต้องมีอะไรให้คิดเพิ่มอีกเยอะนะผมว่า ถ้าให้เดานะ อย่างค้นหาคำว่า "ต้องการรองเท้าวิ่งสบายเท้า" มันอาจจะเอาเนื้อหาเกี่ยวกับ "วิ่งแล้วปวดเท้าเพราะรองเท้าไม่ดี" อันนี้แย่เลยนะ เพราะต้องเขียนคีเวิร์ดดักกันอีกเยอะ


AI ทั้งสองตัวนี้ต่อยอดมาจาก Deepmind ครับ เป็นบริษัทอังกฤษที่กูเกิลซื้อไว้ เข้าไปดูผลงานในยูทูปได้ครับ
ช่องยูปทูปชื่อ Deepmind ปัจจุบันจะสร้างอัลกอลิทึ่ม AI แข่งกับเกมส์ ที่สำเร็จไปแล้วก็เกมส์โกะ ตอนนี้ในช่องยูทูปก็โชว์
ผลงาน Ai เล่นเกมส์ dota2 แข่งกับทีมมนุษย์ การแข่งความฉลาดกับมนุษย์ได้ ก็เหมือน Google แข่งกับ
ความฉลาดในความคิดของมนุษย์ ยิ่ง AI มันฉลาดกว่า กูเกิลก็จับความฉลาดมาเพิ่มใน AI การค้นหา มีหลายคนแปลกใจ
ว่าทำไมเขาถึงเน้นสร้าง ai แข่งเกมส์กับคน เพราะเขาต้องการให้ ai ไปดูดซับความฉลาดหรืออัลกอลิทึ่มจากคนเก่งๆ มา

Stadia หรือ การเล่นเกมส์สตีมมิ่งบนยูทูปนั่น คือ ai พวกนี้จะคอยดูดความฉลาดจากพวกอัลกอลิทึ่มในสมองดีมาต่อยอด
เรียกว่า สร้าง ai ขึ้นมากินหลายต่อ กินได้ทุกแนวรบ ทั้งเสิร์จ ทั้งรู้ใจคน ทั้งฉลาดกว่าคน อนาคตก็คือมันฉลาดมากกว่าคน
ทั่วไปแน่นอนเดาทางถูกหมด ใครฉลาดกว่า ai มันก็จะยอมตกเป็นเครื่องมือรับใช้ที่แสนเชื่องเพื่อเรียนรู้จากคนเก่ง


Deepmind ได้แนวคิดมาจาก อลัน ทัวริ่ง คนที่คิดค้นสร้างเครื่องจักรถอดรหัส เครื่อง อีนิกม่า ของนาซีในสงครามโลกครั้งที่สองนั่นละ
จนได้รับฉายาว่า เป็นบิดาแห่งยุคข้อมูลข่าวสาร หรือ ผู้คิดค้นอัลกอลิที่ม

อลัน ทัวริ่ง คิดว่า จะต้องไม่มานั่งถอดรหัสอยู่ทุกวันหรือทุกครั้ง ที่ทางนาซีเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ เปลี่ยนชุดคำสั่งใหม่
ด้วยการใส่สมองให้กับเครื่องจักรไว้เลย เรียกว่า สื่อสารกันรูปแบบเก่า รูปแบบใหม่ รูปแบบอนาคต เงื่อนไขสำคัญของ
นาซีคือข้อความที่ส่งนั้นจะมีอายุแค่เพียง 1 วันส่งวันละหลายพันหลายหมื่นข้อความ คนเป็นล้านมานั่งถอดรหัสก็ไม่หมด

ยังไงก็ไม่หมด แต่เครื่องจักรของ อลัน ทัวริ่ง ทำงานได้เร็วมากและถูกต้องเสมอ นั่นคือ เขาเลียนแบบการทำงานของสมองมนุษย์
อย่างแรก ก็คือ สร้างฮาร์ดแวร์(คอมพิวเตอร์) อย่างที่สองก็คือซอฟต์แวร์(มีโอเอส และ แอปต่าง) โหลด(เก็บ)ไว้ในหน่วยความจำก่อน
ทั้งหมดนี้เรียกว่า สมองของเครื่องจักร อลัน ทัวริ่ง หากนาซีเปลี่ยนเครื่องมือสื่อสารใหม่ อังกฤษก็สร้างแอปใหม่เพิ่มเติม(สมัยนั้นเรียกว่า
อัลกอลิทึ่มหรือสูตรทางคณิตศาสตร์) แล้วใส่เพิ่มลงไปในหน่วยความจำของเครื่อง หากเป็นคนถอดรหัสก็ต้องมาคิดมานั่งคำนวณกันใหม่อีกนาก

นั่นคือ เปรียบเทียบให้เห็นภาพ เครื่องจักร อลัน ทัวริ่ง กับคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันเหมือนกันคือ ต้องมีฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูง บ้านเรา
เรียกสเปคสูง แล้วก็ลงวินโดว์ไว้ สมมุติว่านาซีใช้โปรแกรม Word เข้ารหัส เราก็แค่ลง Word ไป ถ้านาซีใช้โปรแกรม photoshop เข้ารหัส
ก็เพียงแค่ใส่ photoshop เพิ่มไป หากมีรูปแบบการเข้ารหัสเป็นร้อยล้านรูปแบบ ก็ลงโปรแกรมถอดรหัสร้อยล้านแบบไปในหน่วยความจำ
ไม่จำเป็นจะต้องมาสร้างเครื่องจักรใหม่อีก
หรือต้องคอยให้คนมานั่งถอดรหัสใหม่อยู่ตลอดเวลา เครื่องทำงานได้เร็ว ทำซ้ำได้ง่าย แม่นยำมาก และถอดระหัสได้ทั้งวันทั้งคืน จนนาซีพ่ายแพ้ไปในที่สุด

บริษัท DeepMind ก็พัฒนาบนหลักการของ อลัน ทัวริ่ง เพิ่มขึ้นคือ นอกจากใส่ความรู้ในสมองคอมพิวเตอร์ให้มากขึ้น เปรียบเทียบได้คือ
ลงโปรแกรมให้วินโดว์ไปสักแสนโปรแกรม(คอมพิวเตอร์ในจินตนาการ) ทาง DeepMind ก็สั่งให้คอมพิวเตอร์นี้เอาองค์ความรู้จากหลายแสน
โปรแกรมที่คนใช้งานนี้มาคาดการณ์อนาคตว่า มนุษย์หรือคนนี้อยากได้โปรแกรมแนวไหน หน้าตาเป็นอย่างไร มีฟีดเจอร์อะไรบ้าง โดยดึงเอา
ความรู้จากการใช้งานของคนมาเป็นฐานความรู้เพื่อต่อยอดว่า โปรแกรมในอนาคตสำหรับคนนี้คืออะไร ทุกวันนี้ก็เรียก AI นั่นละ และ Deepmind
ก็ทำไม่ต่างจากบริษัทอื่นๆ ทำด้วย

แต่ DeepMind ต่างจาก AI ธรรมดา ก็คือ เขาใช้หลักการของ Deep Learning เข้ามาช่วย เพื่อให้การคาดการณ์ในอนาคตแม่นยำมากยิ่งขึ้น
นั่นคือ โปรแกรมใหม่ที่คอมพิวเตอร์สร้างมาให้คนนั่น มันจะต้องรู้จิตใจ รู้ความต้องการแทบทุกอย่าง ด้วยการเก็บข้อมูลผู้ใช้แบบละเอียดยิบ แล้วแยก
แยะคัดสรรฟีดเจอร์ที่ผู้ใช้นั่นต้องการใช้งานจริงๆ โปรแกรมมีขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง ปลอดบั๊ก

หลักการจริงๆ ของ Deep Learning มันจะพัฒนาความรู้ต่อไปให้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดสิ้นสุด หรือสิ้นสุดเป็นเวอร์ชั่นๆ ไป
แต่ตามหลักการของ อลัน ทัวริ่งแล้ว มันจะใส่ความรู้ของมันไปในหน่วยความจำโดยไม่มีวันที่เสร็จ
ถ้ามันเรียนรู้เสร็จก็หมายความว่ามันฉลาดกว่ามนุษย์ซึ่งไม่มีทางเป็นจริงไปได้ เพราะสมองเรามีโครงสร้าง
และการทำงานแบบควอนตัมที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้เลย แต่ Ai เก่งกว่าคนโง่นี้ไม่แปลกอะไร เพราะพวกนี้บรรจุความรู้ไว้ในสมองน้อย
อยู่แล้ว นั่นคือ อนาคต Ai อาจมองคนโง่เป็นแค่ขยะของโลกก็ได้ ต้องฆ่าทิ้ง แล้วมันจะยกย่องคนฉลาดว่าเป็นพระเจ้าของมัน

เปรียบ AI ธรรมดา กับ AI Deep Learning ได้เหมือนการปาเป้าลูกดอก หากเป็น Ai ธรรมดา ปาโดนเป้าก็ประสบความสำเร็จแล้ว แต่
ถ้าเป็น Deep learning ปาโดนเป้าไม่พอ ต้องเรียนรู้ต่อไปจนกว่าจะปาโดนจุดดำตรงกลางถึงเรียกว่าสำเร็จ นั่นคือ Deep Learning จุดประสบ
ความสำเร็จมันอยู่สูงมาก เรียกว่าสร้าง Ai แบบนี้ต้องใช้เวลานานมาก ต้องใช้พลังคอมฯ สูงมาก คนมักพัฒนาบนระบบคลาวด์

สรูปก็คือ Google ก็แยก AI Deepmind ออกไปในหลายๆ ด้านเท่านั่นละ ด้วยที่เป็นข้อมูลระบบใหญ่จึงพัฒนาไปได้ทีละนิด ถ้าเป็นบริษัทเล็กๆ
อาจทำ AI เป็นร้อยเป็นพันรูปแบบแล้ว อย่างพวกทำบอทเทรด เขาก็ทำ ai deepmind เป็นร้อยเป็นพันรูปแบบ เพราะมี
ข้อมูลไม่เยอะเหมือนกูเกิลจึงทำได้ง่าย ดังนั้นอย่าแปลกใจหากกูเกิลจะใส่ ai เข้ามาเรื่อยๆ จนกว่าความถูกต้องจะขยับจาก 70% ไป
เป็น 100% อาจจะใช้เวลานานเป็นพันปี หลายล้านปีหรือโลกนี้ไม่มีอยู่แล้วนั่นละ

ฝากไว้คอนเทนต์ดีนี้คือพระเจ้า ยังไงกูเกิลก็ต้องยอมให้พระเจ้า สายคอนเทนต์นี้จะยิ่งได้เปรียบเมื่อ ai ตัวใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา ยิ่ง Ai ฉลาด
ก็หมายความว่า Content is the King ก็ใช้ได้ตลอดไปครับ
17  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: สหรัฐฯ มุ่งสร้าง wi-fi ของโลกด้วยอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เมื่อ: 20 มีนาคม 2019, 20:35:52
เป็นดาวเทียมค้างฟ้า หรือวงโคจรต่ำครับ

 wanwan017

มี 2 วงโคจรอยู่ระดับต่ำหมดครับ วงต่ำสุดอยู่ที่ 100-120 กม.จากพื้นโลกมีจำนวนครึ่งหนึ่ง 6 พันกว่าดวง(ขนาดเล็ก)
และอยูที่วงโคจรต่ำบนระดับ 370-380 กม. อีกครึ่งหนึ่ง 6 พันกว่าดวง

ทั้งสองชั้นนี้หมุนรอบโลกด้วยอัตราเร็วเดียวกันครับ
พูดง่ายๆ ก็คือวิ่งวนอยู่บนฟ้าแบบอัตโนมัติหมุนรอบโลกด้วยอัตราเร็วเดียวกัน ดาวเทียมชั้นบนหรืออยู่สูงกว่า จะสื่อสารระหว่าง
ดาวเทียมเป็นหลัก ส่วนดาวเทียมต่ำสุดจะสื่อสารกับภาครับพื้นดินครับ

หากสังเกตุจากรูปในยูทูปดีๆ จะเห็นสองระดับนี้อย่างชัดเจน ภาพอนิเมชั่นบางคลิปทำดีเลย

ค่า network latency จะอยู่ที่ 2-3 ms ถือว่าเร็วมากๆ ซึ่งอินเตอร์เน็ตดาวเทียมยุคเก่า
ดาวเทียมจะอยู่วงโคจรสูง ระดับ 3,750 km เป็นส่วนใหญ่ ค่า network latency เลยสูงมาก
จนคนไม่อยากใช้ และมีอุปกรณ์พิเศษด้วย

ตอนนี้ยังไม่มีใครให้รายละเอียดได้ว่าล่าสุด spacex จะใช้เทคโนโลยีใดเป็นหลัก เพราะที่ส่งขึ้นไปทุกวันนี้
เป็นดาวเทียมอินเตอร์เน็ตจากประเทศอื่นๆ หรือหน่วยงานอื่นเป็นส่วนใหญ่
18  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / สหรัฐฯ มุ่งสร้าง wi-fi ของโลกด้วยอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เมื่อ: 20 มีนาคม 2019, 13:54:40
ผมรวบรวมข้อมูลจากช่องยูทูปและในกูเกิลนะครับ สามารถค้นหาว่า spacex starlink internet
สหรัฐฯ ต้องการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียม หรือ โครงการ wi-fi ของโลกผ่านบริษัทสเปซเอ็กซ์
แล้วจะได้ทุนมาจากไหน เมื่อสภาครองเกสได้อนุมัติงบในการสำรวจและหาพลังงานบนดวงจันทร์เป็นเงินมหาศาลมาก
ในกลางเดือนนี้ และได้ทุ่มเงินให้สเปซเอ็กซ์มากเกินพอที่จะเร่งทำให้โครงการนี้ให้เสร็จเร็วๆ ได้
พอคาดเดาได้ว่า สหรัฐฯ จะเร่งทำ wi-fi ของโลกผ่านทางสเปซเอ็กซ์ ส่วนจะประสบความสำเร็จไหม ไม่มีใครตอบได้
เพราะอินเตอร์เน็ตดาวเทียมก็เคยมีมานานแล้ว ยุโรปก็รีบไปกอดคอกับรัสเซียเพื่อร่วมชิงชัยด้วย

สเปซเอ็กซ์เพิ่งปล่อยดาวเทียมในโครงการ starlink หรือ wi-fi ของโลกไปประมาณหลักสิบ
ยังขาดอยู่แค่ 12,000 ดวงเอง เพื่อทำให้โครงการเสร็จในปี 2024 หรือ 2027 หลังจากได้สัญญาจ้างงาน
มหาศาลในโครงการอวกาศจากนาซ่าแล้ว คงไม่แปลกใจหากสเปซเอ็กซ์จะเร่งสร้างโครงการนี้ให้สำเร็จเร็วขึ้น

หลายคนสงสัยข้อความทวีตของคุณ โดนัล ทรัมป์ ว่าสหรัฐจะต้องเร่งพัฒนา 5g และ 6g โดยทันที
ทั้งที่ 6g ยังไม่มีใครวิจัยกันเลย
คำว่า 6g ของแกก็คือ wi-fi ของโลกนี่ละ คนแก่แล้วมักแก่เลยไม่รู้ว่า เทคโนโลยีมันคนละอย่างกัน ที่จริงคุณทรัมป์
ควรทวีตว่าต้องเร่งทำอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของประเทศ เพราะพื้นที่สหรัฐฯกว้างใหญ่มากตั้งเสาสัญญาณจนครบลำบาก
6g ของคุณทรัมป์ ก็คือโครงการ strarlink internet นี่ละ เพียงแต่ใช้สเปซเอ็กซ์เป็นนอมินี

พวกเราจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง
1. เล่นเกมร่วมกันได้ทั่วโลก เพราะค่าความช้าพอๆ กัน ความเร็วเน็ตเท่ากันทั่วโลก
2. ไปติดเกาะร้างที่ไหน ก็โทรผ่านแอป wi-fi ได้
3. เชื่อมต่อพวกหุ่นยนต์เดินได้ รถไร้คนขับ เครื่องบิน บล็อกเชน สมาร์ทโฮมต่างๆ ง่ายขึ้น
4. แพล็ตฟอร์มสตรีมมิ่งเร่งสร้างคอนเทนต์ดีๆ มาให้เสพเร็วขึ้น
5. ไม่ต้องเดินหาความแรงของสัญญาณให้เมื่อย เพราะเป็น wi-fi ที่ไร้พรหมแดน

ข้อเสีย ค่าเน็ตแพงกว่าไฟเบอร์บ้านเราพอสมควร สภาพอากาศมีผลต่อความแรง

5g คือ อนาคตของคนทั้งโลก หรือจะเป็น 6g ในนาม wi-fi ของโลกที่เข้ามาชิงชัยด้วย ไม่เกิน 5 ปีนี้รู้กัน
19  ความรู้ทั่วไป / Adsense / Re: ขอเสียงคนที่ยังทำ เว็บ Adsense หน่อย เป็นยังไงกันบ้างครับ เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2019, 19:40:14
2019 แล้วยังมีมั้ยครับ  Lips Sealed

รายได้น้อยลง คนทำน้อยลง แต่ยังเหลือคนทำอยู่อีกเยอะ
บางคนก็หันไปทำยูทูปเสริมหรือทำเป็นอาชีพไปเลย

หาเงินออนไลน์มันยากทุกแนวนั่นละ ขายของออนไลน์ก็ยาก ทำเว็บติดแอดก็ยาก
ทำแอฟฟิเลียตก็ยากขึ้น ทำยูทูปก็ยากขึ้นทุกวัน เพราะคนใหม่ๆ โดดเข้ามาแข่ง
มากขึ้น จึงเหลือแต่คนเก่า คนเก่งที่ยังรอดและสบายอยู่
20  พัฒนาเว็บไซต์ / CMS & Free Script / Re: มีท่านใดรำคาญ Editor แบบใหม่ของ WordPress บ้างครับ เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2019, 19:33:12
ผมว่าเขาดีไซต์ให้ไปทางโปรแกรมเวิรด์นะ ช่วงแรกๆ คนอาจไม่ชอบ
แต่พอพัฒนานานๆ ไป คนอาจจะติดใจกว่าแบบเดิมด้วยซ้ำ
มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ การพัฒนามาแนวใหม่ เขาคิดกันหลายคนมาก
ภายในกลุ่มโอเพ่นซอร์ส เขาเปิดวิพากย์วิจารณ์หลายครั้ง ก่อนจะเปลี่ยน
มาเป็นแบบใหม่
การเปลี่ยนอะไรให้ก้าวหน้ามากขึ้น ช่วงแรกๆ ก็ยุ่งยากลำบากบ้าง
ไม่เกินสองปีน่าจะปรับปรุงจนดีขึ้นมากละ ใครลำบาก็ใช้ปลั๊กอินไปก่อน
หน้า: [1] 2 3 ... 5