ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 6
1  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: 7 เมกะเทรนด์ ที่คนส่วนใหญ่มักมองไม่เห็น เมื่อ: 17 พฤศจิกายน 2019, 19:07:09
1. ดาวเทียมอินเตอร์เน็ตวงกว้าง
อินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียมสมัยใหม่ มีความสำคัญอย่างมากในยุคหน้า เพราะมันจะเข้ามารองรับ
อากาศยานไร้คนขับ โดรน รถยนต์ไร้คนขับ และเชื่อมโยงคนทั้งโลกด้วยดาวเทียมหลายหมื่นดวง
หลายแสนดวง และหลายล้านดวงในอนาคต ตอนนี้บริษัทสเปซเอ็กซ์ของอีรอน มัคได้เริ่มต้นก่อนคนอื่นๆ
เพราะรถเทสล่า จะมี AI และอินเตอร์เน็ตเพื่อทำให้ระบบไร้คนขับสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ระบบ 5g 6g หรือ 100g
ไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกทีบนโลกนี้ดังนั้น ดาวเทียมอินเตอร์เน็ตที่สมบูรณ์แบบกำลังจะมาภายใน 5-8 ปีนี้
โลกจะเปลี่ยนโฉมการเดินทาง การสื่อสาร และวิธีการใช้ชีวิตไปอย่างสิ้นเชิงครับ

2. ดาวเทียม GPS เวอร์ชั่นใหม่
ดาวเทียม GPS เฟสสามของสหรัฐ จะมีความแม่นยำในระดับ 5-30 เซนติเมตร ดังนั้นกูเกิลแม็ปยุคหน้า
จะคลาดเคลื่อนจากถนนจริงไม่เกิน 1 ฟุต แต่ยังไม่แน่ใจว่าสหรัฐจะปล่อยให้ใช้กันได้ช่วงไหน เพราะหลักๆ
มันเป็นดาวเทียมสำหรับทางการทหารของเขา มีหลายเฟส หลายชั้นวงโคจร หลายดาวเทียมที่จะต้องทำงาน
ร่วมกัน ทั้งดาวเทียมอินเตอร์เน็ต ดาวเทียมแรงโน้มถ่วง ดาวเทียมกล้องวงจรปิด ดาวเทียมชาร์พลังงาน
 
สหรัฐมีบริษัทปล่อยดาวเทียมหลายสิบบริษัทที่ปล่อยดาวเทียวได้ทุกวินาทีมาก จึงไม่ค่อยแน่ใจว่าจะปล่อย
ให้ใช้ช่วงไหน การระบุตำแหน่งแม่นยำมากขึ้น กระทบต่อมนุษย์แทบทุกคนเพราะถ้าแผนที่ดาวเทียมมีความ
แม่นยำเราสามารถนำข้อมูลสำคัญมาใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางเลย มีความสำคัญเยอะจริงๆ อนาคตอาจ
มี GPS ความแม่นยำสูงระดับมิลลิเมตรแน่ๆ แต่พวกเราคงตายไปก่อนไม่ทันได้มีโอกาสใช้ครับ

3. ดาวเทียมชาร์ทพลังงานไฟฟ้า
แน่อนว่าโลกยุคหน้าพลังงานไฟฟ้าจะมีความสำคัญอย่างมาก นิโกล่า เทสล่า เคยสร้างเทสล่าคอยน์เพื่อส่ง
พลังงานไฟฟ้าให้กับคนทั่วโลกผ่านทางแผ่นเปลือกโลก เป็นความฝันสูงสุดของเทสล่าที่พยายามผลักดันให้
คนทั่วโลกได้ใช้ไฟฟ้า แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเพราะพลังงานสูญเสียไปเยอะมากและใช้งานยุ่งยากมาก
แต่อนาคตอันใกล้นี้ พาหนะไร้คนขับต่างๆ มักขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่
การมีดาวเทียมชาร์ทพลังงานจะช่วยเติมเต็มสิ่งต่างๆ เหล่านี้ สร้างความฝันที่เป็นจริงให้กับ เทสล่า ที่อยากเห็น
พลังงานไฟฟ้าเป็นของฟรีสำหรับทุกคนซะที(แต่คงเป็นจริงยากมาก) เมื่ออยากหนีไปอยู่เกาะร้างก็สามารถซื้อ
ไฟฟ้าส่วนตัวใช้ส่วนตัวได้เลย โลกเราจะเปลี่ยนเร็วขึ้นไปอีกหลายเท่า

4. ดาวเทียมวัดแรงโน้มถ่วง
ดาวเทียมวัดแรงโน้มถ่วง ช่วยให้เราคลาดการณ์แผ่นดินไหว ทอร์นาโด สึนามิ ฟ้าผ่า และอื่นๆ ปัญหาสำคัญของโลกนี้
คือปัญหาจากธรรมชาติ การขุดเหมือง ทำเกษตร เลี้ยงสัตว์ต่างๆ ทำให้เกิดมลภาวะขึ้นอย่างมากมาย บางบริษัทเลี้ยง
ไก่แบบปิดตาย จนไก่สายพันธ์นั้นมันคิดว่ามันเกิดมากินแล้วก็ตาย มันก็เกิดมากินเท่านั้น

จนเราแน่ใจแล้วว่า มันสูญเสียความเป็นไก่ไปหมดแล้ว มันเป็นไก่สายพันธ์ที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นสัตว์
หน้าที่ของสัตว์คือการสืบพันธ์ ขยายเผ่าพันะ และพัฒนาสายพันธ์ของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น
นี่คือตัวอย่างว่า บางคนกำลังสร้างความร่ำรวยบนมลภาวะของโลก พูดง่ายๆ ก็คือ คนยุคก่อนคิดว่าทำอะไรก็ได้ให้รวย
มากยิ่งขึ้นโดยไม่สนผลกระทบ

หากปล่อยไปนานๆ คนพวกนี้จะลุยทรัพยากรของโลกจนโลกสูญเสียแรงโน้มถ่วง
ไปจนเกิดภัยพิบัติตามมา ขุดเหมือง ขุดน้ำมัน ทำลายความอุดมสมบูรณ์ต่างๆ ให้หมดไปโดยเร็ว เพียงให้ตัวเอง
รวยเหมือนกับมหาเศรษฐีในโลกยุคดิจิตอล ดาวเทียมวัดแรงโน้มถ่วงจะช่วยอธิบายหายนะต่างๆ ที่เกิดขึนบนโลกนี้


5. การทำเหมืองแร่บนดวงจันทร์
อีก 50-100 ปีข้างหน้าสหรัฐขุดทองคำและไททาเนียมได้แค่เท่าพื้นที่ของประเทศไทย
ในอนาคตไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกแล้ว ทองคำนำไฟฟ้าได้ดีมาก ก็จะถูกนำมาใช้แทนทองแดง
หรืออลูมิเนียมในชิปไอซี สายไฟ หรือสายสัญญาณต่างๆส่วนไททาเนียม ก็ใช้ทำอากาศยานไร้คนขับ
รถยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ ตึก อาคารสมัยใหม่ นั่นคือมูลค่าของไททาเนียมและทองคำ
บนดาวเคราะห์น้อยหลายล้านดวง จึงมีมูลค่ามหาศาลมาก ประมาณ 3 พันล้านล้านดอลล่าร์

นี่ยังไม่ได้นับรวมฮีเลียมทรีหรับทำพลังไฟฟ้านิวเคลียร์สะอาด และแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ
หากสหรัฐทำสำเร็จได้เร็วเท่าไร สะสมแร่ธาตุราคาแพงได้หมด หากวันหนึ่งสหรัฐมีทองคำเท่า
ขนาดประเทศไทย ก็จะรวยกว่าประเทศต่างๆ อีกร้อยเท่า และประเทศต่างๆ
ก็แทบไม่มีความสำคัญอะไรอีกแล้วกับสหรัฐ

การคิดว่าตัวเองเป็นพลเมืองของโลกจะช่วยให้ทุกคนอยู่กับโลกอนาคตได้อย่างเหมาะสม
ต่างไปจากนี้ตัวใครตัวมันแน่นอน ดังนั้น ทุกคนต้องรู้ภาษาอังกฤษ ต้องเข้าใจว่าสังคมโลก
เขาวางแผนกันอย่างไร คิดอย่างไร ทำอย่างไรกันบ้าง ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในเวทีโลก

ตัวอย่างที่ดี คือวงการเพลงเกาหลี พวกเขาประสบความสำเร็จเพราะพวกเขาคิดว่าพวกเขาเป็นประชากรโลก
ไม่ว่า ภาษา เทคโนโลยีสะอาด เสรีนิยม แฟชั่นสากล สังคมแห่งความก้าวหน้า
และคุณภาพการศึกษาที่ดีระดับโลก  ต่างไปจากนี้ก็ตัวใครตัวมันครับ อีก 50-80 ปีข้างหน้า
รับรองว่าโลกจะทิ้งคนไม่ทันโลกไปหลายเท่าตัวมากๆ

6. พลังงานนิวเคลียสะอาด
แน่นอนว่า เมื่อมนุษย์นำแร่ธาตุต่างๆ มาจากดวงจันทร์ดาวเคราะห์น้อยแล้ว ก็ต้องเอามาทำประโยชน์แน่ๆ
หนึ่งในนั้นก็คือ ฮีเลียมทรี ซึ่งจะช่วยให้เราสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แบบสะอาดได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
การมีพลังงานสะอาดใช้ราคาถูกเหมือนได้เปล่าจะเปลี่ยนแปลงสังคมและชีวิตคนเราไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่า
จะเป็น ระบบไฮเปอร์ลูป ซึ่ง อีรอน มัค ทำระบบกึ่งไฮเปอร์ลูปหรือไฮเปอร์ลูปใต้ดินไปแล้วเรียบร้อยแม้ว่า
ตัวรถจักรจะพัฒนายังไม่ถึง 1300 กม./ชม ก็ตามแต่ อีรอน มัค ก็กำลังเดินหน้าสร้างรางจริงระหว่าง
นิวยอร์ก ไปถึงกรุงวอชิงตันแล้วครับ

ส่วนยุโรปผมก็ไปดูงานเปิดตัว ไฮเปอร์ลูปของยุโรปที่เนเธอแลนด์ มีหลายบริษัท
ลงทุนด้านนี้แบบจริงจังเยอะทีเดีย นอกจากนั้นพลังงานไฟฟ้าสะอาดราคาถูกยังช่วยธุรกิจการเดินทางต่างๆ
ที่ไร้คนขับ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอีกต่อไป สถานีชาร์ทไฟฟ้าฟรีจะมีอยู่เต็มไปหมดที่ร้านกาแฟ

7. ระบบคลาวด์ แบบ container
คลาวด์คอมพิวติ้ง เป็นเมกะเทรนด์ที่ต้องอยู่คู่กับโลกนี้ไปอีกนานควบคู่กับอินเตอร์เน็ต แต่สิ่งที่จะมาเปลี่ยน
แปลงระบบทำงานต่างๆ ของมนุษย์ก็คือ ซอฟต์แวร์แทบทุกชนิดที่ทำงานร่วมกับคลาวด์ และคลาวด์เหล่านั้น
มีพื้นฐานอยู่บนแฟลตฟอร์ม container หรือ เนทีฟคลาวด์(เป็นซอฟแวร์ที่อยู่บนคลาวด์ตั้งแต่เกิด)
ง่ายๆ ก็คือ ซอฟต์แวร์เหล่านี้ เช่น Google เฟสบุค อเมซอน ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ
ล้วนถูกสร้างด้วยแพล็ตฟอร์ม container ที่ประกอบด้วยฟังก์ชันและข้อมูลแบบ
เล็กๆ แบกแยกการส่วนทำงานในพื้นที่เดียวกันหรือต่างคลาวด์ก็ได้
แฟลตฟอร์ม container หรือ เนทีฟคลาวด์ จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตคนส่วนใหญ่ไปอย่างสิ้นเชิงผ่านทางคลาวด์

8. Deep Learning ขั้นสูง
Deep Learning หมายถึง การสร้างระบบเลียนแบบความคิดมนุษย์ในระดับสูงขึ้น ง่ายๆ ก็คือ
ให้ AI มันเก่งและฉลาดในระดับโลกความแตกต่างระหว่าง AI กับ Deep Learning
คือ ความฉลาดในด้านต่างๆ AI จะฉลาดเพียงจุดหนึ่งด้านหนึ่งเท่านั้นไม่สามารถทำงานแทนคนได้จริง
แต่ Deep Learning คือมันทำงานแทนคนได้แทบทุกด้านในสาขานั้นๆ
แต่ก็มาพร้อมการลงทุนที่มหาศาลด้วยเช่นเดียวกัน มีความเสี่ยงขาดทุนสูงมากหากสร้างไม่เป็น
 
ส่วนความแตกต่างระหว่าง AI กับ Analytic คือ AI มันจะคิดค้นสมการคณิตศาสตร์ขึ้นมาเอง
ส่วน Analytic จะคำนวณคณิตศาสตร์ง่ายหรือมีสูตรตายตัวอยู่แล้ว เช่น สมการเชิงเส้น
นั่นคือ ปัจจุบันนี้เรายังใช้ Analyticคำนวณเป็นส่วนใหญ่ ยังเป็น AI บวก Analytic เป็นส่วนใหญ่
ยังไม่ถึงยุค Deep Learning จริงๆ ซะทีคงอีกไม่นานแล้ว เราจะได้เห็นความฉลาดของ AI จริงๆ ซะที
หลังงานวิจัยเรื่อง Deep Learning ก้าวหน้ามาเยอะเลย มันจะเปลี่ยนโลกไปอย่างสิ้นเชิงเลยครับ

เนื่องจากผมไปอยู่เมืองนอกมาตั้งแต่เด็กๆ จึงอ่านข่าว อ่านหนังสือภาษาไทยน้อยมาก เข้าบอร์ดนี้
ก็บอร์ดเดียว เพราะต้องการซื้อสคริปต์อเมซอน และคลิกแบงค์เท่านั้น แล้วก็นำไปให้คนอินเดียพัฒนา
สคริปต์ตามที่ผมต้องการอีกที ก็มาเจอบอร์ดนี้ก็ผ่านมาทางกูเกิลในช่วงที่ย้ายกลับบ้าน เพราะส่วน
ใหญ่ชอบเล่นบอร์ดเมืองนอกเป็นหลัก นอกจากนั้นยังชอบเดินทางไปอยู่ในที่อื่นๆ บ่อยด้วย

กระทู้นี้เป็นแนวความคิดเห็นของผมคนเดียว ให้แฟนตรวจดูต้นฉบับแล้วคงไม่ได้พาดพิงใคร
เนื้อหาเหล่านี้ได้มาจากการอ่านงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก หลายร้อยบทความ
แล้วนำมาสรุปใจความสำคัญเพื่อให้เห็นภาพที่คนทั่วไปมองข้าม เมกะเทรนด์บางอันก็เกิดขึ้นเร็ว
บางอย่างเกิดขึ้นช้า แต่ผมเชื่อว่ามันต้องมาแน่นอนครับ  

สิ่งสำคัญคือเราจะต่อยอดเรื่องเมกะเทรนด์ให้กับคนที่เรารักได้อย่างไร ผมไม่ชอบผูกมัดตัวเอง
ทำในสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองเท่านั้น ชอบเดินทาง ชอบมีบ้านพักหลายๆ ที่ มองเห็นโลกนี้เป็นเพียงก้าวแรก
ก้าวต่อไปของมนุษย์คือต้องย้ายไปอยู่ดาวอื่น
ผมเอาข้อมูลเหล่านี้มาคุยกับแฟน คุยกับลูกเพื่อให้เขาปรับตัวเป็นพลเมืองของโลกเท่านั้นเอง
เป็นทรัพยากรของโลก นี่คือหน้าที่หลักในการเกิดมาเป็นมนุษย์ ทุกคนก็เช่นเดียวกันครับ
2  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / 7 เมกะเทรนด์ ที่คนส่วนใหญ่มักมองไม่เห็น เมื่อ: 17 พฤศจิกายน 2019, 19:06:42
ผมเรียนจบด้านอวกาศ ทำงานเป็นเอาท์ซอร์ทอิสระด้านโปรแกรม Matlab/Simulink ให้หลายบริษัทในด้าน
การพัฒนาชิปไอซี สร้างแบบจำลอง AI และ Deep Learning ก่อนจะหันมาหาเงินกับอเมซอน คลิกแบงค์
แอดเซนต์ และเงินดิจิตอล เมื่อ 8-9 ปีก่อน

ปัจจุบันได้ผันตัวเองมาสะสมหุ้นไอทีของสหรัฐ และพยายามสร้างแบบจำลอง
AI สำหรับเทรดหุ้น มีโอกาสอ่านงานวิจัยและจ้างเอาท์ซอร์สนักศึกษาอินเดียรีเสิร์จข้อมูลช่วย สามารถ
สรุปเป็นเมกะเทรนด์ต่างๆ ที่คนมักมองข้ามตามด้านล่างนี้ ส่วนเมกะเทรนด์อันอื่นที่คนทั่วโลกรู้กันแล้ว
ผมไม่ขอพูดถึงเพราะสามารถเข้ากูเกิล ค้นหามาอ่านเองได้อยู่แล้วครับ

กระทู้นี้เกิดขึ้นจากมีน้องสาวคนหนึ่งถามหลังไมค์มาหลายเดือนละว่ามีเมกะเทรนด์อะไรบ้างที่น่าสนใจ
ในความคิดของผมในการทำเงิน พอดีช่วงนั้นผมพาครอบครัวไปเที่ยวยุโรปและสหรัฐ เกือบสองเดือน ก็ไม่ว่างตอบ
พออยากตอบก็เลยเขียนเป็นกระทู้แบ่งบันให้คนอื่นๆ ด้วย เมกะเทรนด์หลักๆ ที่คนทั่วไปมองไม่เห็น มีดังนี้

1. ดาวเทียมอินเตอร์เน็ตวงกว้าง
2. ดาวเทียม GPS เวอร์ชั่นใหม่
3. ดาวเทียม ให้พลังงานไฟฟ้า
4. ดาวเทียมวัดแร่งโน้มถ่วง
5. การทำเหมืองแร่ที่ดวงจันทร์
6. พลังงานนิวเคลียร์สะอาด
7. ระบบคลาวด์ แบบ Container
8. Deep Learning ขั้นสูง

7-8 ปีก่อน ผมหันเหชีวิตมาหาเงินอเมซอน คลิกแบงค์ ก่อนก็มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ
สามารถลงทุนในบิทคอยน์และบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐ จนสามารถเกษียณจากงานอื่นๆ
ได้แล้ว บอกก่อนนะ สมัยนี้หาเงินแบบเก่าๆ ไม่รวยแล้วครับ ทั้งยาก ทั้งใช้เวลา เงินทุน
และแรงงานมากเกินไป นั่นคือ การหาเงินออนไลน์แบบเก่ามันไม่ทำให้รวยแล้วครับ ผมรัป
กันได้ว่า แนวทางเก่าๆ ทำรายได้ไม่เยอะแล้ว
 
โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว สมัยก่อนเงินดิจิตอลเป็นที่รังเกียจของคนส่วนใหญ่ แต่เพื่อน
ผมและผมกลับมองเห็นจากงานรีเสิร์จว่า เงินดิจิตอลมีไอเดียในการออกแบบระบบที่ดี
และเติมเต็มช่องว่างของระบบการเงินโลก จึงเอารายได้บางส่วนมาลงทุนในบิทคอยน์
และหุ้นไอทีในสหรัฐ เมื่อรูปแบบการหาเงินสมัยก่อนมันไม่วือหวาเหมือนเดิม

ผมหันมาหาเงินจากการลงทุนในหุ้นเมกะเทรนด์ในตลาดหุ้นสหรัฐ กองทุนอสังหาฯ
และกองทุนต่างประเทศ โดยใช้ Deep Learning ของเพื่อนและของตัวเองในการวาง
แผนการลงทุน แบบจำลองการเทรดหุ้นของผม เขียนขึ้นด้วย MATLAB/Simulink
ดังนั้น มันจึงไม่มีใครใช้งานมันได้เลย ยกเว้นเพื่อนผม ส่วนเงินดิจิตอลตอนนี้ก็สะสมไว้
ขำๆ แค่นั้น เพราะทุกวันนี้มีความเสี่ยงเยอะเกินไป การลงทุนหาเงินได้จริงแต่ถ้า
คุณไม่สร้าง AI เทรด AI จัดพอร์ตการลงทุนด้วยตัวเอง ยังไงก็ไม่รวย เมกะเทรนด์คือ
การลงทุน แต่ถ้าคุณให้ AI ของคนอื่นลงทุน นั่นคือ คุณได้แค่ 4-8 % ต่อปีเท่านั้น

ผมไม่ได้เล่นหุ้นไทยนะแต่อาทิตย์นี้ลองเขาไปอ่านงบข้อมูลต่างๆ ในเว็บตลาดหลักทรัพย์
สิ่งที่ผมเห็นก็คือ บางบทความนั้นแปลมาจากเว็บเมืองนอก แต่เปลี่ยนใจความสำคัญ
หรือเปลี่ยนข้อมูลบางอย่างเพื่อให้คนเข้าใจผิด ตัวเลขผิด ถึงแม้มีแค่บทความเดียวก็ตาม
ทำไมถึงไม่อ่านก่อนจะอัพหรือแชร์ขึ้นไป เหมือนจงใจแนะนำว่าตลาดหุ้นไทยทำกำไรสูงมาก
หากคนตรวจสอบข้อมูลเป็นก็ดีไป แต่เชื่อว่าหลายคนคงเชื่อไปเลยนั่นละ ใครรวยเป็นแสนล้าน
ด้วยข้อมูลเหล่านี้ได้ คงกลายเป็นซูเปอร์แมนแน่ ขำๆ นะ สินทรัพย์ของบริษัทใหญ่ๆ ในไทย
หลายบริษัทลดลงเรื่อยๆ ยกเว้นบริษัทผูกแขวนผูกไว้กับทั้งชาติไม่กี่บริษัทเท่านั้นละที่โตขึ้นบ้าง
แต่ก็โตได้แค่นี้ละ เพราะคิดนวัตกรรมไม่เป็น

สำหรับผลตอบแทนในการลงทุนที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ ที่ได้จากแบบจำลองการลงทุน
ของเพื่อนผมและของผม คือ กองทุนอสังหาต่างประเทศและตลาดหุ้นสหรัฐครับ
ผมมีเพื่อนฝรั่งปีที่แล้วได้ผลกำไรจากตลาดหุ้นสหรัฐ 237 เปอร์เซนต์
นั่นคือ เขาลงเงินไป 100 ล้านดอลล์แล้วได้เงินเข้าบัญชี 337 ล้าน โดยใช้เวลาเพียง 10
เดือนกว่าๆ เขาก็ลงมือพัฒนา AI เทรดหุ้นของตัวเองเช่นเดียวกัน มีทีมงานเก่งๆ หลายคน

การได้เจอได้พบคนเก่งยิ่งทำให้เราเก่งขึ้นด้วย ก่อนเข้ามหาลัยสหรัฐผมได้ไปเรียนภาษาเพิ่มเติม
เนื่องจากผมสอบเทียบจบมอ 6 เร็ว จึงบินไปเรียนภาษาไปอยู่กับน้าสาวที่ได้แฟนฝรั่งในนิวยอร์ก
แล้วชีวิตก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงผมได้เห็นพิพิธภัณฑ์ เอดิสัน ,ห้องเอกสารเทสล่า , บ้านไอน์สไตน์
และเบลแล็บ ซึ่งการไปดูงานที่เบลแล็บคือผู้จุดประกายให้ฝึกเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในช่วงปีสองพัน
จากอดีตวิศวกรของเบลแล็บที่อยู่ติดกับบ้านน้าเขยฝรั่ง

ช่วงนั้นทุกบริษัทต้องการแก้ไขปัญหาปีสองพันกันอย่างเร่งด่วน ผมเลยได้ทำงานเอาท์ซอร์สด้านคอมพิวเตอร์
เป็นครั้งแรกและได้ทำมาจวบจนทุกวันนี้ เบลแล็บเป็นผู้คิดค้นภาษาซีขึ้นมา
ดังนั้น ผมจึงมีซอร์สให้เรียนรู้ได้เยอะมาก พอยื่นโปรไฟล์เข้าเรียนมหาลัยระดับชั้นนำของโลกก็เลยได้เข้าเรียน
ชีวิตผมเจอผมเห็นคนเก่งๆ มาเยอะ สิ่งเหล่านี้มันทำให้ผมถนัดในการอ่านงานรีเสิร์จด้านต่างๆ ตั้งแต่เด็ก
ไม่มีใครวิ่งทันการเปลี่ยนแปลงหรอก พวกเราทำได้เพียงหาโอกาศจากสิ่งเหล่านี้ แล้วรอรับมือมัน
3  ความรู้ทั่วไป / E-commerce / Re: สัมภาษณ์เจ้าของซีพี การทำธุรกิจ ปัญหาและอุปสรรค แนวคิดการทำธุรกิจให้สำเร็จ เมื่อ: 15 ตุลาคม 2019, 14:10:15
ขอบคุณอะไรกัน ดูคลิปหรือยัง แนวคิดไม่ผ่านครับ

ใช่ครับ แนวคิดแบบ ธุรกิจครอบครัว หรือ กงสี แบบนี้ ไม่ผ่านแน่นอน
การคิดว่าธุรกิจในประเทศตัวเอง ธุรกิจในกลุ่มประเทศตัวเอง เป็นแบบกงสี ไม่ผ่านแน่นอน
ไม่ใช่ความคิดเห็นผมนะ มีมหาเศรษฐีคนหนึ่งที่ผมสนิท เป็นลูกเสี้ยวไทยนิดๆ ไปพบเห็น
ลูกชายและญาติของเจ้าสัวใหญ่ในเมืองไทยหลายคน ไปล็อบบี้องค์กรระหว่างประเทศ

ใครมีไอดีเน็ตฟลิกซ์ อยากให้ดูสารคดี Dirty Money มีสองตอนสำคัญคือธนาคารฮ่องกง และ บริษัทรถยนต์โฟล์ก
ที่โดนเปิดโปงว่าทำผิดกฏหมายอย่างชัดเจน แต่ไม่มีใครจัดการได้ ยกเว้นสหรัฐเท่านั้น บีบให้ออกไปได้
กลุ่มธุรกิจโบราณเหล่านี้ จะใช้สื่อโหมให้คนทั่วไปโง่ แล้วหลอกหลวงคนทั้งโลก ว่าเป็นบริษัทดีมากๆ

ดูสารคดีอาจจะคิดว่า มันช่างกล้าทำนะ ผมได้ฟังข้อมูลที่คนพวกนี้ไปนำเสนอต่อองค์กร
ระหว่างประเทศแล้ว ทำให้ตัวเองฉุกคิดขึ้นได้เลยว่า ทำไมคนพวกนี้ไม่กล้าเข้าไปตลาดหุ้นในอเมริกา
ไม่กล้าไปทำธุรกิจในยุโรปแบบจริงๆ จังๆ ทำไมยังมาวนเวียนมาโปปากานดาสื่อในประเทศตัวเอง
และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน พอได้ยินข้อมูลว่าคนพวกนี้วิ่งเต้นไปยังองค์กรของโลก อ้อ ที่เราเห็น
คนกลุ่มนี้ลงทุนในสื่อ จ้างสื่อ จ้างคนโหมโปปากานดาในโซเซียลมีเดีย เพราะเขาหวังว่า องค์กรต่างๆ
ของโลก จะยอมให้บริษัทในตลาดหุ้นที่บริหารงานแบบกงสีนี้ เป็นสิ่งที่ผมรับกันโดยทั่วไปได้ในตลาดหุ้น
สากล

เจ้าสัวใหญ่ๆ ในย่านนี้พยายามเรื่องนี้กันอย่างมาก เพราะดิจิตอล ดิสรัปชั่น
มันมาทำให้บริษัทของพวกเขาโตยากขึ้น ง่ายๆ เลยก็คือ ธุรกิจแบบโบราณมันสร้างนวัตกรรมไม่ได้อยู่แล้ว
มันจึงโตไม่ได้ การผูกขาดตลาดได้จึงเป็นทางออกเดียว และถ้าจะผูกขาดประเทศ
อื่นได้ ก็ต้องมีองค์กรโลกมาสนับสนุน หรือมหาลัยชั้นนำบางแห่งออกมายอมรับ โชคดีว่ามหาลัยชั้นนำเขามีงานวิจัยมานาน
แล้วว่า การบริหารแบบกงสี ไม่ใช่แนวคิดที่ถูกต้องและทำให้เกิดทุกจริตง่ายและบ่อยมาก เขายกตัวอย่าง
บริษัทเกษตรชั้นนำของบราซิล ที่ผู้บริหารงานออกไปซื้อบริษัทเกษตรทั่วโลก จนเป็นบริษัทเกษตรอันดับหนึ่ง
ของโลก มีหุ้นไปทั่วโลก แต่แล้วนำความคิดแบบกงสีไป
ใช้ท้ายที่สุดก็พบว่า บริษัทนี้จ่ายเงินให้นักการเมืองข้าราชาการและธนาคาร เพื่อให้ปล่อยกู้เงินไปลงทุนต่างประเทศ
พอเปิดข้อมูลออกมา บริษัทก็เจ๊ง พวกรับเงินก็ติดคุกอยู่

หลายคนบอกแต่ละประเทศ แต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ย่อมใช้วิธีที่ต่างกันออกไป อันนี้ก็แล้วแต่คนจะคิดนะครับ
แต่เงินเกือบทั้งโลกอยู่ใน สหรัฐ แคนาดา ยุโรป อเมริกาใต้ ออสเตเลีย 78% หากเจ้าสั่วใหญ่ๆ ออกจากระแวกนี้
ไม่ได้เพราะตลาดเงินทั่วโลกเขาไม่ยอมรับ เราจะเห็นการจ้างสื่อออนไลน์หรืออินฟูเรนท์เซอร์ต่างๆ มาโปรโมทกัน
หนักขึ้นกว่านี้เพราะแนวคิดโบราณนี้ เขากลัวว่าคนส่วนใหญ่จะรู้จักพวกเขา ว่าทำไมถึงทำกันแบบนี้ แล้วก็บางอ้อ

เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ข้อมูลส่วนใหญ่ผมดูจากงานวิจัยของมหาลัยชั้นนำ 1-10 ของโลก และสารคดี
ของเน็ตฟลิกซ์ โนวา ซีบีเอส ซีเอ็นบีซี และบีบีซี ครับ ส่วนสื่ออื่นๆ บูมเบิร์ก รอยเตอร์ ล้วนได้เงินจากกลุ่มธุรกิจ
แบบนี้นะครับ หลายสื่อในลอนดอน ฮ่องกง สิงคโปร์นี้ เขาโปรธุรกิจแบบกงสีนะครับ ข้อมูลหลายอย่างดีแต่ซ่อน
ไว้คือ ชักนำให้คุณเชื่อว่าการบริหารแบบกงสี แบบเทมาเสก แบบจุดจุดจุด เหมาะสำหรับคุณจริงๆ นอกจากนั้น
ยังมีอินฟูเรนเซอร์มากมายมาคอยอวยให้อีก แท้ที่จริงแล้วเขาโปรยเงินให้เล็กๆ น้อยๆ จากผลประโยชน์ที่พวกเขา
ได้รับ

การดิสรับปชั่่น มันไม่ได้พังแค่ธุรกิจแนวคิดการบริหารแบบโบราณเท่านั้น มันยังทำลายอนาคตของประเทศเหล่านั้น
ไปด้วย การโปปากานดาของสื่อต่างๆ จึงเป็นทางออกเดียวที่แนวธุรกิจแบบกงสีจะอยู่รอดได้ พวกเขาเชื่อมั่นว่า
ทำให้คนส่วนใหญ่โง่เท่านั้นจึงจะรอด เราจึงได้เห็นงก์กรระหว่างประเทศออกรายงานว่า สิงคโปร์
มีขีดการแข่งขันด้านนวัตกรรมแซงหน้าสหรัฐแล้ว
ประเทศที่ป้องกันอันตรายด้านอวกาศไม่ได้นี่นะ เกิดมีอุกาบาตตกใส่ทั้งประเทศนี้หายไปองค์กรระหว่างประเทศมันจะออก
รายงานแบบไหนดี สองสามวันมานี้ผมถึงเข้าใจเลยว่า ทรัมป์ ทำไมไม่ฟังองค์กรพวกนี้เท่าไร ก็เพราะองก์กรพวกนี้

ไม่มีการพัฒนาตัวเองเลย มีแต่ทฤษฏีสวยงามแต่ไม่เคยพิสูจน์ผลงานได้เลย ยิ่งมารู้ว่าปล่อยให้กลุ่มธุรกิจแบบกงสี
ไปล็อบบี้ในองก์กรชั้นนำของโลกแล้ว มันสมควรแล้วละที่สหรัฐเขาจะไม่สนใจฟังเลย แนวคิดโบราณมากๆ ผ่าน
การพิสูจน์มาหลายร้อยปีแล้วว่าไม่เวิร์ค ดันรับฟังเฉยเลย ดีนะสหรัฐและยุโรปประเทศใหญ่ๆ เขาไม่แฉภาพออกมา
เป็นสารคดี เห็นแล้วก็คงตัวใครตัวมันละ

4  ความรู้ทั่วไป / Cryptocurrency / Re: บัญชี Libra สามารถโดน อายัด หรือถูดยึดโดน facebook ได้ไหมครับ เมื่อ: 09 สิงหาคม 2019, 16:08:47
อายัดไม่ได้ครับ เป็นไปตามกฏหมายสากลระหว่างประเทศ เพราะองค์กรตั้งอยู่ในสวิสเซอร์แลนด์
ถ้าไม่ได้ทำผิดกฏหมายสากลระหว่างประเทศอะไร ก็คงไม่มีใครเข้าไปตรวจสอบได้

ถ้าเป็นเงินผิดกฏหมายสากล ฟอกสกุลเงินใหม่ หรือโกงเงินคนอื่น ก็สามารถฟ้องร้อง
ที่ศาลอียูได้ครับ ดังนั้น ถามในแง่ความเป็นส่วนตัวก็มีน้อยกว่าบิทคอยน์ แต่คงไม่ใช่
เรื่องง่ายๆ ที่ใครจะขอข้อมูลการเงิน Libra ของเราไปได้ง่ายๆ

แพล็ตฟอร์มที่ได้ประโยชน์ก็เช่น เฟซบุค ไมโครซอฟต์ มาสเตอร์การ์ด วีซ่า เป็นต้น
เพราะเขามีข้อมูลส่วนตัวของคนทั่วโลกอยู่แล้ว เขาก็เพียงแต่เชื่อมต่อระบบเงินเข้ากับ
ข้อมูลของเขา แน่นอนว่าบริษัทเหล่านี้ก็สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงิน หรือรูปแบบ
การค้าใหม่ๆ อีคอมเมิร์สที่หลากหลายมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น สมมุตว่ามีชายคนรวยคนหนึ่งอยู่ในซานฟรานซิสโก ต้องการแหวนเพรชแต่งงาน
ที่ร้านในนิวยอร์คซึ่งอยู่ห่างกัน 6 พันกิโลเมตร แต่เขาไม่รู้ว่าแฟนจะถูกใจวงไหนกันแน่ ดังนั้น
เขาจึงขอให้ส่งแหวนเพรช ราคา 1 พันล้านมา 5 วงเพื่อให้แฟนเลือกในวันนี้เพื่อขอแต่งงานกัน
ร้านขายเพรชจะส่งเพรชในกล่องนิรภัยชั้นดีมาทางไฮเปอร์ลูปซึ่งใช้เวลา 6 ชม. โดยคนรวยคนนี้
ต้องวางเงินประกันมูลค่าเพรชและประกันภัยต่างๆ จำนวน 6 พันล้าน เมื่อได้แหวนเพรชที่ต้องการ
แล้วเงินส่วนต่างๆ จะถูกจ่ายให้คนที่เกี่ยวข้องจนเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 7 ชม. และคืนเงิน
ส่วนเกินด้วย Libra ได้ทันที

หลายคนคิดว่า Libra เกิดขึ้นมาเพื่อทดแทนเงินสกุลอื่น จริงๆ มันต้องเชื่อมโยงกับสกุลเงินอื่นอีก
ครับ เพราะโลกเงินสดไม่ได้หายไปง่ายๆ หรอก บัตรเครดิตก็ไม่ได้หายไปง่ายๆ ยังใช้เวลาเปลี่ยนผ่าน
อีกหลายสิบปี แต่มันจะเปลี่ยนระบบการเงินใหม่ของโลกให้ดีขึ้น ค่าธรรมเนียมน้อยลง ทุกอย่างเสร้จแล้วขึ้น
สิ่งค้ำประกันต่างๆ ก็ใช้กันได้ทั่วโลก ระบบอีคอมเมิรส์ การท่องเที่ยว การขนส่ง การสื่อสาร และด้านอวกาศ
มันกำลังผลักดันให้เราก้าวไปอย่างรวดเร็วมาก

ทำไมเราถึงช้าไม่ได้เหมือนวันวาน ก็เพราะข้อมูลที่เราได้รับในวันนี้มันอยู่ในเสี้ยววินาที ดังนั้น การเสียเวลา
แบบอดีตจึงเป็นภาระของคนทั่วๆ ไป เทคโนโลยีต่างๆ มันผลักดันสิ่งเหล่านี้ไปข้างหน้า แต่จำไว้นะครับ
เทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้คิดค้นกันมานานเกือบๆ ร้อยปีแทบทั้งนั้น เพียงแต่คอมพิวเตอร์มันทำให้สิ่งเหล่านี้
พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเท่านั้นเอง

ไฮเปอร์ลูป มีคนคิดไอเดียลักษณะนี้มาเกือบ 100 ปี อีรอน มัค เพิ่งประกาศแพล็ตฟอร์มเมื่อ 5 ปีก่อนหรือทฤษฏ๊
ต่างๆ ผ่านหมดแล้ว วันนี้สหรัฐและยุโรปได้ทำในระดับสเกลจริงได้แล้ว เหลือเพียงการปรับรายละเอียดและพัฒนา
ผลิตภัณฑ์เพื่อขาย

ดาวเทียวอินเตอร์เน็ต ทั้ง สเปซเอ็กซ์ อเมซอน ไมโครซอฟต์ และยุโรปเองก็ เริ่มสร้างระบบดาวเทียมอินเตอร์เน็ต
ที่สามารถใช้ง่ายๆ ที่ไหนก็ได้บนโลกนี้ ด้วยราคาที่ถูกและโหลดได้เร็วมากๆ นั่นคือ โลกกำลังก้าวเข้าสู่มาตรฐานความเร็ว
ใหม่ในการสื่อสาร


คลาวด์คอมพิวติ้ง + ควอนตั้มคอมพิวติ่ง มันทำให้การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่และซับซ้อนสูงสามารถประมวลผลได้เร็ว
ทำให้การทำนายความต้องการ การแลกเปลี่ยนข้อมุลกันเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระหว่างคนกับคน คนกับอุปกรณ์ อุปกรณ์กับ
อุปกรณ์

Crispr เป็นแนวทางการรักษายาด้วยรหัสพันธ์กรรมหรือ DNA ผลการรักษาโรมะเร็งในระยะท้ายๆ มีผลสำเร็จถึง 97%
และมีค่าใช้จ่ายประมาณ 300 ล้านบาท นั่นคือ อนาคต 100 ปีข้างหน้าหากหลานคุณป่วย เขาเจาะเลือดด้วยตัวเองแล้วเช็คกับเครื่องที่บ้าน
แล้วส่งข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตไปยังสหรัฐ เมื่อแพทยน์ถอดรหัสดีเอ็นเอที่ผิดพลาดได้แล้ว เขาจะผสมยาดีเอ็นเอของ
เราโดยเฉพาะให้ แล้วส่งมาทางไฮเปอร์ลูป 15 ชม. รวมเวลาทั้งหมด 30 ชม.ก็ได้รับยารักษาแล้ว เชื่อเลยว่าถ้าระบบ
การเงินยังเป็นแบบเก่าอยู่จะเป็นปัญหาใหญ่มากแน่

นาซ่า ไม่นานมานี้นาซ่าประกาศแล้วว่าจะขายที่ดินให้คนรวยบนดวงจันทร์ จะทำเหมืองพลังแสงอาทิตย์บนดวงจันทร์
จะขุดแร่ธาตุต่างๆ มาขายบนโลก สหรัฐ ยุโรป ลักแซมเบิร์ก ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ประกาศแผนชัดเจนแล้วว่า
จะนำแร่ไททาเนียมจากแถบดาวเคราะห์น้อยมาขายบนโลก

AI เป้นเทคโนโลยีที่มากระตุ้นให้เราฉลาดมากขึ้น ดังนั้น อนาคตลูกหลานทุกคนที่ฉลาดกว่า AI ก็มีโอกาสรวยล้นฟ้าได้เลย
ไม่จำเป็นจะต้องเป้นลุกคนรวย พ่อแม๋สะสมและกอบโกยจากสิ่งต่างๆ เอาไว้ให้ก่อนแล้วมากอบโกยทางธุรกิจต่ออีก

เทคโนโลยีพวกนี้มันทำให้เงินต้องเปลี่ยนไป ไม่ใช่เฟซบุคทำให้มันเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่บิทคอยน์ทำให้เงินมันเปลี่ยนไป
เมื่อเทคโนโลยีมันเปลี่ยนมันก็บีบให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เงินคือเส้นเลือดหล่อเลี้ยงโลกก็ต้องปรับเปลี่ยนตาม
คงไม่มีใครอยากถ่ายรูปกล้องฟิมล์แล้วเอาไปล้างรูป แล้วมาสแกนไฟล์เพื่ออัพขึ้นมาแชร์บนอินสตาแกรมหรอก เราเห็น
สิ่งเหล่านี้มานานแล้วว่าเทคโนโลยีมันบีบให้เราเปลี่ยนไป ตัวบล็อกเชนก็มาบีบให้ระบบการเงินของโลกต้อง
เปลี่ยนแปลง

แน่นอนเลยว่ายิ่งใหญ่ยิ่งโดนกระทบมากหากไม่ยอมปรับตัวเอง ส่วนคนตัวเล็กๆ อย่างเรา หากปรับตัวก่อนก็คือโอกาส
ที่ดีมากเช่นเดียวกัน แต่ก็นั่นละคน 4-5 พันล้านคนก็มีโอกาสด้วย นั่นคือ โลกเราใกล้กันมากขึ้นด้วยเทคโนโลยี และ
เทคโนโลยีเองก็บีบให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเอง สังคมต้องปรับตัวตาม ผมได้ดูคลิปโฆษกคนสวยของบริษัทคอยน์เบส ให้
สัมภาษณ์ไว้ว่า มีบางคนต้องการจะหยุดการเปลี่ยนแปลงหรือหมุนโลกให้ย้อนกลับไปยังอดีต โดยที่คนนี้ไม่รู้ตัวเลยว่า
โลกได้เหวี่ยงเขาออกจากอนาคตของโลกไปแล้ว คนที่ไม่มีอนาคตกับโลก โลกก็ไม่มีอนาคตกับเขาเช่นเดียวกัน จบครับ
5  ความรู้ทั่วไป / E-commerce / Re: เพื่อนร่วมอาชีพ ชาวอีคอม มองอนาคต3-5ปี-8ปีกันอย่างไร เมื่อ: 21 กรกฎาคม 2019, 22:28:39
อนาคตมองไว้มี 3 อย่างที่จะเปลี่ยนเกมส์อีคอมเมิร์สไปอีกขึ้นคือ
1. 5g 6g เป็นความเร็วอินเตอร์เน็ตบนมือถือที่เร็วขึ้น การเคลื่อนย้ายของข้อมูลเร็วขึ้น ความคมชัดของคลิปเร็วขึ้น
ทำให้เราดูรายละเอียดของสินค้า และดูรีวิวต่างๆ ได้เร็วมากขึ้น การตัดสินใจซื้อก็เร็วตามไปด้วย
2. Libra หรือตัวเงินดิจิตอล การที่คนส่วนใหญ่ใช้เงินที่เสียค่าธรรมเนียมน้อยมากๆ และจ่ายได้เร็วมากๆ จะทำ
ให้วงจรอีคอมเมิร์สสั้นลง ลูกค้าจ่ายเงินมา คุณจ่าย libra ค่าส่งสินค้าไปทันที ปิดดีลการขายได้ง่าย ไม่มีปัญหา
เรื่องเงินสด เงินเย็น หรือเงินสำรอง หรือปัญหาการส่งของที่ล่าช้า เพราะเงินมันไหลเร็วขึ้น การค้าก็จบไวขึ้น
3. เอนเกนในเพจโซเซียลมีเดีย แน่นอนว่าหากคุณอยากชนะสงครามตัดราคา สงคราม SEO จากมาร์เกตเพลส
คุณจะต้องเอนเกจลูกค้าให้ได้ เมื่อรวมเข้ากับคอนเทนต์ที่ดี การรีวิวอย่างละเอียด จ่ายจ่ายเงินที่สะดวกรวดเร็วทุกด้าน
ขอบถูกส่งไปถึงมือผู้รับเร็วพอๆ กับมาร์เกตเพลสขนาดใหญ

ผมมีข้อมูลวิจัยของมหาลัยท็อปๆ ในสหรัฐฯ ว่า อีคอมเมิร์สที่จะอยู่รอดได้ในอนาคตก็ต้องมี 3 อย่าง ดังนั้น ปลาเล็ก
จะอยู่รอดได้ก็อาศัยความเร็วและความฉลาด เทคโนโลยีอะไรที่ช่วยเพิ่มความเร็วนั่นมีต้นทุนต่ำจึงเป็นโอกาสของปลาเล็กเสมอ
คนส่วนใหญ่ไม่มีเงินทุนมากพอจะทำบิ๊กดาต้าหรือใช้ AI มาวิเคราะห์ความต้องการแบบจริงๆ จังๆ หรอก คุณต้องรู้ว่า
ลูกค้าจะเอนเกจกับสิ่งไหนบ้างและมีต้องการแบบไหน จากนั้นก็ใช้เทคโนโลยีต้นทุนต่ำที่สุด เร็วที่สุด มาสู้กับยักษ์
นอกจากหาโอกาสจากเทคโนโลยีที่มันเปลี่ยนโลกแล้วคุณสามารถใช้มันสร้างธรุกิจใหม่ๆ ได้ด้วย

สรุป ความเร็วสำคัญที่สุด เทคโนโลยีอะไรที่ช่วยให้มีกำไรมากที่สุดด้วยเวลาที่น้อยที่สุด ด้วยกระบวนการที่
สั้นที่สุด นี้คือทางรอดของคนตัวเล็กๆ ทำยังไงเราจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้นมาหาเงินได้ แน่นอนว่า เทคโนโลยีใหม่ๆ
สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ทุกคน แต่มันก็ระเบิดสะพานที่ทอดไปยังอนาคตของทุกคนไปพร้อมๆ กัน หากคุณเข้าใจการ
เปลี่ยนแปลงของโลก คุณจะเห็นเส้นทางในอนาคตมากขึ้น ก้าวไปอยู่ในอนาคตที่เต็มไปด้วยเงินทองและทรัพย์สินมหา
ศาล ทุกอย่างมาเร็วมากปลาเล็กต้องคิดก้าวหน้าและทำให้เร็วกว่าคนอื่น อีคอมเมิร์สก็เช่นเดียวกันมันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
จงอย่าหยุดค้นหาแนวทางใหม่ๆ เอนเกจเนื้อหาใหม่ๆ ใช้เทคโนโลยีการเงินใหม่ๆ เพื่อให้ปิดรอบการขายให้เร็วขึ้น
6  ความรู้ทั่วไป / E-commerce / Re: ทุกวันนี้การหารายได้จาก ดรอปชิป ยังพอได้อยู่หรือเปล่าครับ เมื่อ: 21 กรกฎาคม 2019, 21:27:37
ปัจจุบันนี้ ผมไม่แนะนำให้เริ่มต้นที่ ดรอปชิป เลยครับ ควรเริ่มต้นสร้างชุมชนในโซเซียลมีเดียก่อน เอาคอนเทนต์ที่คุณเองถนัดสร้างชุมชนในเพจโซเซียลให้ได้ซะก่อน เมื่อมีฐานเอนเกจระดับหนึ่ง คุณค่อยหยิบสินค้าที่เกี่ยวข้องและให้กำไรสูงมาทำดรอบชิป
ในอดีตดรอปชิปทำได้ง่าย เพราะมาร์เกตเพลสยังไม่ทุ่มเงินเผาเงินกันมากขนาดนี้ครับ การหาเงินมันเลยง่ายกว่า ทุกวันนี้การเริ่มต้นด้วยดรอปชิปก็ยังง่ายอยู่แต่ต้องมีทักษะการตลาดออนไลน์สูงมาก กว่าว่าคุณจะท้อไปซะก่อน การสร้างเพจ สร้างกลุ่มในโซเซียลมีเดีย แล้วค่อยทำดรอปชิปน่าจะเวิร์คกว่าในการทำเงินระยะสั้นและระยะยาว โซเซียลมีเดียทำให้คุณรู้ความต้องการจริงๆ ของคนได้มากขึ้นจึงหาสินค้าที่ตรงใจคนมากขึ้น ปิดการขายเร็ว ดังนั้นเริ่มต้นจากรู้ใจคนก่อน ต่อด้วยการหาสินค้าที่มีกำไรสูงสุดให้เป็น แล้วค่อยทำดรอปชิปครับ
7  ความรู้ทั่วไป / Gooooooooooooogle / Re: การใส่เครื่องหมายใน Title มีผลต่อ SEO หรือเปล่าครับ เมื่อ: 21 กรกฎาคม 2019, 21:11:39
ถ้าใส่เครื่องหมายหรือแท็กพวกนี้เป็น โดยใส่แท็กพวกนี้ให้สอดคล้องกับหัวข้อ ก็มีผลทั้งโดยผลโดยครง คือ มันชวนให้คลิกเข้าไปดูมีน้ำหนักทาง SEO พอสมควร และโดยอ้อม คือการเพิ่มแท็กเข้าไปอีก ซึ่งแท็กพวกนี้กูเกิลมักตีความมันด้วยแล้วแต่กรณีไป สำหรับผลทางอ้อมนี้ไม่มีน้ำหนัก ทาง SEO มากเท่าไร หากว่าใส่มั่วๆ ใส่เยอะเกินไปคนดูก็ลำคาญไม่คลิกอยู่ดี
สรุป เอาด้าน SEO เพรียวๆ คงไม่ได้มีผลดีมากขึ้นเท่าไร แต่จะมีผลทางอ้อมให้ชวนให้คลิกมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อ SEO ภายหลังครับ แต่ไม่ใช่ใส่แบบมั่วๆ และเอามันส์นะ
8  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: เผยโครงสร้างวิธีออกแบบ AI ช่วยเทรดออนไลน์ในระดับโลก เมื่อ: 25 มิถุนายน 2019, 18:17:59
ตอนที่ 3 สรุปภาพรวมโดยทั้งหมด

จากที่ผมคลุกคลีกับคนเก่งๆ หรือกลุ่มคนหาเงินในตลาดทุนมาหลายปี ผมบอกได้เลยว่า AI ที่ฉลาดที่สุดที่ช่วยให้คุณรวย
ในตลาดการเงินยังไม่มี เท่าที่ผมดูจากงานวิจัยและระบบคลาวด์ต่างๆ อย่างน้อยอีก 17 ปี ระบบ AI พวกนี้จะอยู่เหนือตลาดการเงิน
นั่นหมายความว่า หากคุณเล่นหุ้นมั่วๆ เล่นเงินดิจิตอลมั่วๆ เล่นทองคำ น้ำมัน หรือสินค้าทางการเงินอื่นมั่วๆ คุณจะเสียเงินฟรีตลอด
ทางออกก็คือ จงเริ่มหัดวิเคราะห์หรือหั่นสิ่งที่เราอยากรู้ออกมาเป็นสิ่งเล็กๆ แล้วทำความเข้าใจกับมันให้ละเอียดที่สุด จากนั้นก็สังเคราะห์
องค์ความรู้ทางการเงินของคุณขึ้นมาให้ได้แล้วค่อยสร้าง AI แบบเฉพาะของตัวเองขึ้นมาช่วยเทรด
จำไว้อย่างเดียว ถ้าคุณเก่งจริง AI มันจะหลีกทางให้คุณทำเงินแบบง่ายๆ ไม่มาสู้ด้วย ผมทดลองและทดสอบ AI มาแทบทุกแบบ
ติดตามและลองโปรแกรมควอนตัมคอมพิวติ้งมาอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มี AI ตัวไหนที่จะทำให้คุณรวยได้จริงเป็นร้อยล้าน พันล้านหรอก
ที่เห็นตอนนี้คือออกมาขายฝันหรือหลอกคนอื่น ทั้งที่ไม่รู้จริงสักเรื่องเลย ทางที่ดีคือพยายามหาความรู้ด้วยตัวเองจากมหาลัยชั้นนำของโลก
อย่าไปหลงเชื่อคำพูดที่สวยหรูและยอตัวเองว่าเก่งจริง คนเหล่านี้ไม่เคยทำจริงได้สักครั้งเลย

อาทิตย์นี้เพื่อนแฟนแชร์ข้อความขายฝันมาให้ดูบ่อยมาก มีแต่คำโกหก เช่น โค้ชนักสร้างมหาเศรษฐี โค้ชนักสร้างธุรกิจระดับโลก ผู้นำทางด้าน
สตาร์ทอัพของโลก ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI อันดับหนึ่งของโลก บอกตรงๆ ว่า คนพวกนี้ยังห่างไกลจากความจริงเยอะมาก รวมถึงตัวผมเองด้วย
อะไรที่เขาใช้วัดความเก่งของคน อย่างแรกคือ ฮาร์เวิร์ดหรือเอ็มไอที จะต้องเสนอชื่อผมหรือคนพวกนี้ไปรับรางวัลโนเบลแล้ว นั่นละเรียกว่าเก่ง
ถ้ารู้มากกว่าคนอื่นบ้างนี้ ก็เรียกได้ว่าฉลาดกว่าคนอื่นบ้าง แต่ไม่ได้เก่งเลิศเลอกว่าใครๆ ทั้งนั้น ต้องโค้ชตัวเองให้เก่งจริงซะก่อน

ผมสามารถนำแบบจำลองเหล่านี้มาหลอกขายฝันให้กับคนอื่นได้ เพราะทุกคนไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าความแม่นยำของ
AI ในการเทรดทำได้แค่ 45-50% เท่านั้น ดังนั้น จึงเป็นเรื่องเพ้อฝันมากๆ ว่ามี AI ที่ฉลาดมากๆ เมื่อคุณลงทุนแล้วอนาคตจะมีแพสซีสอินคัมกินไปจนถึงวันตาย
หลอกหลวงชัดๆ  ถ้าผมอยากหลอกหลวงคนอื่นผมก็ต้องสะกดจิตให้ตัวเองโง่ลง เพื่อป้อนข้อมูลมั่วๆ หว่านแต่คำสวยหรูเอามาปั่นหัวคน
สมองของผมก็โง่ลงคนเชื่อผมก็โง่ลง อนาคตก็ต้องโดนคนต่างประเทศจับกินหมดเลยไม่รวยกับเขาซะที ฝากไว้จงมั่นใจในการหาความรู้ด้วยตัวเอง
ใช้เวลาทั้งชีวิตฟังคนที่เป็นสุดยอดทางด้านนั้นๆ เช่่่่่่่่น เคยได้รางวัลโนเบล เคยเขียนหนังสือขายดีระดับโลก บริหารธุรกิจเก่งที่สุดในโลก
เป็นอาจาร์ยในมหาลัย 1-10 ของโลก เพื่อใช้เป็นแนวทางค้นคว้าองค์ความรู้และต่อยอดต่อไป


ข้อมูลจากผมหรือข้อมูลจากคนทั่วๆ ไป ควรมีคำถามไว้ก่อนเสมอว่าค้นหาความจริงได้จากที่ไหนอีก เพราะผมและคนทั่วๆ ไป
ก็ไม่เก่งจนสามารถคว้ารางวัลโนเบลได้ในชาตินี้หรอก
ก่อนจะเชื่ออะไรก็ควรตรวจสอบก่อนเสมอ ผมเห็นคำว่า โค้ชนักสร้างมหาเศรษฐีระดับโลก รู้สึกขำมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ
มีคนจำนวนหนึ่งหลงเชื่ออีก แค่มีสตินิดเดียว ก็รู้แล้วว่า อย่างนี้มันหลอกหลวงแน่นอน ผมลองไปค้นประวัติ
โค้ชคนนี้แล้วยิ่งเศร้าใจมากเข้าไปอีก เพราะไม่เคยมีผลงานหรือทำให้ใครเป็นเศรษฐีระดับโลกได้สักคน มันน่าเสียดายจริงๆ เข้าถึงอินเตอร์เน็ตกันทุกคน
เพราะคนหลงเชื่อส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานหรือวัยกลางคนแทบทั้งนั้น เรียนจบและมีวุฒิภาวะด้วยกันทั้งนั้นยังโดนหลอกอีก  เห้อ คิดมากก็เหนื่อยใจเปล่าๆ
9  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: เผยโครงสร้างวิธีออกแบบ AI ช่วยเทรดออนไลน์ในระดับโลก เมื่อ: 25 มิถุนายน 2019, 18:17:16
ตอนที่ 2 การทดสอบ AI กับ แบบจำลองตลาดการเงิน บน Simulink

การทดลองและทดสอบ AI ระบบเทรดนี้ ผมทดลองแบบออฟไลน์เป็นส่วนใหญ่เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลาและไม่ใช่งานหลัก
ของผมโดยตรง ผมเอาแบบจำลองระบบเทรด(Simulink) ไปทดสอบกับแบบจำลองตลาดบน Simulink เช่นเดียวกัน
สำหรับแบบจำลองระบบตลาดการเงินด้วย Simulink ผมออกแบบด้วยเมตริกซ์ State-Space ในรูป Pauli Matrics

ระบบ State-Space คือ ระบบคณิตศาสตร์(เมตริกซ์) ที่ใช้อธิบายระบบต่างๆ บนจักรวาลนี้ว่ามันแปรเปลี่ยนไปตามเวลา
และมิติต่างๆ อย่างไร ตัวอย่างเช่น สเตทสเปซขนาด 100x100 ก็คือ คณิตศาสตร์ที่อธิบายระบบหนึ่งที่่มันแปรผันต่อเวลา
และมีจำนวน 100 มิติหรือ 100 ตัวแปร ซึ่งมิติเหล่านี้จะอธิบายความจริงว่า กราฟในอดีต กราฟในปัจจุบัน กราฟในอนาคต
ทำไมมันถึงวิ่งแบบนี้ ระบบที่มีมิติมากๆ จะแม่นยำมากว่าเสมอแต่ก็ใช้เวลาคำนวณนานมากตามไปด้วย
จุดอ่อนของระบบ AI ที่ฉลาดมากๆ ในปัจจุบันนี้ก็คือ คำนวณผลลัพธ์ในเวลาจริงไม่ได้

Pauli matrices คือ เมตริซ์จำนวนเชิงซ้อน ตามปกติเราเห็นเมตริกซ์ที่เป็นจำนวนเต็มหรือสมาชิกเป็นจุดทศนิยม แต่ Pauli เมตริกซ์
คือ เมตริกซ์จำนวนเชิงซ้อน นั่นคือสมาชิกของเมตริกซ์จะเป็นจำนวนเชิงซ้อน เช่น 1+2i แทนที่ตัวเลขที่เราคุ้นเคยทั่วไป
การคำนวณเมตริซนี้ ทำได้โดยการแปลงจำนวนเชิงซ้อนไปเป็น Cos+Sine ในตรีโกณมิติก่อนแล้วหาค่ามันออกมา เมื่อคำนวณเสร็จแล้ว
ก็นำค่าไปใส่แทนจำนวนเชิงซ้อนนั้นๆ ในเมตริกซ์ เพื่อเข้าสู่โหมดการคำนวณทางเมตริกซ์ตามปกติต่อไป
Pauli matrices สามารถแสดงทั้งขนาดและทิศทางของกราฟทางการเงินได้ทุกชนิดบนโลกนี้ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญในการออก
แบบระบบและการเขียนโปรแกรม

State-Space ใช้คำนวณขนาด ปริมาณ หรือจำนวนของสถานะตัวแปรในเวลานั้นๆ ส่วน  Pauli matrices ใช้คำนวณ
ทิศทางของตัวแปรต่างๆ การรวมกันของ  State-Space กับ Pauli matrices จึงสามารถบอกขนาดและทิศทาง
ได้อย่างแม่นยำ แต่ต้องใช้การคำนวณที่ซับซ้อนมาก ไม่เรียลไทม์ เสียเวลาและเงินทุนมากมาย ถ้าจะสร้างจริงก็ต้องลงทุน
หลักหลักหมื่นล้านบาทครับ ไม่ใช่มีความรู้แล้วทำได้ต้องมีเงินมากพอ มีระบบคลาวด์ที่ดีมาก เขียนระบบขึ้นมาด้วย python เท่านั้น
การที่ AI ช่วยเทรดออนไลน์จะฉลาดมากกว่านี้จนสามารถทำเงินได้เยอะๆ ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 17 ปีครับ ผมมีทีม
งานค้นคว้าข้อมูลพวกนี้อยู่หลายคน ข้อมูลจากเอ็มไอที สแตนด์ฟอร์ดก็ออกมาสอดคล้องกัน นั่นคือ ยังไม่มี AI ที่จะทำเงินได้จริง
ภายในเร็วๆ นี้ การพึ่งตัวเองสำคัญที่สุด ควรเริ่มจากสิ่งเล็กๆ เอาให้รู้ทุกรูขุมขนแล้วอนาคตคุณจะสบายในตลาดการเงิน

ในงานนี้มีคณิตศาสตร์สำคัญอะไรบ้างที่ใช้ในงานนี้ หลักๆ ก็มี เมตริกซ์ แคลคูลัส ตรีโกณมิติ เลขอนุกรม ทฤษฏีความน่าจะเป็นและการสุ่มเลือก
นิวรอลเน็ตเวิร์ก ฟัซซีโลจิก และเจนีติกอัลกอลิทึ่ม
ซอฟต์แวร์หลักที่ใช้ Matlab/Simulink, C++ ส่วนดาต้าเบสก็ใช้ MySQL Notepad และ Microsoft Exel สำหรับข้อมูล
ตลาดการเงิน Matlab/Simulink ก็มีทูลบ็อกซ์สำหรับดึงกราฟเรียลไทม์ของตลาดอยู่แล้ว การทดสอบทำบนระบบคลาวด์อเมซอน AWS
ซึ่งคนจ้างให้ทำเขาออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด และให้ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในงานนี้เป็นชื่อผมโดยทั้งหมด


ผลการทดสอบ AI สำหรับเทรดโดยไม่มีองค์ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญในระบบเทรดนี้เลย ความแม่นยำอยู่ที่่ 44-50%
ในการทำกำไรต่อการเทรดหนึ่งครั้ง แต่เมื่อนำ AI นี้รวมเข้ากับองค์ความรู้การเทรดเดิม(คนจ้างมีให้) ความแม่นยำอยู่ที่ 68-77%
สุดท้ายคืองานที่คนจ้างอยากให้ผมทำและผมก็อยากรู้ข้อมูลนี้เช่นเดียวกัน คือ เอา AI บอทเทรดนี้ + องค์ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญเก่า มาดักจับ
หาเงินจากคนเทรดทั่วๆ ไป หรือ AI เล็กๆ ทั่วไป ปรากฏว่าความแม่นยำมากว่า 90% แน่นอนว่า ข้อมูลของนักเทรดต่างๆ ย่อมได้
มาจากโบรกเกอร์ จึงไม่น่าแปลกใจว่ากลุ่มทุนเหล่านี้มีเครือข่ายโบรกเกอร์ต่างๆ หลายแห่งนั่นเอง


สรุปได้ว่า ระบบ AI ในการเทรดนี้ ถ้ามันไม่มีข้อมูลของคนเทรดหรือผู้เล่นในตลาดเลยก็ยังไม่ได้ฉลาดและแม่นยำจนเราต้องกังวลอะไร
แต่ถ้าหาก AI เหล่านี้ไปดึงข้อมูลการเทรดของคนในตลาดมาได้อันนี้ คนเล่นเสียเปรียบทุกอย่าง เรียกได้ว่า AI ถูกวางไว้ให้กินเงินคนเหล่านี้
จากข้อมูลการเทรดเรียลไทม์ ดังนั้น ควรเลี่ยงการใช้มือฟรี บอทแจกต่างๆ ให้มากที่สุด เพราะจะทำคุณจะเสียเปรียบ AI ของคนเหล่านี้ทันที 
10  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / เผยโครงสร้างวิธีออกแบบ AI ช่วยเทรดออนไลน์ในระดับโลก เมื่อ: 25 มิถุนายน 2019, 18:16:13
เนื้อหายาวมาก เพื่อนๆ ที่สนใจคงต้องมีเวลาว่างจริงสำหรับอ่านครับ แบ่งออกเป็น 3 ตอน ผมพยายามเขียนให้สั้นและกระชับมากที่สุด
เพื่อให้เพื่อนๆ เห็นภาพรวมชัดผมเขียนจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง ปัจจุบันระบบ AI นี้ผมไม่ได้ใช้เทรดนะครับ เพราะมันยังต้องพัฒนา
ต่อไปอีกเยอะเลย ความแม่นยำก็ยังไม่มากพอ ปัจจุบันผมเทรดแต่ในตลาดต่างประเทศ ข้อมูลสำคัญต่างๆ
ก็มีคนส่งให้อ่านอยู่แล้ว มีระบบเทรดให้อยู่แล้ว ระบบ AI สำหรับเทรดยากสุดๆ นะครับ เงินลงทุก็สูงด้วย
แต่สิ่งที่อยากให้เห็นก็คือภาพรวมในการออกแบบและแนวคิดหลักๆ ในการสร้างระบบเทรดว่าเขาทำกันอย่างไร
และไปถึงไหนแล้วสิ่งที่จะทำให้ AI ช่วยเทรดเก่งขึ้นมากๆ คือ มีดาต้าเซนเตอร์ขนาดหลายๆ สนามฟุตบอลเป็น 10,000 แห่ง
ปัจจุบันยังมีแค่หลักร้อย หรือมีคอนตัมคอมพิวติ้งขนาด 1.7 ล้านคิวบิคซึ่งปัจจุบันทำได้แค่ 2 พันคิวบิคอยู่เลย
พูดง่ายๆ ว่า AI ที่จะทำให้คุณรวยในการเทรดนั้น สร้างยากมาก ต้นทุนแพงมาก และต้องรอเทคโนโลยีอีกหลายสิบปี

ตอน 1 การพัฒนาแบบจำลองระบบเทรดด้วย AI

โครงสร้างตัว AI นี้ใช้อัลกอลิทึ่มแบบ นิวรอลเน็ตเวิร์ก ฟัซซี่ลอจิก และจีเนติกอัลกอลิทึ่ม
สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางกูเกิลหรือยูทูป ผมเขียนไว้เตือนสติเพื่อนๆ ในบอร์ดว่าในระดับโลก
เขาทำ AI ในตลาดการเงินกันยังไง หากเข้าใจและเห็นภาพรวมแล้ว จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อให้กับกลุ่มทุน กลุ่มคน
ที่เห็นแก่ตัวและอยู่ในแวดวงการเงินหรือหุ้นต่างๆ ทั่วโลก
เมื่อคุณเข้าใจจริงก็จะเป็นผู้ชนะในตลาดได้ในอนาคต การหาเงินในหุ้นในฟอเรกซ์ หรือในตลาดการเงินอื่นๆ
เป็นงานที่สบายที่สุดและทำกำไรให้คุณได้ง่ายที่สุดในโลก เมื่อคุณมีองค์ความรู้จริงและสร้างAI ที่เก่งจริงได้
ไม่มีใครบันดาลสิ่งเหล่านี้ให้คุณได้ นอกจากตัวคุณเอง จำไว้ยิ่งคุณมีองค์ความรู้จริงและอัพเดทอยู่เสมอ
ระบบ AI สำหรับเทรดของคุณจะไม่มีวันแพ้ใครเลยในสิ่งที่คุณถนัด
AI ช่วยเทรดมันออกแบบยากกว่า AI ทั่วๆ ไปเป็นล้านเท่า ไม่มีทางที่ AI ทั่วไปจะมาทำกำไรงามๆ ได้แน่นอน
คุณต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียวกับ AI ของคุณ เพื่อให้มันเก่งจริงๆ เหมือน หนังโปเกมอนนั่นละ คุณต้องเก่งมาก
พอที่จะฝึกมันให้โปเกม่อนมันเก่งมากพอที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จและชนะตลาดทุกครั้ง

ตัวระบบเทรดนี้กลุ่มทุนใหญ่กลุ่มหนึ่งในโลกพัฒนามานานแล้วแต่พวกเขาต้องการให้แบบจำลอง
การเทรดนี้อยู่ใน MATLAB/Simulink เพื่อให้ง่ายต่อการแก้ไขแบบจำลองและทดลองผลต่างๆ ได้เร็ว
กว่าเดิมร้อยเท่า งานนี้ไม่ได้ค่าจ้างนะครับเป็นแค่เพื่อนๆ นักลงทุนต่างประเทศกลุ่มหนึ่งเขาขอร้องมา

จุดประสงค์หลักๆ ก็เพื่อสร้างแบบจำลอง AI ต่างๆ บน Simulink เพื่อเทรดในตลาดการเงินต่างๆ ซึ่ง Simulink
เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่สร้างโปรแกรมขึ้นมาด้วยรูปภาพ ดังนั้นมันจึงเร็วและง่ายกว่า python จาวา ซี หรือ R ครับ
ตัวอย่างเช่น แบบจำลองบน Simulink สามารถปรับแบบจำลองใหม่ล้านครั้งได้ภายใน 1 ชั่วโมง แต่ภาษาอื่นๆ
อาจจะใช้เวลาเป็นเดือน ผมถนัด Matlab/Simulink มากที่สุดเลยรับงานนี้มาทำให้กลุ่มทุนนี้ครับ และเพื่อเรียน
รู้ว่าระบบเทรดระดับโลกเขาออกแบบกันอย่างไรบ้าง


ส่วนประกอบในแบบจำลอง มีอยู่ 3 อย่าง คือ อินพุต ตัวระบบ และเอาท์พุต ก่อนจะลงมือสร้างแบบจำลองจะต้อง
วิเคราะห์(Analysis) คือการหั่นระบบต่างๆ ออกมาให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็ศึกษาแต่ละส่วนให้เข้าใจ
แล้วนำส่วนเล็กๆ เหล่านั้นประกอบกันเป็นโมดูลๆ เพื่อให้ง่ายต่อการแก้ไขแบบจำลอง เมื่อโมดูลต่างๆ ประกอบ
กันจนกลายเป็นระบบที่สมบูรณ์แล้ว เรียกขั้นตอนเหล่านี้ว่า (Synthesis) หรือ การสังเคราะห์(ประกอบ)มันขึ้นมาใหม่

ข้อสังเกตครับ หากคุณอยากประสบความสำเร็จในการเทรดผลิตภัณณ์ทางการเงินได้ทั่วโลก คุณต้องเริ่มต้น
จากจุดเล็กๆ ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินนั้นๆ ให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งหรือสังเคราะห์องค์
ความรู้ต่างๆ ขึ้นมาให้ได้และอัพเดทมันอยู่เสมอ สุดท้ายก็สร้างระบบ AI เทรดมาทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น


1.ตัวอินพุต(Input) รับข้อมูลมาจากอินเตอร์เน็ตหรือดาต้าเบส ในส่วนนี้ออกแบบด้วย นิวรอลเน็ตเวิร์ก+ฟัซซี่ลอจิก
เพื่อจัดการข้อมูลต่างๆ ของตลาดไม่ว่าจะเป็น กราฟดัชนีการซื้อขาย ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง หรือปัจจัยจัยพื้นฐานของตัวหุ้น
จริงๆ ข้อมูลอินพุตมีหลายช่องทางมาก ส่วนหนึ่งก็นำมาจากดาต้าเบส
การเตรียมอินพุตที่ดีย่อมส่งผลให้ตัวระบบเทรดทำงานได้เร็วและแม่นยำมากขึ้น


2.ตัวระบบ(System Model) สร้างอยู่บนอัลกอลิทึ่ม นิวรอลเน็ตเวิร์ก(DeepLearing) ตัวระบบประกอบไปด้วยตัวชี้วัด(Indicator)
Oscillatorหรือค่าในการแกว่งตัวของกราฟ และตัวเลขอนุกรม(Series) ต่างๆ
ตัวอย่างเช่น อนุกรม ฟิโบนันชี  ทั้งตัวชี้วัดและตัววัดค่าการแกว่งมีประมาณ 200 ตัว ดังนั้น จึงมี AI DeepLearing อยู่ 200 ตัว
ส่วนเลขค่าอนุกรมมีอยู่ 10 แบบ ก็มี AI อยู่ 10 ตัวครับ
ข้อสังเกต จะเห็นได้ว่าตัว AI มีเยอะกว่าโบรกเกอร์ต่างๆ มากมาก ที่โบรกเกอร์ให้คนทั่วไปได้ใช้ฟรี ดังนั้นอย่าแปลกใจว่าทำไมคุณไม่มีทาง
รวยเป็นพันล้านหรือหมื่นล้านได้จากของฟรีที่โบรกเกอร์หยิบยื่นให้ มันคือความจริงที่คุณต้องใส่ใจอยู่เสมอ


3. เอาต์พุต(Output) เป็นส่วนที่ใช้ในการตัดสินใจซื้อขาย ทำกำไรในตลาดการเงิน ส่วนนี้ออกแบบบนอัลกอลิทึ่ม
นิวรอลเน็ตเวิร์ก(DeepLearing)กับจีเนติกอัลกอลิทึ่ม(Genetic) เป็นการดึงข้อมูลดาต้าเบสที่ผู้เชี่ยวชาญตั้งเงื่อนไข
การเทรดไว้แล้ววัดเทียบกันกับ AI ของตัวชี้วัด AI ตัววัดการแก่ง และAI ตัวเลขอนุกรมต่างๆ ว่ากราฟจะขึ้นลงแรงแค่ไหน
จำนวนการซื้อขายมากน้อยอย่างไร และกราฟแกว่งรูปแบบใด เพื่อให้กำไรสูงที่สุดต่อการเทรด 1 รอบ โดยใช้เวลาลงทุนให้สั้นที่สุด
11  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: YouTube ล้านวิวได้กี่บาท VS เว็บไซต์ ล้านวิวได้กี่บาท อะไรมากกว่ากันครับ เมื่อ: 25 มิถุนายน 2019, 13:23:37
แอดเซนต์ไทย ถ้าคลิกโฆษณาหมดได้ประมาณ 3-5 หมื่นบาท แอดเซนต์ฝรั่ง 1.5-3 แสนบาทครับ

ถ้ายูทูปคลิกหมด คอนเทนต์ไทยน่าจะ 5-7 หมื่นบาท ถ้าเป็นอังกฤษ 5-7 แสนบาท

จริงๆ มันขึ้นอยู่กับตัวคอนเทนต์เป็นหลัก บางเว็บ บางช่อง ทราฟฟิกและสมาชิกน้อยกว่า
แต่วิวเท่าๆ กัน มีคอนเทนต์ที่ดีกว่าโฆษณาก็จะแพงกว่าครับ

ช่องยูทูปที่ทำเงินได้เยอะที่สุดก็ไม่ใช่ช่องที่มีคนดูเยอะที่สุดหรือมีสมาชิกเยอะที่สุด ถ้าคอนเทนต์
ดีมาก โฆษณาจะแพงและคนคลิกดูเยอะกว่า


ยูทูปเบอร์สร้างเงินได้เยอะกว่าแอดเซนต์ครับ ช่องที่ได้เยอะที่สุดของปีที่แล้ว ก็ได้เกิน 150 ล้านเหรียญ
ไม่รวมรายได้พิเศษจากข้างนอกอีกเพรียบ ถ้าคอนเทนต์ดีคนดูเยอะ ก็เป็นเศรษฐีได้เแล้ว ปัจจุบันคนทำยูทูป
เป็นอาชีพหลักจึงมากเขึ้นเรื่อยๆ แต่มันก็ยากและลงทุนเยอะกว่าแอดเซนต์ คนทั่วไปเลยทำไม่ได้  
12  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: สอบถามเรื่องขาย Account IG [+1] เมื่อ: 23 มิถุนายน 2019, 20:16:31
ต้องดูการเอนเกจแมนต์ครับว่าดีไหม ถ้าเอนเกจหลักหมื่น หลักหลายพัน
ถือว่าดีมาก็ราคาเป็นแสนครับ ถ้าไม่่เท่าไร มีปั่นวิวด้วยก็อยู่หลักหมืน
ปกติมันขึ้นอยู่กับคนขายและคนซื้อครับ แต่หลักๆ ที่ดูกันก็เอนเกจเมนต์ครับ ถ้าดีมากก็แพง
ถ้าไม่ดีก็แล้วแต่ความพอใจของคนซื้อและคนขาย ว่าจะไปต่อยอดได้แค่ไหน
13  ความรู้ทั่วไป / Cryptocurrency / Re: Libra เหรียญคริปโตของ Facebook ได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ! เมื่อ: 23 มิถุนายน 2019, 20:06:37
ยังไง การเงินโลก ก็ต้องทรานฟอร์มเข้าสูดิจิตอล เงินดิจิตอลยังไงก็ต้องมา
ข่าวแบบนี้มีมานานมากแล้ว แบงค์ระดับโลกหลายแห่งก็พยายามทำมานานแล้ว
บิทคอยน์ก็มีคนพยายามทำมาแล้ว คงไมใช่เรื่่องแปลกที่โลกจะก้าวเข้าสู่เงิน
ดิจิตอล มีคนได้ยอมมีคนเสีย เมื่อเฟสบุคมีแฟลตฟอร์ม มีอินฟาสตรัคเจอร์
มีพันธมิตรเป็นร้อย เป็นพันทีพร้อมจะลุยไปด้วยกัน
เขาประมาณกันว่า ถ้าเกิดจริง คนประมาณ 4 พันล้านคนจะใช้เงินไลบรากัน
แน่นอนว่า แบงค์ ประกัน กองทุนต่างๆ สถาบันการเงิน หรือสินค้าทางการเงิน
ต่างๆ จะหมดความหมายไปเลย คนได้ประโยชน์คือคนใช้เงินพวกนี้ เพราะค่าธรรม
เนียมตำมาก ช้า เร็ว ยังไงเงินดิจิตอลก็ต้องมา และบริษัทใหญ่ๆ หนาวแน่
เฟซบุค เป็นคนปลุกกระแสให้คนตืนตัวมากขึ้น เหมือนก้าวแรกที่เราได้เห็นอนาคต
ขอบเงินดิจิตอลแล้วว่า จะมารองรับทุกคนบนโลกนี้อยางไร เฟซบุคและพันธมิตร
กลุ่มแรกจะกินรวบทางเทคโนโลยี แน่นอนว่า บริษัทใหญ่ๆ ในประเทศต่างๆ จะ
ล้มหายตายจากเร็วขึ้น คนทำงานออนไลน์จะมีโอกาสแข่งได้มากขึ้น คนไม่สนใจ
โลกเลยก็อยู๋ยากขึ้น เพราะเงินไหลเร็ว ข้อมูลไหลเร็ว สินค้าไหลเร็ว คนทำงาน
ออนไลน์เก่งๆ จะได้เปรียบในอนาคตทีเงินไหลเร็วมากขึ้น แน่นอนผลดีมีให้คนส่วนใหญ่
ผลเสียแก่คนรวยๆ บริษัทใหญ หรือคนตกเทคโนโลยี แต่ยังไงเงินดิจิตอลก็ต้องมาอยู่ดีนั่นละ
14  ความรู้ทั่วไป / Cryptocurrency / Re: **** ไปเทขายได้แล้ว BTC ขึ้น 11.28% แล้ว ***** เมื่อ: 23 มิถุนายน 2019, 10:56:31
มีขึ้น มีลง รอบนี้จะลากกันไปสูงแค่ไหน ใครลุกช้า ก็หมดตู็ดเหมือนเดิม
15  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / Re: ชาว Thaiseo เอาอุปกรณ์ชนิดไหนทำงานนอกออฟฟิศครับ เมื่อ: 23 มิถุนายน 2019, 10:51:55
Surface Pro, Macbook pro, ipad pro เมาส์ คีย์บอร์ดไร้สาย แอร์การ์ดทุกค่ายครับ ไปทำงานที่ไหนก็หายห่วง
16  < กดยุบ (ห้องยกเลิกการใช้งาน) / สาระคำถามทั่วไป (ย้ายไป cafe) / Re: เล่นหุ้นออนไลน์ ดีไหมครับ เมื่อ: 07 มิถุนายน 2019, 11:59:21
ดีจริงครับ ถ้าคุณเข้าใจมันดีแล้ว ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเล่นยังไง จะหาข้อมูลยังไง เริ่มต้นยังไง ก็ทำอย่างอื่นไปก่อน
ทุกอย่างต้องเริ่มศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่างไปเชื่อคนง่าย ทำเงินได้จริงแต่เป็นแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น กว่าคุณ
จะเป็นขาใหญ่ กว่าคุณจะได้ข้อมูลเชิงลึก กว่าคุณจะมีโอกาสโกงตลาดได้ ต้องมีประสบการณ์พอสมควร

ผมมีประสบการณ์รับเอาท์ซอร์สที่พัฒนา Matlab/Simulink บอทเทรด forex และ ตลาดหุ้นให้กับขาใหญ่กลุ่มหนึ่ง
ซึ่งปีที่แล้วกลุ่มนี้มีกำไร 7 แสนล้านบาทภายใน 6 เดือน ผมบอกได้เลยว่า AI ที่เขาหลอกขาย หลอกให้คนเชื่อ
หลอกให้คนงมงายอยู่นั้น ไม่มีความฉลาดมากพอ รับมือการโกงของคนไม่เป็น นั่นคือ ทำไม AI เหล่านี้จึงไม่ทำ
ให้พวกคุณรวยจริงๆ ซะที ผมเองก็ได้เงินจากฟอร์เร็กซ์และหุ้นบ้างก็เพราะ องค์ความรู้เหล่านี้

สิ่งแรกๆ ที่ต้องจำไว้ก็คือ
1. AI มีความฉลาดหลายระดับตั้งแต่ 1-10 ดั้งนั้น อย่าเชื่อว่า AI จะพาคุณไปเป็นเศรษฐี เพราะ AI ที่ฉลาดที่สุดบนโลกนี้
มี DeepMind ของกูเกิล เครื่องคอนตัมคอมพิวติ้งของ Google+นาซ่า นอกจากนั้นถือว่าเป็น AI หลอกหลวงทั้งนั้น ดูง่ายๆ
ก็ได้ไม่เคยมีกำไรเทรดเกิน 1 ล้านล้าน บาทเลย ทั้งที่ตลาดการเงินของโลกมีเงินหมุนเหวียน 900 ล้านล้านบาทต่อปีให้กอบ
โกย ถ้าฉลาดจริงมันต้องทำให้กลุ่มนั้นๆ รวยมากไปแล้ว
2. AI โกงไม่เป็น แต่คนโกง AI ได้ตลอด ในตลาดมีการโกงมากมาย ตัวบอทจะต้องผสมผสานให้เป็นส่วนหนึ่งในการโกงด้วย
ไม่งั้นไม่รวย เท่าที่ผมทำคือ ขาใหญ่จะใช้สื่อหลอกแมงเม่่าทั่วไปให้โง่ ขาใหญ่จะเกาะโบรกเกอร์เพื่อดึงข้อมูลส่วนตัว ดึงข้อมูล
การเทรดต่างๆ บอท AI ของแต่ละคนซึ่งระดับความฉลาดไม่เยอะ มาให้ AI ของขาใหญ่ที่ร่วมมือกับโบกเกอร์ต่างๆ จับกิน

การเล่นหุ้นต้องโกงคือ หลอกให้คนโง่ แล้วใช้ AI ที่ฉลาดระดับ 5-6 ซึ่งดีกว่า AI ของแมงเม่าทั่วไปที่อยู่ในระดับ 0-3 ถึงจะมี
กำไรงาม ต้องรู้ไว้เลยว่าบอทของขาใหญ่ในโลกเขาดึงข้อมูลจากโบรกเกอร์ไปประมวลผล เพื่อให้ บอทเทรดตัวเองหากิน ดังนั้น
คุณจะถูกโบกเกอร์หลอกเอาข้อมูลทุกอย่าง คุณจะถูกขาใหญ่หลอกปล่อยข่าวลือ คุณจะถูกขาใหญ่จับกิน คุณจะถูกหลอกว่าบอท
 AI ฉลาดกว่าคน หลอกว่ามีกำไรตลอดชาติ เรื่องเหล่านี้โกหกล้วนๆ ไม่ปนความจริงสักอย่าง

อยากรวยต้องรู้ว่า คนพวกนี้โกงคนอื่นยังไงบ้าง หลอกคนทั่วไปอย่างไรบ้าง ใช้ AI จับกินในตลาดอย่างไรบ้าง แล้วค่อยๆ พัฒนา
AI ของตัวเองขึ้นมา ทำหลายๆ ตัว เทสต์ไปเรื่อยๆ เมื่อใครหลอกคุณไ่ม่ได้ AI มันฉลาดมากกว่า AI ของโบรกเกอร์+ขาใหญ่
นั่นละ คุณถึงจะมีกำไรตลอดชีวิต จากประสบการณ์นะครับกลุ่มจะรวยจริงๆ คือ โกงตลาดยังไง + บอท AI ที่ดีกว่าตลาด ผมยัง
ไม่เคยเห็นข่าวว่า บอท AI ฉลาดเพรียวๆ ทำเงินหลักแสนล้านได้เลย การโกงตลาดมีมานานครับเข้าก็ใส่ AI มาช่วยให้โกงเร็วขึ้น
ผมเขียน Math Model พวกนี้ เทสต์พวกนี้เป็นหลายพันครั้ง ผมถึงบางอ้อว่า บอท AI ที่มีบนโลกนี้ยังไม่ฉลาดพอในตลาดหุ้น
ส่วนใหญ่ก็หลอกกันไปหลอกกันมาเท่านั้น

ผมเขียน AI มาสิบกว่าปี น้อยกว่าโบรกเกอร์ฝรั่ง 4 เท่า ก็พอรู้ว่าพวกมันฉลาดถึงไหนแล้ว ปัจจุบันผมก็ยังโดนทุบขาดทุนหลายครั้งครับ เพราะ
AI มันโกงคนไม่เป็น แต่คนโกง AI ได้ง่ายมาก ประสบการณ์จะทำให้แข็งแกร่ง แน่นอนว่า หากคุณอยากชนะคุณจะต้องรับ
มือพวกโกงคุณให้ได้ซะก่อน อย่าเชื่อคนง่าย อ่านข่าวต่าประเทศหลายๆ สื่อ อย่าคิด่ว่ามันง่าย ทำจากสิ่งเล็กๆ ที่เราเชี่ยวชาญมากที่สุดก่อน
รู้ว่าบริษัทที่เราจะลงทุนเป็นยังไง พนักงานแต่ละคนเก่งไหม มืออาชีพหรือไม่ ธุรกิจมีอนาคตหรือเปล่า
รู้ว่าสินค้าทางการเงินจะเป็นยังไง รู้ให้ทุกรูขุมขนเลย เล่นจากจุดเล็กๆ ให้ชำนาญ ค่อยต่อยอดไปเป็น AI แล้วขยับขึ้นไปสู้กับขาใหญ่
หากคุณไม่รู้ว่า ตลาดโกงคุณยังไง คุณก็คือเหยื่อของคนบางกลุ่มที่่กำลังจ้องตาเป็นมัน เพื่อรอเหยื่ออันโอชะให้ลงเข้ามาในตลาด

จำไว้ รู้ให้จริงทุกรูขุมขน อย่าหลงเชือคนง่าย อ่านให้เยอะมากที่สุดจากทุกสื่อ(ต่างประเทศ)อย่าให้ขาใหญ่โกงคุณและทุบคุณได้
พัฒนา AI ให้เป็นถึงจะชนะตลาด ผมเห็นคนที่ขาดทุนส่วนใหญ่ล้มหายตายจากไปหมด เพราะหลงเชื่อคนง่ายไปนะ
ถ้าคุณหาข้อมูลต่างประเทศไม่เป็น หาข้อมูลไม่รอบคอบพอ รับรองเสร็จหมดครับ แต่ในโลกอินเตอร์เน็ต คุณหาสิ่งเหล่านี้ได้
คุณสร้าง AI ให้ฉลาดได้ ขาใหญ่ต้นทุนสูงมากและปรับตัวยากมาก อนาคตอาจไม่มีขาใหญ่ก็ได้ซึ่ง AI ของคุณจะทำเงิน
ได้ง่าย หากไม่มีพวกโกงตลาด มันก็แค่วัดกันที่ AI เท่านั้น ถ้าคุณทำได้นี่คืออาชีพที่หาเงินได้สบายมากที่สุดในโลก

17  ความรู้ทั่วไป / E-commerce / Re: จะเอาสินค้าอะไรมาขาย ก็มีคนขายใน shopee lazada เยอะมากๆๆ ใจอ่อนเลย เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2019, 17:34:51
ผมแนะนำให้ หาสินค้าที่ผลิตในไทยหรือในประเทศเพื่อนบ้าน
ที่ยังไม่ได้ขายในออนไลน์มาขายแทนนะ
เมือวาน ผมลองอ่านสกู๊ปข่่าวสงครามการค้าโลกหลายๆ แหล่ง
คุณ แบรนดอน ที่ปรึกษาโดนัล ทรัมป์ บอกว่าจีนผลิตสินค้าให้บริษัทสหรัฐฯ
อย่างเช่น ไอโฟน
อินเทล หรืออื่นๆ อีกมากมาย พอจีนส่งไปขายสหรัฐหรือประเทศอื่นจีนแทบ
ก็ไม่ได้เสียภาษีเลย แถมยังเอาเทคโนโลยีทีถ่ายทอดให้ไปทำของ
เลียนแบบด้อยคุณภาพต่างๆ ออกไปขายประเทศด้อยพัฒนาต่างๆ แทน

การที่จีนสนับสนุนเทคโนโลยีในประเทศตัวเอง ด้วยสินค้าเลียนแบบต่างๆ
อุดหนุนค่าขนส่ง สนับสนุนเงินวิจัยเลียนแบน เพราะได้เงินมาจากสินค้าเลียน
แบบเหล่านี้ เมื่อบริษัทเล็กๆ ในจีนจำนวนมากต้นทุนค่าขนส่งไม่มี ต้นทุนการ
ผลิตต่ำมาก เนืองจากรัฐอุดหนุนให้ ก็ทำให้ประเทศอื่นๆ ที่คาแรงถูกมากๆ
ไม่สามารถสู้ได้เลย

ซึ่ง คุณ แบรนดอน บอกว่า จีนเอาเปรียบทุกประเทศในโลกมากเกินไป
เพราะการค้าเสรีที่ไหนที่ค่าขนส่งเท่ากับศูนย์ ดังนั้นสงครามเศรษฐกิจจะ
ยืดเยื้อยาวนานแน่ จนจีนต้องปรับตัวใหม่ ลดการอุดหนุนบริษัทในประเทศ
ตัวเองลง แล้วปล่อยให้ประเทศอื่นสร้าางโปรดักส์มาแข่งขันได้บ้าง

เราเห็นค่าเงินหยวนอ่อนตัวลงมาก ถ้าจีนยังดันทุรัง อุดหนุดค่าขนส่งและอื่นๆ อีก
จะกลายเป็นภาระของรัฐทันที ปัญหาเศรษฐกิจจะใหญ่โตทันที นันคือ จีนจะ
ทำแบบเก่าไม่ได้แล้ว ถ้าเศรษฐกิจตายจะตายยกรังหมด

เท่าทีผมหาข่าวและบทสรุปต่างๆ ทางออกของจีนในตอนนี้คือจีนกำลังเลือก
ทางถอยว่าจะถอยจากวิธีเก่าๆ ยังไง ถ้าไม่ถอยก็ตาย ถ้ารีบถอยก็หกล้มบาเจ็บได้
การทดถอยของจีน จะกลายเป็นโอกาสสำหรับสินค้านอกประเทศจีน หรือบริษัทใน
ประเทศเล็กๆ แทน เพราะเมือรัฐจีนไม่อุ้นบริษัทจีนแล้ว ต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้น
ค่าขนส่งระหว่างประเทศก็แพงขึ้น ภาษีส่งออกก็แพงขึ้น ปีหน้าเราอาจจะเริ่มเห็น
สินค้าจีนไม่มีส่งฟรี ราคาสินค้าเริ่มสูงขึ้น ถ้าเอาเข้ามาขายในไทยหรือประเทศอื่น
ก็จะมีราคาสูงพอสมควรละ

คงสรุปได้ว่า นับตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป อีคอมเมิร์สในไทย ผ่าน 3 ค่ายจากทุน
จีนและสิงคโปร์ ราคาคงขยับตัวสูงขึ้นทุกสินค้า แน่นอนว่าคนรับของบริษัทจีนมา
ขายก็ลำบาก คนซื้อก็ลำบาก คนไทยก็ซื้อของแพงขึ้น แต่ผู้ผลิตในไทยจะดีขึ้น
สินค้าบริษัทเล็กๆ ในไทยจะมีโอกาสขายออนไลน์ได้มากขึ้น ทุกอย่างคือซีโร่
ซัมเกมส์ เมื่อมีคนได้ก็ต้องมีคนเสีย

ดังนั้น จังหวะสำคัญนี้ลองหาสินค้าที่ผลิต
ในไทยหรือประเทศเพือนบ้านที่มีคุณภาพดีและทำตลาดได้ดีแน่ มาเตรียมไว้เลย
โดยส่วนตัวเชือว่ารัฐจีนต้องลดการอุดหนุนต้นทุน ลดอุดหนุนค่าขนส่่งอย่างแน่นอน
สินค้าจีนจะแพงแน่ๆ นั่นคือโอกาสของบริษัทเล็กๆ ของไทยหรือประเทศเพื่อนบ้านที่จะทำ
ตลาดออนไลน์ได้มากขึ้น และเราก็ต้องใช้สินค้าทีราคาแพงขึ้นบ้าง ตามวิวัฒนาการ
ของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งต้องมีคนได้และย่อมมีคนเสียด้วยกันเสมอครับ
18  ความรู้ทั่วไป / Cryptocurrency / Re: ****---ทำอะไรกันอยู่ BTC ขั้นแล้ว ---**** เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2019, 22:37:01
ถ้าขึ้นเยอะ เดี๋ยวแก็งค์นิวยูสบิทคอยน์จะกลับมารกกระทู้อีก

พวกเหยื่ออันโอชะ ของเซียนเทรดต่างประเทศ คือพยายามหลอกตัวเอง หลอกคนอื่นให้รวยเร็วๆ
สุดท้ายคนพวกนี้ก็ไม่เคยรวยสักที เพราะไม่รู้จริงสักเรื่อง พวกนี้จะท่องอยู่สองสามอย่าง

หนึ่งบอกว่า เงินดิจิตอลไม่มีใครคุมได้ หรือเป็นเจ้ามือได้ เพราะมันเป็นระบบกระจายตัว
แต่คนรวยจากบิทคอยน์จริงๆ เข้ารู้ว่าทุกการเทรดบนโลกนี้มีเจ้าที่อยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเป็นฟอเร็กว์ที่วากันว่า ใครก็คุมสกุลเงินไม่ได้ แต่กลุ่มพวกคนรวยต่างๆ เขาก็กุม
อำนาจการต่อรองสกุลเอาไว้ได้ ทุกตลาดการเงินทุกตลาดการเทรดย่อมมีเจ้าเสมอ

เทคโนโลยีมันไม่มีเจ้ามือจริง แต่ระบบพวกนี้มันมีขาใหญ่ลงสนามกันเพรียบ
อย่างบิทคอยน์นี้ ช่วงที่ราคาต่ำสุดๆ ก็มีข่าวเล็ดลอดมาว่า มาซาโยชิ ซัน เจ้าของซอฟต์แบงค์
ผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มอาลีบาบา สามสี่เดือนก่อนสงสัยหูดีว่าจีนจะโดนเล่นงานเรื่องไฮเทค
ป๋าซันโดดหนีจากเอเชีย ไปลงทุนสตาร์ทอัพเกษตรและเมืองแร่ในอเมริกาใต้ โดยเฉพราะที่บราซิล

ป๋าซันติดดอยบิทคอยน์อยู่สูงมาก อยู่ๆ เมื่อราคาตกลงมาต่ำสุดก็มีข่าวรั่วเรื่องนี้ออกมา บิทคอยน์ก็
กลับมาวิ่งฉิวอีกแล้ว จริงๆ แล้วคนรวยอย่าง บิล เกตต์ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก อีรอน มัค คนพวกนี้
เขาก็สะสมบิทคอยน์เอาไว้ทำการกุศล หรือบริจาคให้หน่วยงานที่เขาไม่อยากเป็นข่าว สมมุติเขาจะ
มอบเงินให้องก์กรรักข้ามเพศไปพัฒนาวิจัยเรื่องโรคเอดส์
คงไม่มีเศรษฐีคนไหน ออกเงินส่วนตัวให้คนรู้ว่าบริจาคเงิน รวมถึง การบริจาคให้วิกิพีเดีย โอเพ่นซอร์สอื่นๆ
การสะสมบิทคอยน์ของคนรวยล้นฟ้าพวกนี้ เป็นแค่การใช้งานเฉพาะตัว บางคนมีมากบางคนมีน้อย
แต่พอเอ่ยชื่นคนเหล่านี้ออกมา ราคาก็ดีดกลับมาอย่างมีนัยยะ ไม่ต้องสงสัยนะรอบนี้ฝรั่งเปิดเซฟรอเงินเข้าแล้ว

ผมจะบอกให้ว่า ARK Investor เป็นบริษัทลงทุนที่ออกเปเปอร์มาแล้ว พวกนักลงทุนหรือคนรวยชอบเดินตาม
ใครสนใจเอาชื่อบริษํทไปเสิร์จดูได้ ในยูทูปก็มีไวท์เปเปอร์ต่างๆ ให้ดู ถ้าคุณค้นคว้าและวิจัยการลงทุนแล้วนำหน้า
บริษัทนี้ได้ 6 เดือนรับรองไม่อดตายหรอก คนรวยๆ เดินตามทางบริษัทนี้เยอะ เพียงคุณรู้ว่าเขาจะไปทางไหน
เลือกหุ้น เลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินอะไรบ้าง ก็ไปเก็งกำไรตัดหน้าก็สบายแล้ว มีคนรู้จักคนหนึ่งส่งซิกว่า
ขาใหญ่ลงมาบิทคอยน์เต็มสตีมแล้ว หาช่องโกยเลยนะ ผมมารู้ทีหลังว่า คนรวยๆ นักลงทุนส่วนใหญ่ เชื่อ ARK
อินเวสเตอร์กันมาก พอมีบทวิจัยออกมามักจะไปอิมแพคให้ตลาดมันเพี้ยนไป

ใครบอกตลาดใหญ่มากๆ แบบฟอร์เร็กซ์ไม่มีเจ้าไหนปั่นได้ ใครบอกเทคโนโลยี่บล็อกเชนไม่มีขาใหญ๋ที่ไหนคุมได้
ส่วนใหญ่คือพวกปลาซิว ปลาสร้อย รู้ละเอียดในเชิงเทคนิคดีมาก แต่่่่่่่่่รู้ไม่จริงในเชิงทำธุรกิจ นั่นคือ ซีโร่ซํมเกม เกมมีผู้แพ้
และผู้ชนะเสมอ เพียงแต่บางคนแพ้ขาดทุน ก็ยังท่องเป็นนกแก้วนักขุนทองตามที่ตัวเองเชื่ออยู่นั่นละ คนพวกนี้เลยไม่
รวยซะที เพราะฉลาดแต่ด้านเทคนิคปลีกย่อย ส่วนเรื่องจะรวยนั้นไม่เคยรู้จริงๆ เลยว่าต้องทำอย่างไร คนรวยก็ยิ้มกันต่อไป
19  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / โลกเราเสี่ยงมากขึ้นหากบริษัทเทคไจแอนท์มีมูลค่าเกิน 2 ล้านล้านดอลล่า เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2019, 10:23:30
ช่วงนี้มีงานเขียนงานวิจัยของนักเศรษศาสตร์หลานคน เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบริษัท
เทคไจแแอนท์ MAGA ซึ่งมี M=microsoft, A=amazon,G=google และ A=apple
ที่มีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลล่า(32ล้านล้านบาท)มาแล้วหรือเกือบถึง มีหลายคนวิเคราะห์
ต่อไปว่า MAGA บริษัทไหนจะไปแตะ 2 ล้านล้านได้ก่อนกัน เพราะนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่
และนักวเคราะห์หุ้นหลายคนมองว่า บริษัทที่เกิน 2 ล้านล้านดอลล่าจะมีความมั่นคงได้เกิน
1 พันปีหรือบางคนบอกมั่นคงอย่างน้อย 1 หมื่นปี ซึ่งหนึ่งในไม้ใต้ของ MAGA คือบริการคลาวด์
และคลาวด์ซอฟต์แวร์ต่าง ซึ่ง ARK อินเวสต์เตอร์บริษัทวิเคราะห์การลงทุนชื่อดัง บอกไว้ว่าตลาด
คลาวด์ในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่า 12 ล้านล้านดอลล่า นั่นคือ ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับทุกคน
อย่างแน่นอน เพราะทุกๆ บริษัทเกือบทั้งโลกล้วนใช้บริการของ MAGA ซึ่ง MAGA ก็จะซื้อหุ้นตัวเองคืน
เพื่อดันให้ราคาหุ้นสูงขึ้น MAGA เหมือนช่วนสหรัฐดูดเงินจากทั่วโลกเข้าประเทศมากขึ้น 
สหรัฐก็นำเงินไปขยายอิทธิพลด้านอวกาศมากขึ้น ผ่านบริษัทเทคโนโลยีอวกาศเกือบพันแห่ง
กลายเป็นกึ่งรัฐกึ่งธุรกิจมากขึ้น MAGA ที่จะซื้อหุ้นคืนได้คือบริษัทที่มีเงินสดสูงมากๆ อย่างแอปเปิล กับไมโคร
ซอฟต์ ซึ่งกำลังทำอยู่ทุกวัน การมุ่งไป 2 ล้านล้านของ MAGA นั่นย่อมส่งผลกระทบกับพวกเราโดยตรง
หลายคนคงรู้ดีแล้วว่าแอปเปิลขายสินค้าแพงมากๆ อนาคตบริษัททั่วโลกล้วนพึ่งพาคลาวด์ของ MAGA
เหมือนพึ่งอากาศหายใจ คงจะโดนบวกราคาแพงแน่ๆ เพราะเอาไปซื้อหุ้นคืนและดันมูลค่าบริษัทให้ไปถึง
2 ล้านล้าน นั่นย่อมส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและไม่ดีต่อเราต่อลูกหลานเราทุกคน ดังนี้
ข้อดีคือ
- เราได้ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เร็วขึ้น ผ่านทางคลาด์เซอร์วิส
- การสื่อสารเร็วมากขึ้น ต่อเน็ตได้ทุกที่ ตอนนี้มีเทคโนโลยีที่เร็ว 5G ประมาณ 7 เท่าแล้ว
- มีรถไร้คนขับ เครื่องบินส่วนตัวไร้คนขับ แท็กซี่ไฮเทค บ้านแชริ่งไฮเท็ค
- MAGA จะซื้อหุ้นตัวเองคืนบ่อยมากๆ ใครจับจังหวะเป็นก็ทำกำไรได้ดีมาก
- เมื่อ MACA ซื้อหุ้นคืนมากขึ้น สหรัฐก็ดูดเงินจากทุกไปเทศเข้าไประดมเงินทุ่มด้านอวกาศได้
มากขึ้น ผ่านทางบริษัทไฮเทคต่างๆ
- คนมีเงินหลายคนได้ไปเที่ยวอวกาศเร็วขึ้น
- มีพลังงานสำรองนอกโลกเหลือใช้อีกนับล้านๆ ปี
- เมื่อนำพลังงานนอกโลกมาใช้ได้แล้ว สหรัฐก็ผลิตน้ำมันออกมามาทุ่มตลาดมากยิ่งขึ้น
น้ำมันก็ถูกลง ไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าสจากน้ำมันก็ถูกลง ไฟฟ้าก็ถูกลง ราคาพลังงานถูกลง
 อีคอมเมิร์สก็ยิ่งได้ประโยชน์ จะซื้อของจะกินจะจ่ายอะไร มันสะดวกรวดเร็วไปหมดเลย
- อื่นๆ


ข้อเสีย
- ราคาคลาวด์และซอฟต์แวร์แวร์คลาวด์ เพิ่มสูงมาก
- บริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่ใช้บริการคลาวด์ของ MAGA จะเพิ่มราคาขึ้น เพราะต้นทุนแพงขึ้น
เช่นที่เกี่ยวข้องกับคนไทย โตโยต้า ฮอนด้า สตาร์บัค ค่ายมือถือในไทย
- บริษัทขนาดกลาง ขนาดเล็กทุกประเทศ เจอกับต้นทุนสูงขึ้นจนแข่งขันยากขึ้นไปอีก
- ประเทศขนาดกลางขนาดเล็กจะถูกดูดเงินออกไปจากประเทศเร็วมากขึ้น คนชั้นกลาง
ทุกๆ ประเทศกระทบหนักกว่าคนชั้นอื่น รวมถึงทุกคนในบอดร์ดนี้ด้วย
- บริษัททุกบริษัททั่วโลกรู้จักเรามากกว่าเรารู้จักตัวเอง ยิ่งเขารู้จักเราเขายิ่งเสนอบริการ
ยั่วให้เสียเงินดีขึ้น รายจ่ายก็เพิ่มสูงตามไปด้วย
- เราจะได้เห็นคนสหรัฐเป็นหนี้ต่อหัวมากกว่า 2 เท่าคล้ายคนญี่ปุ่นเวลานี้ แต่ความเป็นอยู่ดีกว่าประเทศ
ไม่มีหนี้เลยหลายเท่าตัว
- อีกมากมาย


ผมเขียนขึ้นโดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวซีเอ็นบีซีเรื่อง 1 trillion dollar, stock buyback
ข้อมูลจาก ARK อินเวสเตอร์และนักวิเคราะห์หุ้นเมืองนอกสองสามคน
และข้อมูลจากคนสหรัฐฯ ลูกเสี้ยวไทยอีกท่านหนึ่งครับ

ก่อนจาก ใครคิดว่าจะคว่ำบาตรสหรัฐฯหรือไม่ยอมจ่ายค่าคลาวด์หรือซอฟต์แวร์คลาวด์ของเขาไม่เกิน 30 ปี
สหรัฐเขาเตรียมเครื่องมือทำลายดีเอ็นเอ โดยยิงรังสีไร้สีจากดวงจันทร์มากระทบกับดาวเทียมวงจรต่ำ
ขนาดเท่าทิชชู 100 ล้านดวงเพื่อให้ผู้นำหรือคนที่บอกไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย เพื่อให้สมองเสื่อม อายุสั้นลง
 และเกิดโรคง่ายขึ้น เหรียญมันมีสองด้านเสมอครับ เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องมองแต่ด้านสวยงามของโลกเข้าไว้
20  ความรู้ทั่วไป / General (ถามคุยวิชาการ IM) / มาดูว่ากระแสโจมตีค่ายแอปเปิ้ลในช่วงที่ผานมา ใครคือคนที่ได้ประโยชน์ เมื่อ: 04 พฤษภาคม 2019, 12:40:06
จากข่าวที่ออกมาจากทั้งสื่อนอกบ้างสื่อ สื่อไทยหลายๆ สื่อเกี่ยวกับแบนด์แอปเปิ้ล
หลายคนคิดว่ายอดขายไอโฟนที่ลดลงในช่วง 5-6 เดือนก่อนคงทำให้หุ้นตกลงเยอะมาก
และคนถือหุ้นแอปเปิ้ลคงขาดทุนกระจุยแน่ ทำให้กองทุนหลายๆ ทั่วโลกขายทิ้งในราคาถูก
แต่มีคนหนึ่งที่เก็บหุ้นแอปเปิลอยางต่อเนื่อง คือ คุณ วอเรนต์ บัฟเฟต ซึ่งเขาประกาศถือหุ้น
แอปเปิลมาปีกว่าๆ แล้ว หลายคนคงไม่แปลกใจหรอก นับตั้งแต่หุ้นแอปเปิลตกลงจนถึงจุดต่ำสุด
คุณวอเรนต์ บัฟเฟต เป็นคนเดียวที่กล้าประกาศว่าจะทุ่มเงินส่วนตัวซื้อต่อไป
มาวันนี้ท่ามกลางข่าวแย่ๆ ของแอปเปิล หุ้นแอปเปิลกับหุ้นอเมซอน กระโดดขึ้นมาใกล้เคียงจุดสูงสุดเดิมแล้ว
นั่นทำให้คุณ วอเรนต์ บัฟเฟต กลายเป็นคนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากข่าวด้านลบของแบรนด์แอปเปิล
อย่างน้อยๆ รอบนี้แกน่าจะทำเงินจากหุ้นแอปเปิในช่วงสั้นๆ ได้หลายแสนล้านภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน
ส่วนหุ้นแอปเปิลในพอร์ตบริษัทของเขาก็คงกลับมาทำกำไรได้ต่อไป
ท่ามกลางข่าวร้ายย่อมมีข่าวดี นั่นคือ ข่าวร้ายของแอปเปิลในช่วงที่ผ่านมา คนที่ได้ประโยชน์สูงสุด คือ คุณวอเรนต์
บัฟเฟต แม้ว่ากองทุนในบริษัทตัวเองจะกำไรไม่มากแต่
สิ้นสุดสัปดาห์นี้ อเมซอน ไมโครซอฟต์ และแอปเปิล ก็มีมูลค่าบริษัทเกิน 32 ล้านล้านบาท (1ทิลเลียนดอลล์)
ส่วนกูเกิลยังติดภาระต้องจ่ายค่าปรับบ่อยเลยยังขึ้นมาไม่ถึงซะที หากใครนึกความใหญ่โตของบริษัทเหล่านี้ไม่ออก
ผมเทียบให้ก็ได้ว่าใหญ่กว่า ปตท. 18 เท่า ใหญ่กว่าบริษัทมือถือไทย 30 เท่า ใหญ่กว่าค้าปลีกดังๆ ไทย 50 เท่า
อันนี้ล้อเล่นใหญ่กว่าพอร์ตหุ้นของผม 1 หมื่นเท่า
สรุป คนได้ประโยชน์สูงสุดก็คือ วอเรนต์ บัฟเฟตครับ ส่วนผมก็ได้กำไรบ้างเพราะเมียกลัวบอกอย่าเล่นหุ้นตามคนแก่
ไม่อย่างนั้นคงฟันกำไรบานแล้วละ
หน้า: [1] 2 3 ... 6