เทคนิค SEO วิธีการทำ
Search Engine Optimization ในปี 2018 จะมีความยากหรือง่ายมากขึ้นกว่าเดิม ? หลายคนเริ่มมีปัญหากับการทำ SEO เพราะถือเป็นเรื่องที่แปลกมากของนักทำ seo ให้ติดบนเครื่องมือค้นหาต่างๆ โดยเฉพาะ Google เพราะหากเทียบกับสายงานอื่น เช่น สายงานของนักลงโฆษณา Google AdWords หรือ Facebook ads ยิ่งทำมากขึ้นมีประสบการณ์ความชำนาญมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งเก่งยิ่งรู้มากต่อยอดมากขึ้นไปอีก แต่สำหรับสายงาน seo นั้น กลับตรงกันข้ามเพราะยิ่งรู้สึกว่าเรารู้มากเท่าไหร่หรือมีประสบการณ์มากเท่าไหร่ยิ่งกลับเหมือนไม่รู้เลย

นั่นก็เพราะว่าศาสตร์เทคนิค SEO การทำ seo มันเป็นไปในเชิงศิลปะมากกว่า ศิลปะในที่นี้หมายถึงต้องเข้าใจความต้องการของ Search Engine Optimization และต้องเข้าใจความต้องการของ User รวมถึงต้องมีการใช้ศิลปะในการทดลองคิดวิเคราะห์เพื่อหาผลลัพธ์ใหม่ ๆ และวิธีการใหม่ๆ นั่นจึงทำให้นักทำ seo มือเก่าและมือใหม่ต่างก็ไม่มีใครพูดได้เต็มปากร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าสามารถทำให้ติด Google ได้ทุก Keyword
งั้นเทคนิค SEO มีอะไร ?บอกตามตรงแม้ผมจะเป็นนักทำ seo มีประสบการณ์มาหลายปีก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเทคนิค SEO คืออะไร แต่ว่าเทคนิคส่วนตัวการทำ seo ของผมจะแบ่งเป็น 2 หัวข้อหลักใหญ่ๆที่จะใช้ทำด้วยกัน
- มองถึงความต้องการของ User ที่ค้นหาใน Keyword นั้นว่ามีความต้องการสิ่งใดผมก็จะจัดเตรียมข้อมูลและเนื้อหานั้นเอาไว้ให้ครบถ้วนมากที่สุด (อ้างอิงถึงแลรี่ เพจ) กล่าวว่าผู้คนที่ใช้เครื่องมือการค้นหาของ Google จะต้องเจอสิ่งที่ตัวเองค้นหาและต้องการ นั้นจึงเป็นหัวใจหลักที่ผมคิดว่าจะทำ seo ด้วย keyword คำไหน เราก็จะต้องมีความรู้จริงในเรื่องนั้นเพื่อที่จะได้ทำ Content ให้ตรงกับ User ผู้เข้าชม
- ส่วนของ Technical ก็จะเป็นไปตามที่คนทำ seo ทราบกันดีอยู่แล้วนั่นคือ on Page และ Off-page ดังนั้นในส่วนนี้ผมขอไม่พูดถึงมากเพราะข้อมูลต่างๆล้วนแล้วอยู่ใน Google ให้ค้นหาได้ง่ายๆอยู่แล้ว
แล้วเทคนิค SEO ปี 2018 จะยากขึ้นไหม ?- การทำ seo จากมีความยากขึ้นมากถึงมากที่สุด สำหรับบริษัทรับทำ SEO
- การทำ seo จะง่ายถึงง่ายมาก สำหรับคนทำ SEO ด้วยตัวเอง
- Backlink มีความสำคัญอยู่ไหม
- BackLink มีความสำคัญและถือเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของการทำ seo อยู่เหมือนเดิมครับ แต่อย่างที่ทราบกันมาแล้วว่าปริมาณไม่สำคัญเท่าคุณภาพ
สำหรับวิธีการพิสูจน์เทคนิค SEO ในส่วนของ BackLink ว่ายังมีความสำคัญ ผมได้ลองทดสอบโดยการเขียนบล็อกขึ้นมา 1 บล็อกแล้วมีการวาง seo ใน Keyword ที่ไม่ยาก (จริง ๆ ต้องบอกว่าเป็น Keyword ที่ไม่มีคนเขาทำกัน) จากนั้นผมก็ทำ BackLink เข้ามาที่หน้าบล็อกนั้นด้วย keyword ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ย้ำนะครับว่า เป็น BackLink ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ประมาณ 20-30 ลิงค์ เข้าบล็อค ผลปรากฏว่าประมาณวันที่ 15-18 บล็อกนั้นมีอันดับขึ้นมาได้บน Google ด้วย Keyword ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่เป็น anchor text Keyword ที่ผมทำลิงค์ยิงเข้ามาติดอันดับแทน (แม้จะมีอันดับอยู่ได้ไม่ถึงเดือนก็เถอะ)
งง !! ไหมครับ เขียนเองก็ งง เอง 555 ยกตัวอย่าง On-page ทำคีย์ “สวนอาหารราชบุรี” แต่ BackLink ยิงมาด้วยคำว่า “หาแม่บ้านคนไทยเงินค่าจ้างถูก” แต่บล็อกนั้นกลับสามารถมีอันดับด้วย keyword คำว่า “หาแม่บ้านคนไทยค่าจ้างถูก” จึงเป็นทฤษฎีที่ผมลองพิสูจน์มาแล้วว่า BackLink ยังคงมีความสำคัญอยู่ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นอย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้ทดสอบด้วยตัวเอง ซึ่งจะเห็นผลได้ชัดเจนหากท่านเลือก keyword ที่ไม่มีคนเล่นและเป็น long Tail keyword ดังนั้นสำหรับผมการทำ Back Link ก็ยังต้องทำครับ
สรุปเทคนิค SEO ต่อไปในอนาคตผมมองว่า Google จะคัดเลือกเว็บไซต์ที่ตรงกับความต้องการของ User เป็นหลัก การทำ seo ของเราจึงมุ่งเป้าไปที่คนค้นหาและศึกษาพฤติกรรมของคนเข้าใช้งานเป็นหลักครับซึ่งจะมีความแตกต่างกันในแต่ละ Keyword ไม่มีกฎตายตัว ดังนั้นคนที่ทำการตลาดผ่าน seo ด้วยตนเองมักจะได้เปรียบในเรื่องของตัวสินค้าบริการเข้าใจหัวใจของคนค้นหาในคำนั้นหรือสินค้าตัวนั้นนำได้เป็นอย่างดีมากกว่าบริษัทผู้ที่รับทำ SEO
เสริม !!! ทำเอสอีโอสายเทคนิค SEO ปรับ On-page และ Off-page ยังไม่ได้ผลดี ลองเอาใจ User มาใสใจเราแล้วทำคอนเทนท์ (Content) ที่ตรงใจผู้เข้าชมร่วมด้วยซิครับ User ชอบเดี๋ยว Google ก็ชอบเราตามไปด้วยเอง ^^
Cr
https://goo.gl/8nSRoj 